<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/api.php?action=feedcontributions&amp;feedformat=atom&amp;user=Chakkrit</id>
		<title>ฐานข้อมูลนกในพื้นที่ชุ่มน้ำในบางอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี - เรื่องที่ผู้ใช้รายนี้เขียน [th]</title>
		<link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/api.php?action=feedcontributions&amp;feedformat=atom&amp;user=Chakkrit"/>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9:%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/Chakkrit"/>
		<updated>2026-04-26T06:02:26Z</updated>
		<subtitle>เรื่องที่ผู้ใช้รายนี้เขียน</subtitle>
		<generator>MediaWiki 1.25.3</generator>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81&amp;diff=742</id>
		<title>หน้าหลัก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81&amp;diff=742"/>
				<updated>2016-02-18T01:24:18Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:SVCLogo.png|right|http://www.svc.ac.th|link=http://www.svc.ac.th]]&lt;br /&gt;
'''เว็บไซต์นี้เป็นการสำรวจความชุกชุมของชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำในบางอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี โดยศึกษาข้อมูลจากพื้นที่ชุ่มน้ำในบางซึ่งพื้นที่ชุ่มน้ำในบางเป็นพื้นที่ธรรมชาติส่วนหนึ่งของอ่าวบ้านดอนในอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพพื้นที่เป็นป่าชายคลอง  ป่าจากและป่าชายเลน  ใกล้เมืองซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด มีความอุดสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรชีวภาพทั้งบนบกและในน้ำ  จัดเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ  เป็นแหล่งอาศัยของนกและสัตว์น้ำแต่ข้อมูลความชุกชุมของชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำในบาง  อำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ไม่เคยปรากฏอย่างเป็นทางการ ดังนั้นวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานีจึงจัดทำโครงการสำรวจความชุกชุมของชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำในบางอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นระบบฐานข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อเสริมการเรียนรู้ด้านนกในพื้นที่ชุ่มน้ำให้กับนักเรียนในโรงเรียนสมาชิก ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมนี้ประกอบด้วย รูปภาพ ข้อมูลทางชีวภาพของนก กระจายพันธุ์ ลักษณะทั่วไป อุปนิสัยและอาหาร การผสมพันธุ์ ไข่ สถานภาพเป็นต้น'''&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรักษาความปลอดภัยที่สอดคล้องกับ [http://www.svc.ac.th/uploads/File/20070618_CC_Final.pdf พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550] มาตราที่ 26&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จึงอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่อยู่ในเงื่อนไขข้อกำหนดเท่านั้นที่บันทึก/แก้ไขได้ ข้อกำหนดคือ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*เป็นผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนนักศึกษาของ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*และได้รับอนุญาตจากเว็บมาสเตอร์นี้&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ผู้สนใจร่วมแบ่งปันโปรดอีเมล์ติดต่อโดยตรงที่ [[จักรกฤษณ์  ภู่ทอง]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ร่วมแบ่งปัน&lt;br /&gt;
* [[อำพล  ขนุนนิล]]&lt;br /&gt;
* [[วชิรวิทย์  อ่อนประดิษฐ]]&lt;br /&gt;
ตรวจสอบข้อมูลโดย&lt;br /&gt;
* [[ธีรพล  ทองเพชร]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เว็บไซต์นี้ดูแลโดย [[จักรกฤษณ์  ภู่ทอง]] งานศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 0-7728-2001 ต่อ 114&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81&amp;diff=741</id>
		<title>หน้าหลัก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81&amp;diff=741"/>
				<updated>2016-02-18T01:23:55Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:SVCLogo.png|right|http://www.svc.ac.th|link=http://www.svc.ac.th]]&lt;br /&gt;
'''\tเว็บไซต์นี้เป็นการสำรวจความชุกชุมของชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำในบางอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี โดยศึกษาข้อมูลจากพื้นที่ชุ่มน้ำในบางซึ่งพื้นที่ชุ่มน้ำในบางเป็นพื้นที่ธรรมชาติส่วนหนึ่งของอ่าวบ้านดอนในอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพพื้นที่เป็นป่าชายคลอง  ป่าจากและป่าชายเลน  ใกล้เมืองซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด มีความอุดสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรชีวภาพทั้งบนบกและในน้ำ  จัดเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ  เป็นแหล่งอาศัยของนกและสัตว์น้ำแต่ข้อมูลความชุกชุมของชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำในบาง  อำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ไม่เคยปรากฏอย่างเป็นทางการ ดังนั้นวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานีจึงจัดทำโครงการสำรวจความชุกชุมของชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำในบางอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นระบบฐานข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อเสริมการเรียนรู้ด้านนกในพื้นที่ชุ่มน้ำให้กับนักเรียนในโรงเรียนสมาชิก ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมนี้ประกอบด้วย รูปภาพ ข้อมูลทางชีวภาพของนก กระจายพันธุ์ ลักษณะทั่วไป อุปนิสัยและอาหาร การผสมพันธุ์ ไข่ สถานภาพเป็นต้น'''&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรักษาความปลอดภัยที่สอดคล้องกับ [http://www.svc.ac.th/uploads/File/20070618_CC_Final.pdf พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550] มาตราที่ 26&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จึงอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่อยู่ในเงื่อนไขข้อกำหนดเท่านั้นที่บันทึก/แก้ไขได้ ข้อกำหนดคือ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*เป็นผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนนักศึกษาของ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*และได้รับอนุญาตจากเว็บมาสเตอร์นี้&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ผู้สนใจร่วมแบ่งปันโปรดอีเมล์ติดต่อโดยตรงที่ [[จักรกฤษณ์  ภู่ทอง]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ร่วมแบ่งปัน&lt;br /&gt;
* [[อำพล  ขนุนนิล]]&lt;br /&gt;
* [[วชิรวิทย์  อ่อนประดิษฐ]]&lt;br /&gt;
ตรวจสอบข้อมูลโดย&lt;br /&gt;
* [[ธีรพล  ทองเพชร]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เว็บไซต์นี้ดูแลโดย [[จักรกฤษณ์  ภู่ทอง]] งานศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 0-7728-2001 ต่อ 114&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81&amp;diff=740</id>
		<title>หน้าหลัก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81&amp;diff=740"/>
				<updated>2016-02-18T01:23:18Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:SVCLogo.png|right|http://www.svc.ac.th|link=http://www.svc.ac.th]]&lt;br /&gt;
'''&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;&amp;amp;nbsp;เว็บไซต์นี้เป็นการสำรวจความชุกชุมของชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำในบางอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี โดยศึกษาข้อมูลจากพื้นที่ชุ่มน้ำในบางซึ่งพื้นที่ชุ่มน้ำในบางเป็นพื้นที่ธรรมชาติส่วนหนึ่งของอ่าวบ้านดอนในอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี สภาพพื้นที่เป็นป่าชายคลอง  ป่าจากและป่าชายเลน  ใกล้เมืองซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด มีความอุดสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรชีวภาพทั้งบนบกและในน้ำ  จัดเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางด้านความหลากหลายทางชีวภาพ  เป็นแหล่งอาศัยของนกและสัตว์น้ำแต่ข้อมูลความชุกชุมของชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำในบาง  อำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ไม่เคยปรากฏอย่างเป็นทางการ ดังนั้นวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานีจึงจัดทำโครงการสำรวจความชุกชุมของชนิดของนกในพื้นที่ชุ่มน้ำในบางอำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นระบบฐานข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อเสริมการเรียนรู้ด้านนกในพื้นที่ชุ่มน้ำให้กับนักเรียนในโรงเรียนสมาชิก ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมนี้ประกอบด้วย รูปภาพ ข้อมูลทางชีวภาพของนก กระจายพันธุ์ ลักษณะทั่วไป อุปนิสัยและอาหาร การผสมพันธุ์ ไข่ สถานภาพเป็นต้น'''&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรักษาความปลอดภัยที่สอดคล้องกับ [http://www.svc.ac.th/uploads/File/20070618_CC_Final.pdf พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550] มาตราที่ 26&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จึงอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่อยู่ในเงื่อนไขข้อกำหนดเท่านั้นที่บันทึก/แก้ไขได้ ข้อกำหนดคือ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*เป็นผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนนักศึกษาของ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*และได้รับอนุญาตจากเว็บมาสเตอร์นี้&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ผู้สนใจร่วมแบ่งปันโปรดอีเมล์ติดต่อโดยตรงที่ [[จักรกฤษณ์  ภู่ทอง]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้ร่วมแบ่งปัน&lt;br /&gt;
* [[อำพล  ขนุนนิล]]&lt;br /&gt;
* [[วชิรวิทย์  อ่อนประดิษฐ]]&lt;br /&gt;
ตรวจสอบข้อมูลโดย&lt;br /&gt;
* [[ธีรพล  ทองเพชร]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เว็บไซต์นี้ดูแลโดย [[จักรกฤษณ์  ภู่ทอง]] งานศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี โทรศัพท์ 0-7728-2001 ต่อ 114&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4:Sidebar&amp;diff=739</id>
		<title>มีเดียวิกิ:Sidebar</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4:Sidebar&amp;diff=739"/>
				<updated>2016-02-17T07:47:33Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
* navigation&lt;br /&gt;
** mainpage|mainpage-description&lt;br /&gt;
**นกกระจอกบ้าน|นกกระจอกบ้าน&lt;br /&gt;
**นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง|นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดขี้หมู|นกกระติ๊ดขี้หมู&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดตะโพกขาว|นกกระติ๊ดตะโพกขาว&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดสีอิฐ|นกกระติ๊ดสีอิฐ&lt;br /&gt;
**นกกระสาแดง|นกกระสาแดง&lt;br /&gt;
**นกกระสานวล|นกกระสานวล&lt;br /&gt;
**นกกวัก|นกกวัก&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นแดง|นกกระเต็นแดง&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นน้อยธรรมดา|นกกระเต็นน้อยธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นหัวดำ|นกกระเต็นหัวดำ&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา|นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นอกขาว|นกกระเต็นอกขาว&lt;br /&gt;
**นกกะปูดเล็ก|นกกะปูดเล็ก&lt;br /&gt;
**นกกะปูดใหญ่|นกกะปูดใหญ่&lt;br /&gt;
**นกกางเขนบ้าน|นกกางเขนบ้าน&lt;br /&gt;
**นกกาน้ำเล็ก|นกกาน้ำเล็ก&lt;br /&gt;
**นกกาฝากท้องสีส้ม|นกกาฝากท้องสีส้ม&lt;br /&gt;
**นกกาแวน|นกกาแวน&lt;br /&gt;
**นกกาเหว่า|นกกาเหว่า&lt;br /&gt;
**นกกินปลีแก้มสีทับทิม|นกกินปลีแก้มสีทับทิม&lt;br /&gt;
**นกกินปลีคอสีน้ำตาล|นกกินปลีคอสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกกินปลีคอสีน้ำตาลแดง|นกกินปลีคอสีน้ำตาลแดง&lt;br /&gt;
**นกกินปลีอกเหลือง|นกกินปลีอกเหลือง&lt;br /&gt;
**นกกินเปี้ยว|นกกินเปี้ยว&lt;br /&gt;
**นกกินแมลงป่าฝน|นกกินแมลงป่าฝน&lt;br /&gt;
**นกกินแมลงป่าอกสีน้ำตาล|นกกินแมลงป่าอกสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นท้ายทอยดำ|นกขมิ้นท้ายทอยดำ&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นน้อยธรรมดา|นกขมิ้นน้อยธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นน้อยสีเขียว|นกขมิ้นน้อยสีเขียว&lt;br /&gt;
**นกเขาใหญ่|นกเขาใหญ่&lt;br /&gt;
**นกจับแมลงสีน้ำตาล|นกจับแมลงสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกจาบคาหัวเขียว|นกจาบคาหัวเขียว&lt;br /&gt;
**นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่|นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่&lt;br /&gt;
**นกแซงแซวหางปลา|นกแซงแซวหางปลา&lt;br /&gt;
**นกแซวสวรรค์|นกแซวสวรรค์&lt;br /&gt;
**นกตบยุงหางยาว|นกตบยุงหางยาว&lt;br /&gt;
**นกตะขาบทุ่ง|นกตะขาบทุ่ง&lt;br /&gt;
**นกตีทอง|นกตีทอง&lt;br /&gt;
**นกบั้งรอกใหญ่|นกบั้งรอกใหญ่&lt;br /&gt;
**นกปรอดคอลาย|นกปรอดคอลาย&lt;br /&gt;
**นกปรอดสวน|นกปรอดสวน&lt;br /&gt;
**นกปรอดสีไพลใหญ่|นกปรอดสีไพลใหญ่&lt;br /&gt;
**นกปรอดหน้านวล|นกปรอดหน้านวล&lt;br /&gt;
**นกปลีกล้วยเล็ก|นกปลีกล้วยเล็ก&lt;br /&gt;
**นกเป็ดผีเล็ก|นกเป็ดผีเล็ก&lt;br /&gt;
**นกเปล้าคอสีม่วง|นกเปล้าคอสีม่วง&lt;br /&gt;
**นกยางกรอกพันธุ์จีน|นกยางกรอกพันธุ์จีน&lt;br /&gt;
**นกยางกรอกพันธุ์ชวา|นกยางกรอกพันธุ์ชวา&lt;br /&gt;
**นกยางเขียว|นกยางเขียว&lt;br /&gt;
**นกยางโทนใหญ่|นกยางโทนใหญ่&lt;br /&gt;
**นกยางเปีย|นกยางเปีย&lt;br /&gt;
**นกยางไฟธรรมดา|นกยางไฟธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกยางไฟหัวดำ|นกยางไฟหัวดำ&lt;br /&gt;
**นกสีชมพูสวน|นกสีชมพูสวน&lt;br /&gt;
**นกหนูแดง|นกหนูแดง&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานเขียวคอเขียว|นกหัวขวานเขียวคอเขียว&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานแดงลาย|นกหัวขวานแดงลาย&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง|นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานสีตาล|นกหัวขวานสีตาล&lt;br /&gt;
**นกอัญชันอกเทา|นกอัญชันอกเทา&lt;br /&gt;
**นกอีแพรดแถบอกดำ|นกอีแพรดแถบอกดำ&lt;br /&gt;
**นกอีเสือลายเสือ|นกอีเสือลายเสือ&lt;br /&gt;
**นกอีเสือสีน้ำตาล|นกอีเสือสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงควาย|นกเอี้ยงควาย&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้|นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงสาริกา|นกเอี้ยงสาริกา&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงหงอน|นกเอี้ยงหงอน&lt;br /&gt;
**นกแอ่นกินรัง|นกแอ่นกินรัง&lt;br /&gt;
**นกแอ่นตาล|นกแอ่นตาล&lt;br /&gt;
**นกแอ่นบ้าน|นกแอ่นบ้าน&lt;br /&gt;
**เป็ดแดง|เป็ดแดง&lt;br /&gt;
**เหยี่ยวแดง|เหยี่ยวแดง&lt;br /&gt;
**อีกา|อีกา&lt;br /&gt;
* SEARCH&lt;br /&gt;
* TOOLBOX&lt;br /&gt;
* LANGUAGES&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4:Sidebar&amp;diff=734</id>
		<title>มีเดียวิกิ:Sidebar</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4:Sidebar&amp;diff=734"/>
				<updated>2016-02-11T20:15:00Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
* navigation&lt;br /&gt;
** mainpage|mainpage-description&lt;br /&gt;
**นกกระจอกบ้าน|นกกระจอกบ้าน&lt;br /&gt;
**นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง|นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดขี้หมู|นกกระติ๊ดขี้หมู&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดตะโพกขาว|นกกระติ๊ดตะโพกขาว&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดสีอิฐ|นกกระติ๊ดสีอิฐ&lt;br /&gt;
**นกกระสาแดง|นกกระสาแดง&lt;br /&gt;
**นกกระสานวล|นกกระสานวล&lt;br /&gt;
**นกกวัก|นกกวัก&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นแดง|นกกระเต็นแดง&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นน้อยธรรมดา|นกกระเต็นน้อยธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นหัวดำ|นกกระเต็นหัวดำ&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา|นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นอกขาว|นกกระเต็นอกขาว&lt;br /&gt;
**นกกะปูดเล็ก|นกกะปูดเล็ก&lt;br /&gt;
**นกกะปูดใหญ่|นกกะปูดใหญ่&lt;br /&gt;
**นกกางเขนบ้าน|นกกางเขนบ้าน&lt;br /&gt;
**นกกาน้ำเล็ก|นกกาน้ำเล็ก&lt;br /&gt;
**นกกาฝากท้องสีส้ม|นกกาฝากท้องสีส้ม&lt;br /&gt;
**นกกาแวน|นกกาแวน&lt;br /&gt;
**นกกาเหว่า|นกกาเหว่า&lt;br /&gt;
**นกกินปลีแก้มสีทับทิม|นกกินปลีแก้มสีทับทิม&lt;br /&gt;
**นกกินปลีคอสีน้ำตาล|นกกินปลีคอสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกกินปลีคอสีน้ำตาลแดง|นกกินปลีคอสีน้ำตาลแดง&lt;br /&gt;
**นกกินปลีอกเหลือง|นกกินปลีอกเหลือง&lt;br /&gt;
**นกกินเปี้ยว|นกกินเปี้ยว&lt;br /&gt;
**นกกินแมลงป่าฝน|นกกินแมลงป่าฝน&lt;br /&gt;
**นกกินแมลงป่าอกสีน้ำตาล|นกกินแมลงป่าอกสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นท้ายทอยดำ|นกขมิ้นท้ายทอยดำ&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นน้อยธรรมดา|นกขมิ้นน้อยธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นน้อยสีเขียว|นกขมิ้นน้อยสีเขียว&lt;br /&gt;
**นกเขาใหญ่|นกเขาใหญ่&lt;br /&gt;
**นกจับแมลงสีน้ำตาล|นกจับแมลงสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกจาบคาหัวเขียว|นกจาบคาหัวเขียว&lt;br /&gt;
**นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่|นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่&lt;br /&gt;
**นกแซงแซวหางปลา|นกแซงแซวหางปลา&lt;br /&gt;
**นกแซวสวรรค์|นกแซวสวรรค์&lt;br /&gt;
**นกตบยุงหางยาว|นกตบยุงหางยาว&lt;br /&gt;
**นกตะขาบทุ่ง|นกตะขาบทุ่ง&lt;br /&gt;
**นกตีทอง|นกตีทอง&lt;br /&gt;
**นกบั้งรอกใหญ่|นกบั้งรอกใหญ่&lt;br /&gt;
**นกปรอดคอลาย|นกปรอดคอลาย&lt;br /&gt;
**นกปรอดสวน|นกปรอดสวน&lt;br /&gt;
**นกปรอดสีไพลใหญ่|นกปรอดสีไพลใหญ่&lt;br /&gt;
**นกปรอดหน้านวล|นกปรอดหน้านวล&lt;br /&gt;
**นกปลีกล้วยเล็ก|นกปลีกล้วยเล็ก&lt;br /&gt;
**นกเป็ดผีเล็ก|นกเป็ดผีเล็ก&lt;br /&gt;
**นกเปล้าคอสีม่วง|นกเปล้าคอสีม่วง&lt;br /&gt;
**นกยางกรอกพันธุ์จีน|นกยางกรอกพันธุ์จีน&lt;br /&gt;
**นกยางกรอกพันธุ์ชวา|นกยางกรอกพันธุ์ชวา&lt;br /&gt;
**นกยางเขียว|นกยางเขียว&lt;br /&gt;
**นกยางโทนใหญ่|นกยางโทนใหญ่&lt;br /&gt;
**นกยางเปีย|นกยางเปีย&lt;br /&gt;
**นกยางไฟธรรมดา|นกยางไฟธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกยางไฟหัวดำ|นกยางไฟหัวดำ&lt;br /&gt;
**นกสีชมพูสวน|นกสีชมพูสวน&lt;br /&gt;
**นกหนูแดง|นกหนูแดง&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานเขียวคอเขียว|นกหัวขวานเขียวคอเขียว&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานแดงลาย|นกหัวขวานแดงลาย&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง|นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานสีตาล|นกหัวขวานสีตาล&lt;br /&gt;
**นกอัญชันอกเทา|นกอัญชันอกเทา&lt;br /&gt;
**นกอีแพรดแถบอกดำ|นกอีแพรดแถบอกดำ&lt;br /&gt;
**นกอีเสือลายเสือ|นกอีเสือลายเสือ&lt;br /&gt;
**นกอีเสือสีน้ำตาล|นกอีเสือสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงควาย|นกเอี้ยงควาย&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้|นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงสาริกา|นกเอี้ยงสาริกา&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงหงอน|นกเอี้ยงหงอน&lt;br /&gt;
**นกแอ่นกินรัง|นกแอ่นกินรัง&lt;br /&gt;
**นกแอ่นตาล|นกแอ่นตาล&lt;br /&gt;
**นกแอ่นบ้าน|นกแอ่นบ้าน&lt;br /&gt;
**เป็ดแดง|เป็ดแดง&lt;br /&gt;
**เหยี่ยวแดง|เหยี่ยวแดง&lt;br /&gt;
**อีกา|อีกา&lt;br /&gt;
**นกในพื้นที่ชุ่มน้ำ|นกในพื้นที่ชุ่มน้ำ&lt;br /&gt;
* SEARCH&lt;br /&gt;
* TOOLBOX&lt;br /&gt;
* LANGUAGES&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4:Sidebar&amp;diff=733</id>
		<title>มีเดียวิกิ:Sidebar</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4:Sidebar&amp;diff=733"/>
				<updated>2016-02-11T05:44:19Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
* navigation&lt;br /&gt;
** mainpage|mainpage-description&lt;br /&gt;
**นกกระจอกบ้าน|นกกระจอกบ้าน&lt;br /&gt;
**นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง|นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดขี้หมู|นกกระติ๊ดขี้หมู&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดตะโพกขาว|นกกระติ๊ดตะโพกขาว&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดสีอิฐ|นกกระติ๊ดสีอิฐ&lt;br /&gt;
**นกกระสาแดง|นกกระสาแดง&lt;br /&gt;
**นกกระสานวล|นกกระสานวล&lt;br /&gt;
**นกกวัก|นกกวัก&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นแดง|นกกระเต็นแดง&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นน้อยธรรมดา|นกกระเต็นน้อยธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นหัวดำ|นกกระเต็นหัวดำ&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา|นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นอกขาว|นกกระเต็นอกขาว&lt;br /&gt;
**นกกะปูดเล็ก|นกกะปูดเล็ก&lt;br /&gt;
**นกกะปูดใหญ่|นกกะปูดใหญ่&lt;br /&gt;
**นกกางเขนบ้าน|นกกางเขนบ้าน&lt;br /&gt;
**นกกาน้ำเล็ก|นกกาน้ำเล็ก&lt;br /&gt;
**นกกาฝากท้องสีส้ม|นกกาฝากท้องสีส้ม&lt;br /&gt;
**นกกาแวน|นกกาแวน&lt;br /&gt;
**นกกาเหว่า|นกกาเหว่า&lt;br /&gt;
**นกกินปลีแก้มสีทับทิม|นกกินปลีแก้มสีทับทิม&lt;br /&gt;
**นกกินปลีคอสีน้ำตาล|นกกินปลีคอสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกกินปลีคอสีน้ำตาลแดง|นกกินปลีคอสีน้ำตาลแดง&lt;br /&gt;
**นกกินปลีอกเหลือง|นกกินปลีอกเหลือง&lt;br /&gt;
**นกกินเปี้ยว|นกกินเปี้ยว&lt;br /&gt;
**นกกินแมลงป่าฝน|นกกินแมลงป่าฝน&lt;br /&gt;
**นกกินแมลงป่าอกสีน้ำตาล|นกกินแมลงป่าอกสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นท้ายทอยดำ|นกขมิ้นท้ายทอยดำ&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นน้อยธรรมดา|นกขมิ้นน้อยธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นน้อยสีเขียว|นกขมิ้นน้อยสีเขียว&lt;br /&gt;
**นกเขาใหญ่|นกเขาใหญ่&lt;br /&gt;
**นกจับแมลงสีน้ำตาล|นกจับแมลงสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกจาบคาหัวเขียว|นกจาบคาหัวเขียว&lt;br /&gt;
**นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่|นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่&lt;br /&gt;
**นกแซงแซวหางปลา|นกแซงแซวหางปลา&lt;br /&gt;
**นกแซวสวรรค์|นกแซวสวรรค์&lt;br /&gt;
**นกตบยุงหางยาว|นกตบยุงหางยาว&lt;br /&gt;
**นกตะขาบทุ่ง|นกตะขาบทุ่ง&lt;br /&gt;
**นกตีทอง|นกตีทอง&lt;br /&gt;
**นกบั้งรอกใหญ่|นกบั้งรอกใหญ่&lt;br /&gt;
**นกปรอดคอลาย|นกปรอดคอลาย&lt;br /&gt;
**นกปรอดสวน|นกปรอดสวน&lt;br /&gt;
**นกปรอดสีไพลใหญ่|นกปรอดสีไพลใหญ่&lt;br /&gt;
**นกปรอดหน้านวล|นกปรอดหน้านวล&lt;br /&gt;
**นกปลีกล้วยเล็ก|นกปลีกล้วยเล็ก&lt;br /&gt;
**นกเป็ดผีเล็ก|นกเป็ดผีเล็ก&lt;br /&gt;
**นกเปล้าคอสีม่วง|นกเปล้าคอสีม่วง&lt;br /&gt;
**นกยางกรอกพันธุ์จีน|นกยางกรอกพันธุ์จีน&lt;br /&gt;
**นกยางกรอกพันธุ์ชวา|นกยางกรอกพันธุ์ชวา&lt;br /&gt;
**นกยางเขียว|นกยางเขียว&lt;br /&gt;
**นกยางโทนใหญ่|นกยางโทนใหญ่&lt;br /&gt;
**นกยางเปีย|นกยางเปีย&lt;br /&gt;
**นกยางไฟธรรมดา|นกยางไฟธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกยางไฟหัวดำ|นกยางไฟหัวดำ&lt;br /&gt;
**นกสีชมพูสวน|นกสีชมพูสวน&lt;br /&gt;
**นกหนูแดง|นกหนูแดง&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานเขียวคอเขียว|นกหัวขวานเขียวคอเขียว&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานแดงลาย|นกหัวขวานแดงลาย&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง|นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานสีตาล|นกหัวขวานสีตาล&lt;br /&gt;
**นกอัญชันอกเทา|นกอัญชันอกเทา&lt;br /&gt;
**นกอีแพรดแถบอกดำ|นกอีแพรดแถบอกดำ&lt;br /&gt;
**นกอีเสือลายเสือ|นกอีเสือลายเสือ&lt;br /&gt;
**นกอีเสือสีน้ำตาล|นกอีเสือสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงควาย|นกเอี้ยงควาย&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้|นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงสาริกา|นกเอี้ยงสาริกา&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงหงอน|นกเอี้ยงหงอน&lt;br /&gt;
**นกแอ่นกินรัง|นกแอ่นกินรัง&lt;br /&gt;
**นกแอ่นตาล|นกแอ่นตาล&lt;br /&gt;
**นกแอ่นบ้าน|นกแอ่นบ้าน&lt;br /&gt;
**เป็ดแดง|เป็ดแดง&lt;br /&gt;
**เหยี่ยวแดง|เหยี่ยวแดง&lt;br /&gt;
**อีกา|อีกา&lt;br /&gt;
* SEARCH&lt;br /&gt;
* TOOLBOX&lt;br /&gt;
* LANGUAGES&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4:Sidebar&amp;diff=730</id>
		<title>มีเดียวิกิ:Sidebar</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4:Sidebar&amp;diff=730"/>
				<updated>2016-02-11T05:38:50Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;br /&gt;
* navigation&lt;br /&gt;
** mainpage|mainpage-description&lt;br /&gt;
**นกกระจอกบ้าน|นกกระจอกบ้าน&lt;br /&gt;
**นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง|นกกระจิบหญ้าท้องเหลือง&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดขี้หมู|นกกระติ๊ดขี้หมู&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดตะโพกขาว|นกกระติ๊ดตะโพกขาว&lt;br /&gt;
**นกกระติ๊ดสีอิฐ|นกกระติ๊ดสีอิฐ&lt;br /&gt;
**นกกระสาแดง|นกกระสาแดง&lt;br /&gt;
**นกกระสานวล|นกกระสานวล&lt;br /&gt;
**นกกวัก|นกกวัก&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นแดง|นกกระเต็นแดง&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นน้อยธรรมดา|นกกระเต็นน้อยธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นหัวดำ|นกกระเต็นหัวดำ&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา|นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกกระเต็นอกขาว|นกกระเต็นอกขาว&lt;br /&gt;
**นกกะปูดเล็ก|นกกะปูดเล็ก&lt;br /&gt;
**นกกะปูดใหญ่|นกกะปูดใหญ่&lt;br /&gt;
**นกกางเขนบ้าน|นกกางเขนบ้าน&lt;br /&gt;
**นกกาน้ำเล็ก|นกกาน้ำเล็ก&lt;br /&gt;
**นกกาฝากท้องสีส้ม|นกกาฝากท้องสีส้ม&lt;br /&gt;
**นกกาแวน|นกกาแวน&lt;br /&gt;
**นกกาเหว่า|นกกาเหว่า&lt;br /&gt;
**นกกินปลีแก้มสีทับทิม|นกกินปลีแก้มสีทับทิม&lt;br /&gt;
**นกกินปลีคอสีน้ำตาล|นกกินปลีคอสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกกินปลีคอสีน้ำตาลแดง|นกกินปลีคอสีน้ำตาลแดง&lt;br /&gt;
**นกกินปลีอกเหลือง|นกกินปลีอกเหลือง&lt;br /&gt;
**นกกินเปี้ยว|นกกินเปี้ยว&lt;br /&gt;
**นกกินแมลงป่าฝน|นกกินแมลงป่าฝน&lt;br /&gt;
**นกกินแมลงป่าอกสีน้ำตาล|นกกินแมลงป่าอกสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นท้ายทอยดำ|นกขมิ้นท้ายทอยดำ&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นน้อยธรรมดา|นกขมิ้นน้อยธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกขมิ้นน้อยสีเขียว|นกขมิ้นน้อยสีเขียว&lt;br /&gt;
**นกเขาใหญ่|นกเขาใหญ่&lt;br /&gt;
**นกจับแมลงสีน้ำตาล|นกจับแมลงสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกจาบคาหัวเขียว|นกจาบคาหัวเขียว&lt;br /&gt;
**นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่|นกแซงแซวหางบ่วงใหญ่&lt;br /&gt;
**นกแซงแซวหางปลา|นกแซงแซวหางปลา&lt;br /&gt;
**นกแซวสวรรค์|นกแซวสวรรค์&lt;br /&gt;
**นกตบยุงหางยาว|นกตบยุงหางยาว&lt;br /&gt;
**นกตะขาบทุ่ง|นกตะขาบทุ่ง&lt;br /&gt;
**นกตีทอง|นกตีทอง&lt;br /&gt;
**นกบั้งรอกใหญ่|นกบั้งรอกใหญ่&lt;br /&gt;
**นกปรอดคอลาย|นกปรอดคอลาย&lt;br /&gt;
**นกปรอดสวน|นกปรอดสวน&lt;br /&gt;
**นกปรอดสีไพลใหญ่|นกปรอดสีไพลใหญ่&lt;br /&gt;
**นกปรอดหน้านวล|นกปรอดหน้านวล&lt;br /&gt;
**นกปลีกล้วยเล็ก|นกปลีกล้วยเล็ก&lt;br /&gt;
**นกเป็ดผีเล็ก|นกเป็ดผีเล็ก&lt;br /&gt;
**นกเปล้าคอสีม่วง|นกเปล้าคอสีม่วง&lt;br /&gt;
**นกยางกรอกพันธุ์จีน|นกยางกรอกพันธุ์จีน&lt;br /&gt;
**นกยางกรอกพันธุ์ชวา|นกยางกรอกพันธุ์ชวา&lt;br /&gt;
**นกยางเขียว|นกยางเขียว&lt;br /&gt;
**นกยางโทนใหญ่|นกยางโทนใหญ่&lt;br /&gt;
**นกยางเปีย|นกยางเปีย&lt;br /&gt;
**นกยางไฟธรรมดา|นกยางไฟธรรมดา&lt;br /&gt;
**นกยางไฟหัวดำ|นกยางไฟหัวดำ&lt;br /&gt;
**นกสีชมพูสวน|นกสีชมพูสวน&lt;br /&gt;
**นกหนูแดง|นกหนูแดง&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานเขียวคอเขียว|นกหัวขวานเขียวคอเขียว&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานแดงลาย|นกหัวขวานแดงลาย&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง|นกหัวขวานสามนิ้วหลังทอง&lt;br /&gt;
**นกหัวขวานสีตาล|นกหัวขวานสีตาล&lt;br /&gt;
**นกอัญชันอกเทา|นกอัญชันอกเทา&lt;br /&gt;
**นกอีแพรดแถบอกดำ|นกอีแพรดแถบอกดำ&lt;br /&gt;
**นกอีเสือลายเสือ|นกอีเสือลายเสือ&lt;br /&gt;
**นกอีเสือสีน้ำตาล|นกอีเสือสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงควาย|นกเอี้ยงควาย&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้|นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงสาริกา|นกเอี้ยงสาริกา&lt;br /&gt;
**นกเอี้ยงหงอน|นกเอี้ยงหงอน&lt;br /&gt;
**นกแอ่นกินรัง|นกแอ่นกินรัง&lt;br /&gt;
**นกแอ่นตาล|นกแอ่นตาล&lt;br /&gt;
**นกแอ่นบ้าน|นกแอ่นบ้าน&lt;br /&gt;
**เป็ดแดง|เป็ดแดง&lt;br /&gt;
**เหยี่ยวแดง|เหยี่ยวแดง&lt;br /&gt;
**อีกา|อีกา&lt;br /&gt;
**นกน้อย|นกน้อย&lt;br /&gt;
* SEARCH&lt;br /&gt;
* TOOLBOX&lt;br /&gt;
* LANGUAGES&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7&amp;diff=728</id>
		<title>นกหัวขวานเขียวคอเขียว</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7&amp;diff=728"/>
				<updated>2016-01-25T08:51:36Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Picus_viridanus01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Picidae&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Picus viridanus'' (Blyth), 1843.&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Streak-breasted woodpecker&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : Streak-breasted green woodpecker , Burmese scaly-bellied woodpecker&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นกหัวขวานเขียวคอเขียวมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Picus viridanus'' ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ virid,-esc หรือ viridans แปลว่าสีเขียว และ –anus เป็นคำลงท้าย ความหมายคือ “นกที่มีสีเขียว” พบครั้งแรกที่ประเทศพม่า แต่เดิมจัดนกหัวขวานเขียวคอเขียวเป็นชนิดย่อยหนึ่งของนกหัวขวานเขียวป่าไผ่ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Picus vittatus viridanus Blyth ในหนังสือเล่มนี้จัดเป็นชนิด&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : นกหัวขวานเขียวคอเขียวเป็นนกเฉพาะถิ่นที่พบเฉพาะในพม่า ไทย และมาเลเซีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดเล็ก (30 ซม.) ลักษณะทั่วไปคล้ายคลึงกับนกหัวขวานเขียวป่าไผ่ จะต่างกันตรงที่นกหัวขวานเขียวคอเขียวบริเวณคอหอยเป็นสีเขียวมีลายขีดสีขาว จากอกถึงท้องเป็นสีเขียวลายเกล็ด บริเวณแก้มสีเทามีลายขีดสีขาวและมีแถบสีดำเด่นชัด ตัวผู้กระหม่อมและท้ายทอยสีแดง ตัวเมียกระหม่อมและท้ายทอยสีดำ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามป่าพรุ ป่าดงดิบชื้น และป่าในระดับต่ำ อาจพบในป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าแคระบบเกาะในทะเล มักพบอยู่เป็นคู่หากินตามพื้นดิน บนต้นไม้ หรือตามก้อนหินที่มีมอสปกคลุม อาหารส่วนใหญ่ ได้แก่ มด ปลวก ตัวหนอน หรือตัวอ่อนของด้วงที่เจาะไม้ และแมลงอื่น ๆ อุปนิสัยไม่แตกต่างไปจากนกหัวขวานเขียวป่าไผ่และนกหัวขวานในสกุลเดียวกัน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' : นกหัวขวานเขียวคอเขียวผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนต่อฤดูฝน ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ทำรังตามโพรงของต้นไม้เนื้ออ่อนหรือแข็งปานกลาง ส่วนใหญ่เป็นโพรงที่มันใช้ปากขุดเจาะเองทั้งสองเพศช่วยกันขุดโพรง ฟักไข่และเลี้ยงดูลูกอ่อนชีววิทยาการสืบพันธุ์ไม่แตกต่างไปจากนกหัวขวานเขียวป่าไผ่และนกหัวขวานในสกุลเดียวกัน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : นกหัวขวานเขียวคอเขียวเป็นนกประจำถิ่น พบไม่บ่อยและปริมาณไม่มากนักพบทางภาคใต้และบางแห่งของภาคตะวันตก&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดนกหัวขวานเขียวคอเขียวเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Picus_viridanus02.jpg]]  [[ไฟล์:Picus_viridanus03.jpg]]  &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/cf/Scaly-bellied_Woodpecker.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/21/Laced_woodpecker_pair.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/6/68/Laced_Woodpecker.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Picus_viridanus03.jpg&amp;diff=727</id>
		<title>ไฟล์:Picus viridanus03.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Picus_viridanus03.jpg&amp;diff=727"/>
				<updated>2016-01-25T08:50:36Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Picus_viridanus02.jpg&amp;diff=726</id>
		<title>ไฟล์:Picus viridanus02.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Picus_viridanus02.jpg&amp;diff=726"/>
				<updated>2016-01-25T08:50:17Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Picus_viridanus01.jpg&amp;diff=725</id>
		<title>ไฟล์:Picus viridanus01.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Picus_viridanus01.jpg&amp;diff=725"/>
				<updated>2016-01-25T08:49:58Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2&amp;diff=724</id>
		<title>อีกา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2&amp;diff=724"/>
				<updated>2016-01-25T08:45:09Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Corvus_macrorhynchos01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Corvinae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Corvus macrorhynchos'' (Wagler),1827. &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Large-billed crow &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : กา , Jungle crow &amp;lt;br&amp;gt; &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Corvus macrorhynchos'' ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษากรีก คือ macr,-o หรือ makros แปลว่าใหญ่หรือยาว และ rhynch,-o,=us หรือ rhunkhos แปลว่าปาก ความหมายคือ ”นกที่มีปากใหญ่” พบครั้งแรกที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซียทั่วโลกมี 14 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบ 2 ชนิดย่อยคือ Corvus macrorhynchos macrorhynchos wagler ที่มาและความหมายของชื่อชนิดย่อยเช่นเดียวกับชื่อชนิด และ Corvus macrorhychos levaillantii Lesson ชื่อชนิดข่อยดัดแปลงจากชื่อของบุคคลพบครั้งแรกที่รัฐเบงกอล ประเทศอินเดีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ในอิหร่านตะวันออก จนถึงจีนเอเชียตะวันออกเฉียวใต้ เกาะไหหลำ ไต้หวัน หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกาะซุนดา และฟิลิปปินส์&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดกลาง (51 ซม.) มีสีดำทั่วตัว จะมองเห็นเป็นมันเมื่อมีแสงจัด ปากใหญ่สันบนโค้งมาก&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามทุ่งโล่ง ในเมืองชายทะเล และป่าโปร่ง ตั้งแต่พื้นราบจนกระทั่งความสูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล พบอยู่โดดเดี่ยว เป็นคู่ หรือเป็นฝูงเล็ก ๆ อาจพบเป็นฝูงใหญ่ในบางพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณที่แหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ เป็นนกที่คุ้นเคยกันมากชนิดหนึ่งเพราะอาศัยและหากินใกล้บ้านเรือนคน นอกจากนี้สีสันและเสียงร้องที่เป็นแบบฉบับของตนเองก็ยิ่งทำให้คุ้นเคยกันมากยิ่งขึ้น อีกาเป็นนกที่ออกหากินตั้งแต่เช้าตรู่และกลับรังหรือแหล่งอาศัยช่วงเย็นค่ำ ปกติเป็นนักสะสมอาหาร โดยนำอาหารที่หาได้มาซ่อมตามหลืบโพรงของต้นไม้และสิ่งก่อสร้างบางครั้งขุดดินฝังไว้ และจะคอยเฝ้าไม่ให้นกหรือสัตว์อื่นมาแย่งหรือเข้าใกล้แหล่งที่ซ่อนอาหาร บางครั้งก็เข้าโจมตีเมื่อมีการลุกล้ำ ในขณะเดียวกันอีกาก็เป็นขโมยที่เก่งชนิดหนึ่งโดยเฉพาะจะขโมยไข่และลูกนกขณะที่แม่นกออกจากรัง หรือขโมยอาหารที่นกและสัตว์อื่นสะสมหรือซุกซ่อนเอาไว้ รวมทั้งอาหารของคน อีกากินทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้าวสุก ผลไม้ แมลง ตัวหนอน ไข่ ลูกนก กบ เขียด กิ้งก่า แย้ และซากสัตว์ อีกาเป็นนกที่มีสายตาที่ดีมากชนิดหนึ่ง บางครั้งมักจะเห็นซากสัตว์ก่อนสัตว์อื่น และจะเป็นตัวนำทำให้แร้งและสัตว์บางชนิดทราบตำแหน่งซากสัตว์ได้&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' : ผสมพันธุ์ในฤดูร้อนจนถึงฤดูฝนระหว่างเดือนกุมภาพันธุ์ถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งแตกต่างกันไปแล้วแต่ท้องที่ ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม รังเป็นแบบง่าย ๆ โดยใช้กิ่งไม้มาวางซ้อนกัน ทำตรงกลางให้เป็นแอ่งแล้วรองพื้นด้วยขนนก ปุยฝ้าย หรือวัสดุที่อ่อนนุ่ม รังมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15-18 ซม. ลึก 10-14 ซม. ทำรังตามง่ามหรือกิ่งไม้ที่อยู่ในระดับสูงประมาณ 7-10 เมตร รังมีไข่ 3-5 ฟอง ไข่สีเขียวแกมน้ำเงิน มีลายขีดสีน้ำตาลขนาดของไข่โดยเฉลี่ย 28.1x38.0 มม. วางไข่ตอนเช้าตรู่ ทั้งสองเพศช่วยกันทำรัง ฟักไข่ และเลี้ยงดูลูกอ่อน จะเริ่มฟักเมื่อออกไข่ฟองสุดท้ายของรังแล้ว ใช้เวลาฟักไข่ 17-19 วัน ปกติ 18 วัน หลังออกจากไข่ประมาณ 1-4 สัปดาห์ลูกอ่อนจะมีขนขึ้นเต็มตัว บินได้ และทิ้งรังไปในที่สุด&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ไข่''' : อีกาเป็นนกที่ถูกนกกาเหว่าวางไข่และให้ฟักไข่แทนมากที่สุด โดยนกกาเหว่าตัวเมียจะวางไข่ในตอนสายหลังจากที่อีกาออกจากรังไปแล้ว ก่อนวางไข่นกกาเหว่าตัวเมียจะทำลายไข่ของอีกาทุกครั้ง ครั้งละ 1 ฟอง แล้ววางไข่ของมันแทน ปกตินกกาเหว่าจะวางไข่เพียง 1 ฟองในรังอีกาแต่ละรัง แต่อาจมีนกกาเหว่าตัวอื่นมาวางไข่ในรังอีกาในรังเดียวกันได้ลูกนกกาเหว่าที่อีกาฟักออกเป็นตัวแล้วมักทำลายไข่ของอีกาที่เหลืออยู่หรือลูกของอีกาเสมอ รังอีกาบางรังพบลูกนกกาเหว่าเพียง 1 ตัว และพ่อแม่อีกายังคงเลี้ยงดูอยู่&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยและปริมาณปานกลาง ชนิดย่อย levaillantii พบทั่วทุกภาคและใต้สุดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชนิดย่อย macrorhynchos พบทางภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' :จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Corvus_macrorhynchos02.jpg]]  [[ไฟล์:Corvus_macrorhynchos03.jpg]]  &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/f/fe/Jungle-crow-corvus-macrorhynchos.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/3/37/Corvus_macrorhynchos_japonensis.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/26/Large-billed_Crow_(Corvus_macrorhynchos)_feeding_on_Semal_(Bombax_ceiba)_at_Bharatpur_I_IMG_5780.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Corvus_macrorhynchos03.jpg&amp;diff=723</id>
		<title>ไฟล์:Corvus macrorhynchos03.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Corvus_macrorhynchos03.jpg&amp;diff=723"/>
				<updated>2016-01-25T08:43:50Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Corvus_macrorhynchos02.jpg&amp;diff=722</id>
		<title>ไฟล์:Corvus macrorhynchos02.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Corvus_macrorhynchos02.jpg&amp;diff=722"/>
				<updated>2016-01-25T08:43:31Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Corvus_macrorhynchos01.jpg&amp;diff=721</id>
		<title>ไฟล์:Corvus macrorhynchos01.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Corvus_macrorhynchos01.jpg&amp;diff=721"/>
				<updated>2016-01-25T08:42:58Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87&amp;diff=720</id>
		<title>เหยี่ยวแดง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87&amp;diff=720"/>
				<updated>2016-01-25T08:42:17Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Haliastur_in_dus01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Accipitridae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Haliastur in dus'' (Boddaert) 1783.&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Brahminy kite&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : Red-backed sea eagle&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Haliastur indus'' ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ indus แปลว่าแห่งประเทศอินเดีย ความหมายคือ “เหยี่ยวที่อยู่ในหรือใกล้ทะเล พบที่ประเทศอินเดีย” พบครั้งแรกที่เมือง Pondicherry ประเทศอินเดีย ทั่วโลกมี 4 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบ 2 ชนิดย่อยคือ Haliastur indus indus (Boddaert) ชื่อชนิดย่อยมีที่มาและความหมาย เช่นเดียวกับชื่อชนิด และ Haliastur indus intermedius Gurney ชื่อชนิดย่อยมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ inter แปลว่าระหว่าง และ medi, -a, -o แปลว่ากึ่งกลาง ความหมายคือ “นกที่มีขนาดกลางหรือมีลักษณะระหว่างนกสองชนิด” พบครั้งแรกที่เกาะชวาประเทศอินโดนีเซีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ในอินเดีย จีนตอนใต้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หมู่เกาะซุนดาใหญ่ และฟิลิปปินส์&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดกลาง (46 – 47 ซม.) ปากแหลมคม ปลายปากเป็นปากขอ หัวค่อนข้างใหญ่ คอสั้น ปีกกว้าง ปลายปีกมน ปีกแต่ละข้างยาวประมาณ 35.5-39.9 ซม. หางกว้าง ปลายหางค่อนข้างมน ขาและนิ้วแข็งแรง ปลายนิ้วเป็นเล็บยาวและแหลมคม ทั้งสองเพศมีลักษณะเหมือนกัน ตัวเต็มวัยลำตัวสีน้ำตาลแดง ตัดกับสีของหัว คอ และอกที่เป็นสีขาวชัดเจน ส่วนที่เป็นสีขาวมีลายขีดสีน้ำตาลแกมดำกระจายทั่วไป ขณะบินจะเห็นหางแผ่กว้างปลายหางค่อนข้างมนชัดเจน ตัวไม่เต็มวัยสีน้ำตาลอ่อน มีจุดสีน้ำตาลเข้มทั่วตัว&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : มีกิจกรรมและหากินในเวลากลางวันตามทุ่งโล่งใกล้แหล่งน้ำ โดยเฉพาะตามแม่น้ำลำคลองขนาดใหญ่ จะพบบ่อยมากบริเวณปากแม่น้ำ ชายทะเล ท่าเรือ และตามป่าชายเลน พบอยู่โดดเดี่ยวเป็นคู่ หรือเป็นฝูง มันชอบเกาะตามกิ่งไม้หรือยอดไม้แห้งในระดับสูง ขณะเกาะลำตัวตั้งเกือบตรง บินได้ดีมักบินร่อนเป็นวงกลม หรือร่อนไปตามแม่น้ำ หรือชายฝั่งซึ่งปกติไม่สูงจากระดับน้ำมากนัก เหยี่ยวแดงกินปลาเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังกินสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก เช่น กบ เขียด กิ้งก่า งู ค้างคาว เป็นต้น มันจะล่าเหยื่อทั้งที่มีชีวิตอยู่และกินซากของสัตว์เหล่านี้ หาอาหารโดยบินหรือร่อนเป็นวงกลมตามลำน้ำ ลำคลอง ชายทะเล หรือชายเลน เมื่อพบจะบินลงมาโฉบด้วยกรงเล็บ ซึ่งบางครั้งอาจจมลงไปน้ำทั้งตัว เมื่อได้เหยื่อแล้ว มันจะน้ำขึ้นไปบนกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ จิกและฉีกกินเนื้อโดยใช้กรงเล็บช่วยจับเหยื่อบางครั้งพบมันไล่โฉบนกที่กำลังบินอยู่กลางอากาศ หรือค้างคาวที่บินออกจากถ้ำหรือแหล่งที่อยู่อาศัยช่วงพลบค่ำสำหรับซากสัตว์ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ ปลาตามสะพานปลาหรือท่าเรือขนถ่ายปลา มันจะเกาะตามกิ่งไม้เมื่อเห็นว่าปลอดคนจึงบินลงมากินซากปลา โดยใช้ปากจิกและฉีกกิน หรืออาจใช้กรงเล็บจับแล้วน้ำขึ้นไปกินบนกิ่งไม้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' : เหยี่ยวแดงผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อนระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนทำรังตามกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ ปกติรังอยู่ในระดับที่สูงจากพื้นดินพอสมควร ไม่ต่ำกว่า 5 เมตร ทั้งสองเพศช่วยกันหาวัสดุและสร้างรัง รังเป็นแบบง่าย ๆ โดยนำก่องไม้มาวางซ้อนกันตามกิ่งหรือง่ามไม้ ทำแอ่งตรงกลางเพื่อรองรับไข่ โดยทั่วไปรังมีเส้นผ่านศูนย์กลางขอบนอก 40 – 50 ซม. แอ่งตรงกลางลึก 10 – 15 ซม.&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ไข่''' : ไข่มีขนาดเฉลี่ย 36.0x50.2 มม. สีขาว ไม่มีจุดหรือลายใด ๆ แต่อาจมีรอยเปื้อนจาง ๆ สีแดงหรือสีน้ำตาลในบางฟอง รังมีไข่ 2-4 ฟอง ทั้งสองเพศผลัดกันฟักไข่ตั้งแต่ออกไข่ฟองแรก ใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 29-31 วัน เมื่อออกจากไข่ใหม่ ๆ ลูกนกมีขนอุยสีขาวปกคลุมทั่วตัว ลืมตา แต่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยเฉพาะการหาอาหาร พ่อแม่ต้องคอยช่วยกันหาอาหารมาป้อน ลูกนกออกจากไข่ไม่พร้อมกันตัวที่ออกจากไข่ก่อนมักมีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่น ๆ เพาะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีและอาหารเพียงพอ เมื่อจำนวนลูกนกเพิ่มขึ้น อาหารที่พ่อแม่นำมาต้องเฉลี่ยให้ตัวอื่น ๆ จึงอาจไม่เพียงพอ อีกทั้งตัวที่มีขนาดเล็กกว่ามาสามารถแย่งอาหารได้จากตัวที่โตกว่า ลูกนกตัวสุดท้าย คือตัวที่ 3 หรือ 4 มักตายหลังจากออกจากไข่ได้ไม่กี่วัน ดังนั้นในรังหนึ่งลูกนกจะรอดเป็นตัวเต็มวัยเพียง 1 – 2 ตัวเท่านั้น อาหารของลูกนกส่วนใหญ่ ได้แก่ ปลาและสัตว์ที่เป็นอาหารของพ่อแม่ ในช่วงแรกพ่อแม่จะใช้ปากฉีกอาหารออกเป็นชิ้น ๆ เฉลี่ยให้ลูกเท่า ๆ กัน และพยายามกันลูกตัวที่โตกว่าไม่ให้ไปแย่งอาหารจากตัวที่เล็กกว่า แต่เมื่อลูก ๆ โตพอประมาณแล้ว พ่อแม่จะนำอาหารมาทิ้งไว้ทั้งตัว ลูก ๆ ต้องแย่งกันฉีกและกินอาหารเอง ตัวที่เล็กกว่ามักแย่งอาหารไม่ทันตัวที่โตกว่าพ่อแม่จะเลี้ยงดูลูก ๆ จนกระทั่งแข็งแรง บินได้ดีและล่าเหยื่อเองได้ จากนั้นก็จะทิ้งรังไป ซึ่งใช้เวลาประมาณ 40 – 45 วันหลังออกจากไข่&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยและปริมาณปานกลาง ชนิดย่อย indus พบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ฝั่งตะวันออก ชนิดย่อย intermedius พบเฉพาะทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดเหยี่ยวแดงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Haliastur_in_dus02.jpg]]  [[ไฟล์:Haliastur_in_dus03.jpg]]  &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://c2.staticflickr.com/2/1399/534737271_a6018a9ca4.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/2/2f/Haliastur_indus_-Karratha,_Pilbara,_Western_Australia,_Australia-8.jpg/1260px-Haliastur_indus_-Karratha,_Pilbara,_Western_Australia,_Australia-8.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/b/bd/Haliastur_indus_-Karratha,_Pilbara,_Western_Australia,_Australia_-flying-8_(15).jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Haliastur_in_dus03.jpg&amp;diff=719</id>
		<title>ไฟล์:Haliastur in dus03.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Haliastur_in_dus03.jpg&amp;diff=719"/>
				<updated>2016-01-25T08:40:26Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Haliastur_in_dus02.jpg&amp;diff=718</id>
		<title>ไฟล์:Haliastur in dus02.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Haliastur_in_dus02.jpg&amp;diff=718"/>
				<updated>2016-01-25T08:40:07Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Haliastur_in_dus01.jpg&amp;diff=717</id>
		<title>ไฟล์:Haliastur in dus01.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Haliastur_in_dus01.jpg&amp;diff=717"/>
				<updated>2016-01-25T08:38:45Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87&amp;diff=716</id>
		<title>เป็ดแดง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87&amp;diff=716"/>
				<updated>2016-01-25T08:37:56Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Dendrocygna_javanica01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Dendrocygnidae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Dendrocygna javanica'' (Horsfield) 1821.&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Lesser whistling-duck&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : Indian whistling duck , Whistling teal , Whistling duck , Lesser treeduck&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป็ดแดงมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Dendrocygna javanica'' ชื่อชนิดดัดแปลงมาจากชื่อสถานที่ที่พบครั้งแรก คือเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ในอินเดีย หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกาะนิโคบาร์ จีนตอนใต้ เกาะไต้หวัน พม่า ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดเล็ก-กลาง (40-43 ซม.) มีปากแบน กว้าง สีเทาดำ ยาว 2.5-2.8 ซม. คอยาวปานกลางปีกยาวและปลายปีกแหลม ขายาวปานกลาง แข้งและนิ้วสีเทาดำ ทั้งสองเพศมีลักษณะและสีสันเหมือนกัน คือลำตัวทั่วไปเป็นสีน้ำตาลแดงกระหม่อม ช่วงไหล่ และปีกเป็นสีน้ำตาลแดงเข้มกว่าบริเวณอื่น ขนปลายปีกสีดำ เวลาบินจะเห็นสีปีกตัดกับสีของลำตัวชัดเจน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำ เช่น คู คลอง บ่อ หนอง บึง บาง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ เป็นต้น รวมทั้งแหล่งน้ำเหนือเขื่อนด้วย พบอยู่เป็นฝูงใหญ่มาก บางฝูงอาจมีนกมากกว่า 1,000 ตัว ปกติเป็นแดงมีกิจกรรมและหากินในเวลากลางคืนส่วนในเวลากลางวันมันจะลอยน้ำหรือว่ายน้ำพักผ่อนนอนหลับ หรืออาจขึ้นมายืนบนบกใกล้แหล่งน้ำ หรือเกาะพักผ่อนนอนหลับตามต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ในแหล่งน้ำหรือชายน้ำ เวลานอน มันจะหดคอสั้นติดลำตัว บางครั้งเอาปากซุกใต้ปีก เวลาบินขึ้นจากน้ำ มันต้องใช้ตีนตะกุยน้ำเป็นระยะทางพอประมาณจึงจะบินขึ้นเหนือน้ำได้ ขณะบินเพื่อออกหากินหรือบินหนีสิ่งรบกวนมันมักร้อง “วี้ด-วี้ด” คล้ายเสียงนกหวีด แต่ขณะลอยหรือว่ายน้ำ มันจะไม่ส่งเสียงร้องแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามมีนักวิชาการบางท่านกล่าวว่าเสียงที่ได้ยินเกิดจากขนปลายปีกเสียดสีกับอากาศ ไม้ใช่เสียงร้อง ขณะบินหัวและลำคอเหยียดตรงไปข้างหน้า ขาและนิ้วเหยียดมาข้างหลัง ขนหางแผ่ออก รูปแบบของฝูงบินมีเช่นรูปหัวลูกศร รูปแถวหน้ากระดาน รูปเส้นทแยงมุมเป็นกลุ่มไม่มีระเบียบ เป็นต้น มักมีเป็ดตัวหนึ่งตัวนำฝูงเสมอ โดยมีการผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเป็นตัวนำ เป็ดแดงเริ่มออกบินหากินประมาณ 18.00 น. จากแหล่งพักผ่อนหรือแหล่งน้ำไปยังแหล่งอาหาร เช่นทุ่งนา ทุ่งหญ้า ทั้งที่ใกล้หรือไกลจากแหล่งอาศัย มันจะหากินเกือบตลอดทั้งคืน แล้วบินกลับแหล่งพักผ่อนในช่วงเช้าตรู่ อาหารส่วนใหญ่ของเป็ดแดง ได้แก่ เมล็ดธัญพืช โดยเฉพาะข้าวเปลือก นอกจากนี้มันยังกิน เมล็ดหญ้า พืช และสัตว์น้ำ เช่น สาหร่าย ดีปลีน้ำ แหน ปลา กุ้ง ปู หอย แมลงที่เกาะตามพืชน้ำ เป็นต้น เป็ดแดงจัดเป็นสัตว์ที่ทำความเสียหายให้แก่ชาวนาเพราะมันจะกัดต้นข้าวหรือโน้มรวงข้าวลงมากิน นอกจากนี้ขณะที่มันบินขึ้นลงเป็นฝูงในนาข้าวที่กำลังสุกเหลืองก็จะทำให้เมล็ดข้าวตกหล่น ชาวนาเก็บเกี่ยวไม่ได้ เมื่อใดที่เป็ดในฝูงติดตาข่าย ถูกฆ่า หรือถูกดักจับด้วยวิธีใดก็ตาม เป็ดแดงฝูงนั้นจะไม่ลงกินข้าวในบริเวณนั้นอีก&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' : เป็ดแดงผสมพันธุ์ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน (ศุภชัย,2523; บุษบงและคณะ,2529) ทำรังตามกอกก จูด อ้อ หรือหญ้าที่ขึ้นอยู่ในหรือใกล้แหล่งน้ำที่เป็นแหล่งอาศัย รังเป็นแบบง่าย ๆ สร้างหยาบ ๆ โดยใช้ใบพืชที่อยู่ในบริเวณที่สร้างรัง และใช้ขนนกซึ่งมักเป็นขนบริเวณท้องของมันเองมาวางซ้อนกัน ทำตรงกลางให้เป็นแอ่งคล้ายรูปจานเพื่อรองรับไข่ มันมักอำพรางไข่และรังด้วยการใช้ใบพืชมาคลุมบนรัง ทำให้สังเกตเห็นได้ยาก โดยทั่วไปรังมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 23 ซม. ลึก 5-10 ซม. และอยู่สูงจากระดับน้ำประมาณ 10-40 ซม. &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ไข่''' : ของเป็ดแดงสีขาว ไม่มีลาย มีขนาดเฉลี่ย 33.78x62.59 มม. (บุษบงและคณะ,2529) รังมีไข่ 9-13 ฟอง สืบ (2524) รายงานพฤติกรรมการเข้ารังและฟักไข่ของเป็ดแดงว่า ทั้งตัวผู้และตัวเมียออกหากินพร้อมกัน ตอนขากลับมันจะบินวนและลงพื้นห่างจากรังพอสมควร แล้วจึงเดินช้า ๆ มาที่รัง เมื่อเข้าใกล้รังมันจะหยุดเป็นระยะ ๆ หันหัวไปมา จากนั้นตัวเมียจะปีนขึ้นรังเพื่อฟักไข่ ส่วนตัวผู้จะยืนเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ ปกติเป็ดแดงจะเริ่มฟักไข่เมื่อออกไข่ครบรังแล้ว ใช้เวลาฟักไข่ทั้งสิน 29-31 วัน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลูกนก''' : ลูกนกแรกเกิดมีน้ำหนักประมาณ 18 กรัม ลืมตาได้ มีขนอุยสีดำลายขาวปกคลุมลำตัว ปากสีดำ ปลายปากสีแดง ขาสีดำ นิ้วและพังผืดสีดำ หลังออกจากไข่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ขนจะแห้ง สามารถเดินหรือว่ายน้ำตามพ่อแม่ไปหาอาหารได้ ลูกเป็ดแดงต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือนจึงจะพัฒนาสีสันเหมือนตัวเต็มวัยแต่ยังมีขนาดเล็กกว่า จากนั้นมันจะแยกจากพ่อแม่ไปรวมฝูงกับตัวอื่น ๆ จนอายุ 1 ปีจะโตเต็มวัยพร้อมจะผสมพันธุ์ได้ ในช่วงที่ยังติดตามพ่อแม่ ลูกนกมักซุกอยู่ใต้ปีกของแม่ขณะที่พักผ่อนบนบก เวลามีภัยหรือสิ่งรบกวนลูกนกจะวิ่งหรือว่ายน้ำว่ายน้ำหลบซ่อน ส่วนพ่อหรือแม่จะส่งเสียงร้องเพื่อล่อศัตรูให้ตามต้นเสียงไปบางครั้งมันจะแสดงท่าทางคล้ายได้รับบาดเจ็บให้ศัตรูผละจากลูกมาสนใจมัน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว มันจะส่งเสียงเรียกให้ลูกนกออกจากที่ซ่อน และหากินต่อไป&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : เป็ดแดงเป็นทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพมาช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ พบบ่อยและปริมาณมากทั่วทุกภาค&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดเป็ดแดงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Dendrocygna_javanica02.jpg]]  [[ไฟล์:Dendrocygna_javanica03.jpg]]  &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/dd/Lesser_Whistling_Duck_(Dendrocygna_javanica),_Singapore_-_20090426.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/20/Lesser_Whistling-ducks-_Resting_hidden_inside_the_foilage_I_IMG_0922.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/12/Lesser_Whistling-duck_(Dendrocygna_javanica)_in_Hyderabad_W_IMG_8457.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Dendrocygna_javanica03.jpg&amp;diff=715</id>
		<title>ไฟล์:Dendrocygna javanica03.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Dendrocygna_javanica03.jpg&amp;diff=715"/>
				<updated>2016-01-25T08:36:22Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Dendrocygna_javanica02.jpg&amp;diff=714</id>
		<title>ไฟล์:Dendrocygna javanica02.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Dendrocygna_javanica02.jpg&amp;diff=714"/>
				<updated>2016-01-25T08:36:06Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Dendrocygna_javanica01.jpg&amp;diff=713</id>
		<title>ไฟล์:Dendrocygna javanica01.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Dendrocygna_javanica01.jpg&amp;diff=713"/>
				<updated>2016-01-25T08:35:43Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99&amp;diff=712</id>
		<title>นกแอ่นบ้าน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99&amp;diff=712"/>
				<updated>2016-01-25T08:29:27Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Apus_affinis01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Apodidae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Apus affinis'' (Gray) 1830.&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : House swift&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : Little swift&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นกแอ่นบ้านมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Apus affinis'' ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ affinis หรือ affini แปลว่าเกี่ยวพันกับหรือสัมพันธ์กับ ความหมายคือ “ลักษณะคล้ายกับนกชนิดอื่นในสกุลเดียวกัน” พบครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย Sibley and Monroe (1990) จัด apus affinis ซึ่งใช้ชื่อสามัญว่า Little Swift เป็นคนละชนิดกับ Apus nipalensis (Hodgson) 1836. ซึ่งใช้ชื่อสามัญว่า House Swift ส่วน Inskipp et al. (1996) จัดเป็นชนิดเดียวกันโดยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ตั้งขึ้นก่อน ทั่วโลกมีนกแอ่นบ้าน 8 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบ 1 ชนิดย่อยคือ Apus affinis subfurcatus (Blyth) ชื่อชนิดย่อยมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ Sub แปลว่าข้างใต้หรือด้านล่าง furcatus (furc, =a, -i) แปลว่าเว้า ความหมายคือ “เมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นหางเว้า” พบครั้งแรกที่เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ในแอฟริกา ตะวันออกกลาง อินเดีย จีนตอนใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะไหหลำ ไต้หวัน หมู่เกาะซุนดาใหญ่ และฟิลิปปินส์&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดเล็กมาก (14-15 ซม.) ลำตัวสีออกดำ บริเวณตะโพกและคอหอยสีขาวหางเว้าเล็กน้อย จะเห็นต่อเมื่อนกแผ่หางออก นกแอ่นบ้านแตกต่างจากนกแอ่นตะโพกขาวหางแฉกตรงที่ปีกกว้างกว่า และหางสั้นกว่า&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามทุ่งโล่ง หมู่บ้านและในเมือง ตั้งแต่ระดับพื้นราบจนกระทั่งความสูง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล มักพบเป็นฝูง ในเวลากลางวันมันใช้เวลาส่วนใหญ่บินและร่อน ในเวลากลางคืนมันจะเกาะนอนหลับตามแหล่งอาศัย ซึ่งได้แก่ถ้ำและอาคารบ้านเรือน นกแอ่นบ้านบินได้เร็วมาก บางครั้งมันก็ร่อนหากินเป็นวงกลมไกลจากแหล่งทีอยู่อาศัยหรือรังพอประมาณ&lt;br /&gt;
	นกแอ่นบ้านกินแมลงขนาดเล็กโดยเฉพาะแมลงในอันดับแมลงวัน (Diptera) อันดับมวน (Hemiptera) อันดับด้วงปีกแข็ง (Coleoptera) อันดับมดและผึ้ง (Hymenoptera) และแมลงอื่น ๆ หาอาหารโดยใช้ปากโฉบจับกลางอากาศแล้วกลืนทันที&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' : นกแอ่นบ้านผสมพันธุ์เกือบตลอดทั้งปี ยกเว้นในช่วงฤดูหนาว ส่วนใหญ่จะทำรังในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์จนถึงเดือนตุลาคม มักทำรังในช่วงเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนตุลาคม มักทำรังรวมกันเป็นกลุ่ม มีทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่มาก ตามเพดานหรือผนังถ้ำหินปูน ผาหิน หรือสิ่งก่อสร้าง รังมีรูปร่างแตกต่างกัน เช่น ทรงกลม ตะกร้า เป็นต้น โดยใช้วัสดุ เช่น หญ้า ใบไม้ ขนนก แล้วเชื่อมด้วยสิ่งที่สกัดออกมาจากต่อมน้ำลาย ในการทำรังใหม่ หากรังเดิมไม่ถูกทำลายไปเสียก่อน มันจะตกแต่งใหม่ด้วยการหาวัสดุมาเสริม&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ไข่''' : เป็นรูปรียาว สีขาว มีขนาดเฉลี่ย 14.9x22.7 มม. รังมีไข่ 2-3 ฟอง หายากที่มี 4 ฟอง ไข่แต่ละฟองวางห่างกันประมาณ 2-3 วัน บางครั้งนานถึง 7 วัน ทั้งสองเพศช่วยกันสร้างรังและฟักไข่ จะเริ่มฟักตั้งแต่ออกไข่ฟองแรก ใช้เวลาฟักไข่ทั้งสิ้น 18-26 วัน ทั้งนี้เพราะช่วงระยะเวลาออกไข่ต่างกันมาก ลูกนกแรกเกิดไม่มีขนปกคลุมลำตัว ผิวหนังสีน้ำตาล ตาโปน ท้องป่อง และยังไม่ลืมตา พ่อแม่นกจะช่วยกันกกและหาอาหารมาป้อน จนกระทั่งลูกนกแข็งแรงและบินออกจากรังหากินเองได้ ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 37-43 วันหลังจากลูกนกฟักเป็นตัว&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : นกแอ่นบ้านเป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยและปริมาณปานกลางทั่วทุกภาค&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดนกแอ่นบ้านเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Apus_affinis02.jpg]]  [[ไฟล์:Apus_affinis03.jpg]]  &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/d/d9/House_Swift_(Apus_affinis)_at_nest_in_Hyderabad,_AP_W2_IMG_0192.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/7/72/House_Swift_(Apus_affinis)_at_nest_in_Hyderabad,_AP_W_IMG_0185.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/25/House_Swift_(Apus_affinis)_at_nest_in_Hyderabad,_AP_W2_IMG_0194.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Apus_affinis03.jpg&amp;diff=711</id>
		<title>ไฟล์:Apus affinis03.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Apus_affinis03.jpg&amp;diff=711"/>
				<updated>2016-01-25T08:28:03Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Apus_affinis02.jpg&amp;diff=710</id>
		<title>ไฟล์:Apus affinis02.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Apus_affinis02.jpg&amp;diff=710"/>
				<updated>2016-01-25T08:27:45Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Apus_affinis01.jpg&amp;diff=709</id>
		<title>ไฟล์:Apus affinis01.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Apus_affinis01.jpg&amp;diff=709"/>
				<updated>2016-01-25T08:26:48Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;diff=708</id>
		<title>นกแอ่นตาล</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;diff=708"/>
				<updated>2016-01-25T08:25:53Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Cypsiurus_balasiensis01.JPG|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Apodidae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Cypsiurus balasiensis'' (Gray) 1829.&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Asian palm swift&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : Palm swift&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นกแอ่นตาลมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Cypsiurus balasiensis'' ชื่อชนิดดัดแปลงจากชื่อเมืองหนึ่งในรัฐเบงกอล ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่พบครั้งแรกแต่เดิมนกแอ่นตาลที่พบในประเทศไทยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cypsiurus parvus (Lichtenstein) ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับนกแอ่นตาลในแอฟริกา (African Palm Swift) แต่ King et al. (1975) ใช้ชื่อว่า Cypsiurus balasiensis โดยอ้างตาม Brooke (1970)  ในหนังสือเล่มนี้ใช้ชื่อเช่นเดียวกับ ''King et al''. (1975), ''Howard and Moore'' (1980), ''Sibley and Monroe'' (1990), ''Lekagul'' and ''Round'' (1991) และ ''Inskipp et al''. (1996) ทั่วโลกมีนกแอ่นตาล 3 ชนิดย่อย ประเทศไทย พบ 1 ชนิดย่อยคือ Cypsiurus balasiensis infumatus (Sclater) ชื่อชนิดย่อยมาจากคำภาษาละตินคือ infumat แปลว่าควัน ความหมายคือ “สีสันคล้ายสีควันหรือสีดำ” พบครั้งแรกที่เมือง Banjermassing หรือ Banjermasin ในเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ในอินเดีย จีนด้านตะวันตกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะไหหลำ หมู่เกาะซุนดาใหญ่ และฟิลิปปินส์&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดเล็กมาก (12-13 ซม.) ลำตัว ปีก และหางเรียว ลำตัวทั้งหมดสีน้ำตาลเข้ม บางครั้งมองเป็นเป็นสีออกดำ มันมีลักษณะแตกต่างจากพวกนกแอ่นกินรัง (swiftlet) ตรงที่มันมีหางเรียวกว่าและเว้าลึกกว่า (มากกว่าร้อยละ 30 ของความยาวหาง) ตะโพกและหลังสีเข้ม&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามทุ่งหญ้า ทุ่งนา ป่าละเมาะ ป่าโปร่ง และบริเวณที่ใกล้กับบ้านเรือนตั้งแต่ระดับพื้นราบจนกระทั่งความสูง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ปกติพบอยู่เป็นฝูง ในเวลากลางวันมันใช้เวลาส่วนใหญ่บินและร่อน ทั้งในระดับสูงและระดับที่ค่อนข้างสูงจากพื้นดิน แต่ไม่ค่อยฉวัดเฉวียนอย่างนกแอ่นอื่น ส่วนในเวลากลางคือมันจะเกาะนอนหลับตามแหล่งอาศัย นกแอ่นตาลจะไม่เกาะสายไฟฟ้า ลายโทรเลข หรือกิ่งก้านของต้นไม้ ยกเว้นใบตาลหรือใบปาล์ม บางครั้งมันอาจเกาะตามเพดานหรือผนังสิ่งก่อสร้าง ขณะลงเกาะหรือบินออกหากินมักร้องเป็นเสียงแหลมและดังกังวาน นกแอ่นตาลบินใช้ปากโฉบจับกินแมลงขนาดเล็กกลางอากาศ เช่น มดที่บินได้ในอันดับมดและผึ้ง (Hymenoptera) มวนในอันดับมวน (Hemiptera) แมลงปีกแข็งในอันดับด้วงปีกแข็ง (Coleopera) เป็นต้น&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' : นกแอ่นตาลผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน ทำรังรวมกันเป็นกลุ่มตามใบตาล ใบมะพร้าว และใบปาล์ม บางครั้งพบมันทำรังตามผนังและชายคาบ้านและตามสิ่งก่อสร้าง เป็นรูปตะกร้า ด้านข้างติดกับใบตาลหรือปาล์ม มันใช้วัสดุพวกดอกหญ้าซึ่งมีมากในช่วงผสมพันธุ์ และใช้สิ่งที่สกัดออกมาจากต่อมน้ำลายเชื่อมยึดให้ติดกันแน่นและแข็งแรงพอจะรับน้ำหนักไข่และตัวมันได้ ทั้งสองเพศช่วยกันเลือกสถานที่ทำรังหาวัสดุ และสร้างรัง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ไข่''' : เป็นรูปรียาว สีขาว มีขนาดเฉลี่ย 11.7x17.1 มม. รังมีไข่ 2-3 ฟอง ทั้งคู่ช่วยกันฟักไข่ ลูกนกแรกเกิดมีรูปร่างเทอะทะ หัวโต ตาโต ท้องป่อง ยังไม่ลืมตา ไม่มีขนปกคลุมลำตัว และขายังไม่แข็งแรงพอจะยืนได้ พ่อแม่ต้องคอยช่วยกันกกให้ความอบอุ่นโดยให้ลูกนกซุกใต้ปีกหรือใต้ท้อง และต้องคอยช่วยกันหาอาหารมาป้อนตลอดเวลา ลูกนกแอ่นตาลเจริญเติบโตและพัฒนาขนปกคลุมลำตัวค่อนข้างเร็ว อายุเพียง 3-4 สัปดาห์มันจะมีขนาดใหญ่เกือบเท่าตัวเต็มวัยและมีขนปกคลุมทั่วตัว หลังจากนั้นไม่นานมันจะหัดบินและทิ้งรัง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : นกแอ่นตาลเป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยและปริมาณมากทั่วทุกภาค เป็นนกแอ่นที่พบมากและบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดานกแอ่นในวงศ์นี้ &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดนกแอ่นตาลเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/f/fd/Asian_Palm_Swift_Cypsiurus_balasiensis_in_flight_02.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Cypsiurus_balasiensis01.JPG&amp;diff=707</id>
		<title>ไฟล์:Cypsiurus balasiensis01.JPG</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Cypsiurus_balasiensis01.JPG&amp;diff=707"/>
				<updated>2016-01-25T08:24:10Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87&amp;diff=706</id>
		<title>นกแอ่นกินรัง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87&amp;diff=706"/>
				<updated>2016-01-25T08:23:19Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Collocalia_fuciphaga01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Apodidae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Collocalia fuciphaga'' (Gmelin) 1789. &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Edible-nest swiftlet &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : Grey-rumped swiftlet , White-nest swiftlet &amp;lt;br&amp;gt; &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นกแอ่นกินรังมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Collocalia fuuciphaga'' ชื่อชนิดมาจาก fuc, -i, -us เป็นรากศัพท์ภาษาละติน แปลว่าสาหร่ายทะเลหรือสีแดง (รากศัพท์ภาษาละติน) แปลว่าสาหร่ายทะเลหรือสีแดง (รากศัพท์ภาษากรีกคือ phukos ก็มีความหมายเหมือนกัน) และ phag, =e, -o หรือ phagos เป็นรากศัพท์ภาษากรีก แปลว่ากิน ความหมายคือ “นกที่กินสาหร่ายทะเลเป็นอาหาร” ชึ่งเป็นการเข้าใจผิด เพราะนกชนิดนี้ไม่กินพืชเป็นอาหาร เพียงแต่หากินอยู่เหนือน้ำทะเลและอาจลงกินน้ำเป็นครั้งคราวแต่ไม่ได้กินสาหร่ายทะเลแต่อย่างใด&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ในพม่า ไทย มาเลเซีย เวียดนามตอนใต้ หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกาะนิโคบาร์ หมู่เกาะซุนดา เกาะปาลาวัน และฟิลิปปินส์&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดเล็กมาก (12-13 ซม.) ดูเผิน ๆ เป็นสีดำ โดยลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมดำ ตะโพกสีเข้มจนเห็นเป็นสีดำ ลำตัวด้านล่างเป็นสีน้ำตาล ปกติเมื่อดูในธรรมชาติแทบจะไม่แตกต่างจากนกแอ่นพันธุ์หิมาลัยและนกแอ่นหางสี่เหลี่ยม จะแตกต่างกันตรงที่นกแอ่นกินรังมีขนาดเล็กกว่า ปีกสั้นกว่ากระพือปีกได้เร็วกว่า แข้งไม่มีขนหรือมีเพียงเล็กน้อยปลายหางเว้าตื้น หรือเป็นแฉกลึกประมาณร้อยลุ 10-19 ของความยาวของหาง ปีกยาว 11.0-12.5 ซม.&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามเกาะกลางทะเลชายฝั่งทะเล และในเมืองที่ใกล้กับแม่น้ำ มีกิจกรรมและหากินในเวลากลางวัน ส่วนในเวลากลางคืนจะเกาะอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ตามรัง ผนังถ้ำ หรือสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น โบสถ์ บ้านเรือน เป็นต้น ในช่วงเช้าจะบินออกจากแหล่งอาศัย ไปหากินรังเป็นนกที่กระพือปีกบินสลับร่อนตลอดทั้งวันโดยไม่มีการหยุด ยกเว้นในช่วงมีลูกอ่อนที่มันจะนำอาหารมาป้อนลูกที่รังเป็นครั้งคราว แม้กระทั่งเวลาผสมพันธุ์ก็เชื่อกันว่ามันทำขณะที่ร่อนอยู่กลางอากาศในช่วงที่มีฝนตกมันจะไม่บินออกไปหากิน แต่จะรอจนกระทั่งฝนหยุดหรือซาลงแล้วจึงบินออกหากินตามปกติช่วงเย็นมันจะบินกลับแหล่งที่อยู่อาศัย ในที่บางแห่งเช่น ถ้ำที่ค่อนข้างมืด มันสามารถบินได้ดีโดยไม่ชนสิ่งกีดขวางใด ๆ ทั้งนี้เพราะมันจะส่งเสียงร้องออกไปแล้วฟังเสียงสะท้อนกลับ ทำให้รู้ว่ามีสิ่งใดขวางทางหรือไม่&lt;br /&gt;
	นกแอ่งกินรังกินแมลงขนาดเล็กเป็นอาหารโดยบินโฉบจับด้วยปากกลางอากาศ มันมีพฤติกรรมการกินน้ำโดยบินเหนือระดับน้ำเล็กน้อย จากนั้นจะโฉบลงกินน้ำครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งอิ่ม&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' : นกแอ่นกินรังผสมพันธุ์เกือบตลอดทั้งปี แต่จะพบมากที่สุดในช่วงที่ฝนตกน้อยที่สุดในรอบปี รังเป็นรูปถ้วยครึ่งซีก ขนาดยาวตามขอบบนเฉลี่ย 13.3 ซม. และลึกเฉลี่ย 5.1 ซม. ทำรังตามผนังถ้ำ หรือสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น โบสถ์อาหารบ้านเรือน รังสร้างจากสิ่งที่สกัดออกมาจากต่อมน้ำลายโดยไม่มีวัสดุใด ๆ ปน นกจะสร้างรังเฉพาะในเวลากลางคืน ใช้ระยะเวลาสร้างรังทั้งสิ้น 30-35 วันรังของนกแอ่นกินรังเป็นที่นิยมใช้เป็นอาหารโดยเฉพาะชาวจีน ไต้หวัน แลฮ่องกง โดยเชื่อกันว่าเป็นยาชูกำลังอย่างดีเลิศ อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของนกแอ่นกินรังโดยนิสา (2528) พบว่ารังนกน้ำหนัก 100 กรัม มีโปรตีนร้อยละ 54.0 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 23.3 น้ำร้อยละ 16.8 ไขมันร้อยละ 0.3 และอื่น ๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัสร้อยละ 5.6 นกแอ่นกินรังมีพฤติกรรมการสร้างรังทดแทน (re-nest) คือมันจะสร้างรังใหม่ขึ้นทดแทนรังที่ถูกทำลายรังแรกจะมีสีขาวหรือขาวมอ แต่รังต่อ ๆ ไปจะมีสีแดงของเลือดผสมด้วย รังที่ 2 ใช้เวลาสร้าง 20-25 วัน และถ้าถูกทำลายอีกจะสร้างรังที่ 3 โดยใช้เวลา 15-17 วัน ปกติมันจะสร้างเพียง 3 รังเท่านั้นแม้รังจะถูกทำลายไปอีกและมันยังไม่ได้วางไข่ก็ตามแต่บางตัวก็สร้างรังที่ 4 และ 5 การเก็บรังนกแอ่นกินรังในประเทศไทย มักเก็บรังแรกหลังจากที่นกวางไข่ ลูกนกฟักเป็นตัว และทิ้งรังไปแล้ว ไม่นิยมเก็บรับนกก่อนที่นกวางไข่เพื่อให้นกสร้างรังที่ 2 ทดแทน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะรังที่ 2 มีสีออกแดง ราคาไม่ดีเท่ากับรังแรกหรือเป็นเพราะไม่ต้องการรบกวนนกมากนัก หากรบกวนมากและนกหนีไป รายได้จากการเก็บรังนกก็จะน้อยลง ไม่คุ้มกับการได้รับสัมปทานเก็บรังนกรังนกซื้อขายกันประมาณกิโลกรัมละ 8,500 บาท ทั้งนี้รังนกจำนวน 80-85 รังจึงนะได้น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ไข่''' : ของนกแอ่นกินรังเป็นรูปยาวรี ปลายทั้งสองข้างเรียว มีขนาดเฉลี่ย 12.4x19.6 มม. เปลือกไข่มีผิวเรียบและบาง ไข่สีขาว รังมีไข่ 2 ฟอง ทั้งสองเพศช่วยกันสร้างรังและฟักไข่ โดยฟักเฉพาะในช่วงกลางคืน ใช้เวลาฟักไข่ทั้งสิ้น 22-25 วัน ลูกนกแรกเกิดยังไม่ลืมตาและไม่มีขนปกคลุมลำตัว ในช่วงกลางวันพ่อแม่นกจะช่วยกันดูแลและหาอาหารมาป้อนส่วนช่วงกลางคืนจะช่วยกันกกให้ความอบอุ่น ประมาณ 5-6 สัปดาห์ลูกนกจะบินได้แข็งแรง จากนั้นจะทิ้งรัง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : นกแอ่นกินรังเป็นนกประจำถิ่นพบบ่อยแลปริมาณปานกลางตามเกาะทางภาคใต้และชายฝั่งทะเลทั่วไปทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันนอกจากนี้ยังมีรายงานพบบริเวณกรุงเทพมหานครด้วย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดนกแอ่นกินรังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Collocalia_fuciphaga02.jpg]]  [[ไฟล์:Collocalia_fuciphaga03.jpg]]  &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/e/ec/AerodramusFuciphagus.LipKee.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://reportage.goasia.it/wp-content/uploads/sites/3/2012/05/29I-Rondoni-nel-nido-Collocalia-Fuciphaga1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://skds3.vcmedia.vn/Images/Uploaded/Share/2010/01/19/Khanhhoachimyen1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Collocalia_fuciphaga03.jpg&amp;diff=705</id>
		<title>ไฟล์:Collocalia fuciphaga03.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Collocalia_fuciphaga03.jpg&amp;diff=705"/>
				<updated>2016-01-25T08:21:51Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Collocalia_fuciphaga02.jpg&amp;diff=704</id>
		<title>ไฟล์:Collocalia fuciphaga02.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Collocalia_fuciphaga02.jpg&amp;diff=704"/>
				<updated>2016-01-25T08:21:33Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Collocalia_fuciphaga01.jpg&amp;diff=703</id>
		<title>ไฟล์:Collocalia fuciphaga01.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Collocalia_fuciphaga01.jpg&amp;diff=703"/>
				<updated>2016-01-25T08:21:17Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99&amp;diff=702</id>
		<title>นกเอี้ยงหงอน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99&amp;diff=702"/>
				<updated>2016-01-25T08:20:51Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Acridotheres_cinereus01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Sturnidae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Acridotheres cinereus'' (Bonaparte), 1851&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : White-vented myna&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : นกเอี้ยงดำ , Crested myna&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Acridotheres cinereus'' ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ ciner,-ar,-e,-I หรือ cinis แปลว่าสีเทา ความหมายคือ “นกที่มีสีเทา” พบครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซีย Sibley and Moroe (1990) ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ของนกเอี้ยงหงอนว่า Acridotheres grandis (Moore) 1858. ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ “นกที่มีขนาดใหญ่” พบครั้งแรกที่กรุงเทพมหานคร Lekagul and Round (1990) ใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Acridotheres javanicus ชื่อชนิดดัดแปลงจากชื่อสถานที่ที่พบครั้งแรก คือ เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย Inskipp et al. (1996) ถือว่าทั้ง 3 ชนิด คือ cinereus,grandis และ javanicus เป็นชนิดเดียวกัน และใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ที่ตั้งก่อนคือ cinereus ทั่วโลกมี 3 ชนิดย่อย ประทเทศไทยพบ 1 ชนิดย่อย คือ Acridotheres cinereus cinereus ที่มาและความหมายของชื่อชนิดย่อยเช่นเดียวกับชื่อชนิด&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ในอินเดีย จีนตอนใต้ พม่า ไทย และอินโดจีน ในมาเลเซียเป็นนกที่นำเข้าไป&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดเล็ก (25 ซม.) สีสันโดยทั่วไปเป็นสีดำ หัวมีพุ่มหงอนขนยาว ขาและนิ้วสีเหลือง มีลายพาดสีขาวบริเวณโคนของขนปลายปีกซึ่งจะเห็นได้ชัดขณะบิน ปลายหางมีแถบขนาดกว้างสีขาว ขนคลุมโคนขนหางด้านล่างสีขาว ตาสีน้ำตาลจนถึงน้ำตาลแกมส้ม&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามทุ่งนา ทุ่งโล่งซึ่งใกล้กับแหล่งน้ำ สวนผลไม้ หมู่บ้าน และในเมืองมักพบอยู่เป็นคู่หรือเป็นฝูง อาจพบอยู่รวมกับนกเอี้ยงและนกกิ้งโครงอื่น ๆ โดยเฉพาะนกเอี้ยงสาลิกา นกเอี้ยงด่าง และนกกิ้งโครงคอดำ อุปนิสัยไม่แตกต่างจากนกเหล่านี้&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์'''  : ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ลักษณะของรังไม่แตกต่างจากนกเอี้ยงควาย โดยการนำฟางข้าว ใบไม้ ใบหญ้า กิ่งไม้เล็ก ๆ มาวางภายในโพรงไม้ ซึ่งมักเป็นโพรงเก่าของนกและสัตว์อื่น บางครั้งวางวัสดุตามกิ่งไม้คล้ายนกเอี้ยงสาลิกาและนกกิ้งโครงคอดำ แต่ไม่ค่อยพบที่วางรังตามซอกหลังคาบ้านหรือสิ่งก่อสร้างอย่างนกเอี้ยงสาลิกา รังมีไข่ 4-5 ฟอง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ไข่''' : สีน้ำเงิน ขนาดของไข่โดยเฉลี่ย 20.7x29.2 มม. ชีววิทยาการสืบพันธุ์อื่นไม่แตกต่างจากนกเอี้ยงสาลิกาและนกกิ้งโครงทั่วไป รวมทั้งการวางไข่มากกว่า 1 รังในแต่ละปี&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยและปริมาณมากทั่วทุกภาค ในอดีตไม่พบทางภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป แต่ขณะนี้มีนกบางส่วนกำลังขยายถิ่นที่อาศัยไปยังภาคใต้เนื่องจากพื้นที่ป่าถูกทำลายลงจนเป็นที่โล่งมากขึ้น&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Acridotheres_cinereus02.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/0/07/Crested_myna,_Osaka,_Japan.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/5/50/Javan_Myna_(Acridotheres_javanicus).jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_cinereus02.jpg&amp;diff=701</id>
		<title>ไฟล์:Acridotheres cinereus02.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_cinereus02.jpg&amp;diff=701"/>
				<updated>2016-01-25T08:19:45Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_cinereus01.jpg&amp;diff=700</id>
		<title>ไฟล์:Acridotheres cinereus01.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_cinereus01.jpg&amp;diff=700"/>
				<updated>2016-01-25T08:19:28Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2&amp;diff=699</id>
		<title>นกเอี้ยงสาริกา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2&amp;diff=699"/>
				<updated>2016-01-25T08:18:41Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Acridotheres_tristis01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Sturnidae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Acridotheres tristis'' (Linnaeus) 1766.&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Common myna&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : Common mynah , นกเอี้ยงสาลิกา&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Acridotheres tristis'' ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ trist,-I แปลว่าเศร้าหรือมัวหมอง (รากศัพท์ภาษาละตินสมัยใหม่คือ tristis แปลว่าสีไม่สดใส) ความหมายคือ “นกที่มีสีไม่สดใส” พบครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย ทั่วโลกมี 3 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบ 1 ชนิดย่อย คือ Acridotheres tristis tristis (Linnaeus) ที่มาและความหมายของชื่อชนิดย่อยเช่นเดียวกับชื่อชนิด&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ตั้งแต่อัฟกานิสถานจนถึงจีนด้านตะวันตกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดเล็ก (25 ซม.) เป็นนกชนิดเดียวในสกุลนี้ที่ขนคลุมขนปีกด้านล่างมีสีขาวตัวเต็มวัยสีสัยของร่างกายเป็นสีน้ำตาลเข้ม โดยบริเวณหัว คอหอย และอกตอนบนเป็นสีดำ ปาก หนังบริเวณวงรอบเบ้าตา และนิ้วเป็นสีเหลือง ขนคลุมโคนขนหางด้านล่างสีขาว ไม่มีพุ่มหงอนขน ต่างจากนกชนิดอื่นในสกุลนี้โดยตาสีแดงถึงน้ำตาลแดง ขณะบินจะเห็นลายพาดสีขาวบริเวณโคนของขนปลายปีก ตัวไม่เต็มวัยสีทึมกว่า หัวและคอหอยเป็นสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามทุ่งโล่ง แหล่งกสิกรรม หมู่บ้าน และในเมือง ตั้งแต่พื้นราบจนกระทั่งความสูง 1,500 เมตรจากระดับน้ำทะเล พบอยู่เป็นคู่หรือเป็นฝูง และอาจพบเป็นฝูงใหญ่มาก มักพบอยู่รวมกับนกกิ้งโครงคอดำ นกเอี้ยงด่าง และนกเอี้ยงหงอน ส่วนใหญ่หากินตามพื้นดิน ซึ่งอาจเป็นบริเวณที่ชื้นแฉะ ทุ่งนา ทุ่งหญ้า ริมถนน เล้าหมู เล้าไก่ และบริเวณแหล่งกสิกรรมทั่วไป โดยเดินหรือเกาะบนหลังสัตว์เลี้ยงพวกวัวควายขณะหากินตามทุ่งหญ้า บ่อยครั้งที่พบเดินหรือกระโดดไปตามคนหรือรถที่กำลังไถนาหรือไถไร่ จะเห็นเป็นประจำที่นกทั้งฝูงบินขึ้นพร้อมกันไปเกาะตามกิ่งไม้เมื่อตกใจหรือเมื่อมีสิ่งรบกวน บางครั้งการบินดังกล่าวแทบไม่มีเหตุผลใด ๆ จากนั้นจะทยอยบินกลับมาที่เดิม นอกจากจะหากินตามพื้นดิน ซึ่งอาหารส่วนใหญ่เป็นแมลง ตัวหนอน สัตว์ขนาดเล็กและธัญพืช ยังหากินบนกิ่งไม้ โดยกินผลไม้ แมลงและตัวหนอนด้วย นอกจากนี้ยังพบเป็นประจำที่เกาะตามสายไฟฟ้า หลังคาบ้านและสิ่งก่อสร้าง และมักหากินในช่วงเช้าก่อนเที่ยงและในช่วงบ่าย ส่วนช่วงกลางวันที่มีอากาศร้อนจัดจะเกาะพักผ่อนหรือหลบซ่อนตามกิ่งไม้ที่มีใบหนาแน่น ช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์จะเห็นนกเอี้ยงสาลิกาเกาะนอนหลับตามต้นมะพร้าว ตาล ปาล์ม กอไผ่ กิ่งไม้ ชายคาบ้าน และสิ่งก่อสร้าง ซึ่งจะแก่งแย่งที่เกาะกันด้วยการส่งเสียงร้องทำให้เกิดเสียงเซ็งแซ่จนกระทั่งมืดจึงเงียบเสียงไป แต่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์เสียงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นไม่มากนัก เพราะพวกมันแยกไปทำรัง การแก่งแย่งจึงมีน้อยลง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' : ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน พบบ่อยในช่วงเดือนกรกฎาคม นกคู่หนึ่งอาจวางไข่ 2 รังในแต่ละปี หรือ อาจมากถึง 3 รัง พฤติกรรมนี้เหมือนกับนกเอี้ยงด่างและนกกิ้งโครงคอดำ คือนกจะวางไข่ทันทีที่ไข่ในรังเก่าถูกทำลาย หรืออาจวางไข่ใหม่หลังจากที่เลี้ยงดูลูกในรังเก่าจนกระทั่งลูกแยกจากพ่อแม่แล้ว นกเอี้ยงสาลิกาทำรังตามชายคาบ้านและสิ่งก่อสร้าง คอต้นตาล ต้นมะพร้าว ต้นปาล์ม โพรงต้นไม้ หรือกิ่งไม้ โดยใช้วัสดุพวกกิ่งไม้ขนาดเล็ก ใบไม้ ใบหญ้า ฯลฯ มาวางซ้อนกันหรือแทรกเข้าไปในหลืบหรือในโพรง ขึ้นอยู่กับสถานที่และมักจะใช้รังหรือสถานที่เดิมทุกปี รังมีไข่ 4-5 ฟอง หายากที่มี 6 ฟอง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ไข่''' : ไข่สีน้ำเงิน ขนาดของไข่โดยเฉลี่ย 21.9x30.8 มม. ทั้งสองเพศช่วยกันหาสถานที่ วัสดุสร้างรัง ฟักไข่ และเลี้ยงลูกอ่อน ใช้เวลาฟักไข่ 17-18 วัน ลูกนกอายุ 22-24 วันจะแข็งแรงและบินได้หลังจากนั้นจะแยกจากพ่อแม่ไปหากินตามลำพัง&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยและปริมาณมากทั่วทุกภาค&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Acridotheres_tristis02.jpg]]  [[ไฟล์:Acridotheres_tristis03.jpg]]  &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/7/7d/Acridotheres_tristis444.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/1/11/Acridotheres_tristis_(Wroclaw_zoo)-2.JPG/1024px-Acridotheres_tristis_(Wroclaw_zoo)-2.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://c1.staticflickr.com/9/8112/8612441849_d280dbc7ae_b.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_tristis03.jpg&amp;diff=698</id>
		<title>ไฟล์:Acridotheres tristis03.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_tristis03.jpg&amp;diff=698"/>
				<updated>2016-01-25T08:15:47Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_tristis02.jpg&amp;diff=697</id>
		<title>ไฟล์:Acridotheres tristis02.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_tristis02.jpg&amp;diff=697"/>
				<updated>2016-01-25T08:15:29Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_tristis01.jpg&amp;diff=696</id>
		<title>ไฟล์:Acridotheres tristis01.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_tristis01.jpg&amp;diff=696"/>
				<updated>2016-01-25T08:15:07Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89&amp;diff=695</id>
		<title>นกเอี้ยงดำปักษ์ใต้</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89&amp;diff=695"/>
				<updated>2016-01-25T08:13:45Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Aplonis_panayensis01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Sturnidae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Aplonis panayensis'' (Scopoli) 1783.&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Asian glossy starling&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : Philippine glossy starling , Glossy starling , Philippine starling&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Aplonis panayensis'' ชื่อชนิดดัดแปลงจากชื่อสถานที่ที่พบครั้งแรก คือเกาะปาในประเทศฟิลิปปินส์ ทั่วโลกมี 13 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบ 1 ชนิดย่อยคือ Aplonis panayensis strigatus (Horsfield) ชื่อนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ strig,=a แปลว่าลายขีด และ –tus เป็นคำลงท้ายความหมายคือ “นกที่มีลายขีด” พบครั้งแรกที่เกาะชวาประเทศอนิโดนีเซีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ในอินเดียตะวันออก พม่า ไทย มาเลเซีย หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกะนิโคบาร์ หมู่เกาะซุนดาใหญ่ และฟิลิปปินส์&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดเล็ก (20 ซม.) ตัวเต็มวัยสีเขียวเข้มเกือบดำเป็นมันวาว ตาสีแดง แต่มักมองเห็นเป็นสีดำ โดยเฉพาะบริเวณที่แสงสว่างไม่เพียงพอ ตัวไม่เต็มวัยลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมดำและมีเหลือบสีเขียว ลำตัวด้านล่างสีออกขาว มีลายขีดขนาดใหญ่สีดำ ตาเป็นสีแดง เหลือง ส้ม หรือชมพู&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามสวนผลไม้ ป่ารุ่น แหล่งกสิกรรม ในเมือง และริมถนน มักพบอยู่เป็นคู่หรือเป็นฝูง และอาจพบอยู่รวมกับนกเอี้ยง นก กิ้งโครง และนกที่กินผลไม้ ตามต้นไทร หว้า หรือต้นไม้ ผลอื่น ช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์จะเกาะตามต้นมะพร้าวต้นปาล์ม ต้นตาล และต้นไม้อื่น ๆ เพื่อนอนหลับซึ่งอาจพบเป็นฝูงใหญ่มาก หากินตามกิ่งไม้เป็นส่วนใหญ่แต่อาจลงมาบนพื้นดินบ้าง เพื่อจิกผลไม้สุกที่หล่นจากต้น อาหาร ได้แก่ ผลไม้ น้ำหวานดอกไม้ แมลง และตัวหนอน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' : ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ทำรังตามโพรงต้นมะพร้าว ต้นตาล และต้นไม้ที่ตายยืนต้น มักเป็นโพรงที่เกิดตามธรรมชาติหรือโพรงเก่าของสัตว์อื่น เช่น นกหัวขวาน กระรอก เป็นต้น บางครั้งอาจทำรังตามซอกตึกหรือหลังคาบ้าน รังมักอยู่สูงจากพื้นดินพอสมควรรังมีไข่ 2-4 ฟอง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ไข่''' : ไข่สีขาว อาจมีลายดอกดวงเล็ก ๆ สีน้ำตาลแกมแดง ขนาดของไข่โดยเฉลี่ย 19.7x26.6 มม. ทั้งสองเพศช่วยกันหาสถานที่ทำรัง ช่วยกันฟักไข่และเลี้ยงดูลูกอ่อน ใช้เวลาฟักไข่ 15-16 วัน ใช้เวลาเลี้ยงลูก 18-20 วัน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : เป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยและปริมาณมาก พบเฉพาะทางภาคใต้ตั้งแต่คอคอดกระลงไป&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Aplonis_panayensis02.jpg]]  [[ไฟล์:Aplonis_panayensis03.jpg]]  &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/1/1e/Asian_Glossy_Starling_(Aplonis_panayensis_strigata).jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://c2.staticflickr.com/6/5649/21003700308_d2daf6daca_b.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/f/ff/Asian_Glossy_Starling_(Aplonis_panayensis)_(8216779557).jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Aplonis_panayensis03.jpg&amp;diff=694</id>
		<title>ไฟล์:Aplonis panayensis03.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Aplonis_panayensis03.jpg&amp;diff=694"/>
				<updated>2016-01-25T08:10:18Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Aplonis_panayensis02.jpg&amp;diff=693</id>
		<title>ไฟล์:Aplonis panayensis02.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Aplonis_panayensis02.jpg&amp;diff=693"/>
				<updated>2016-01-25T08:10:00Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Aplonis_panayensis01.jpg&amp;diff=692</id>
		<title>ไฟล์:Aplonis panayensis01.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Aplonis_panayensis01.jpg&amp;diff=692"/>
				<updated>2016-01-25T08:09:08Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A2&amp;diff=691</id>
		<title>นกเอี้ยงควาย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A2&amp;diff=691"/>
				<updated>2016-01-25T08:08:23Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Acridotheres_fuscus01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Sturnidae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Acridotheres fuscus''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Jungle myna&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : Buffalo myna , Indian jungle mynah&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Acridotheres fuscus'' ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ fusc หรือ fusca แปลว่าสีเทาหรือน้ำตาล ความหมายคือ “นกที่มีสีเทาหรือน้ำตาล” พบครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย นกเอี้ยงความมีชื่อพ้องว่า Acridotheres mahrattensis (Sykes) ชื่อพ้องดัดแปลงจากชื่อสถานที่ที่พบครั้งแรกคือเมือง Mahratta ในประเทศอินเดีย อย่างไรก็ตาม Howard and Moore (1980) จัดเป็นชนิดย่อยหนึ่งเท่านั้น โดยเขียนเป็นชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Acridotheres fuscus mahrattensis ทั่วโลกมี 5 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบ 1 ชนิดย่อย คือ Acridotheres fuscus torquatus (Davison) ชื่อชนิดย่อยมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ torquat หรือ torqis หรือ torques แปลว่าแถบรอบคอ ความหมายคือ “นกที่มีลายแถบรอบคอ” พบครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ในอินเดีย พม่า ไทย และมาเลเซีย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกขนาดเล็ก (24 ซม.) แตกต่างจากนกเอี้ยงสาลิกาและนกเอี้ยงหงอนโดยปากเป็นสีเหลือง โคนปากเป็นสีน้ำเงินแก่ ตาสีเหลือง มี พุ่มหงอนบนหัวแต่สั้น ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลแกมเทาเข้ม หัวสีออกดำ คอหอยและอกสีเทาเข้ม ขนคลุมโคนขนหางด้านล่างสีขาว แตกต่างจากนกเอี้ยงสาลิกาโดยไม่มีแผ่นหนังบริเวณวงรอบเบ้าตา ขนคลุมโคนขน หางด้านล่างสีเทา นิ้วสีส้มหรือเหลือง ตัวไม่เต็มวัยหัวมีสีทึมกว่า สีออกเป็นสีน้ำตาลมากกว่า และลำตัวด้านล่างเป็นสีขาว&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามทุ่งนาและป่าหญ้า โดยเฉพาะบริเวณรอบแหล่งน้ำ อาจพบได้ในป่าซึ่งถูกแผ้วถางและป่าชายเลน พบอยู่เป็นฝูง และอาจพบอยู่รวมกับนกเอี้ยงและนกกิ้งโครงอื่น ไม่ค่อยพบที่เข้ามาอยู่ใกล้กับบ้านเรือนหรือผู้คน แต่จะอาศัยเกาะนอนหลับตามไร่อ้อย กก อ้อ พง และกิ่งไม้ พบเป็นประจำที่หากินด้วยการเกาะบนหลัง เดิน หรือกระโดดตามสัตว์เลี้ยงพวกวัวควายเพื่อกินแมลงที่มาตอมหรือแมลงที่กระโดดหรือบินหนีภายหลังวัวควายเหยียบย่ำทุ่งหญ้า นอกจากนี้ยังหากินผลไม้ น้ำหวานดอกไม้แมลง และตัวหนอนตามกิ่งไม้ พฤติกรรมโดยทั่วไปไม่แตกต่างจากนกเอี้ยงสาลิกาและนกเอี้ยงหงอน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' : ผสมพันธุ์ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนกรกฎาคม ส่วนใหญ่ทำรังตามโพรงไม้ ซึ่งมักเป็นโพรงเก่าของนกหัวขวาน และนกที่ทำรังตามโพรงไม้อื่น ๆ โดยการนำกิ่งไม้เล็ก ๆ ใบไม้ ใบหญ้า รากไม้ ขนนก และวัสดุอื่นอีกหลายอย่างมารองภายในโพรง โพรงมักอยู่สูงจากพื้นดิน 2-6 เมตร มักใช้โพรงเดิมทำรังเป็นประจำทุกปี รังมีไข่ 4-6 ฟอง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''ไข่''' : สีน้ำเงิน ขนาดของไข่โดยเฉลี่ย 20.9x28.9 มม. ทั้งสองเพศช่วยกันเลือกสถานที่ในการทำรัง เสริมสร้างรัง ฟักไข่ และเลี้ยงดูลูกอ่อน ใช้เวลาฟักไข่ 17-18 วัน ใช้เวลาเลี้ยงลูก 20-21 วัน ในแต่ละปีอาจวางไข่มากกว่า 1 รัง โดยพฤติกรรมดังกล่าวไม่แตกต่างจากนกเอี้ยงสาลิกา&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : เป็นนกประจำถิ่น พบไม่บ่อยและปริมาณไม่มานัก พบเฉพาะทางภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Acridotheres_fuscus02.jpg]]  [[ไฟล์:Acridotheres_fuscus03.jpg]]  [[ไฟล์:Acridotheres_fuscus04.jpg]]  &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/c0/Jungle_Myna_(Acridotheres_fuscus)_on_Kapok_(Ceiba_pentandra)_in_Kolkata_I_IMG_1340.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/b/be/Acridotheres_fuscus_-_Christopher_Watson.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/0/09/Jungle_Myna_(Acridotheres_fuscus)_on_Kapok_(Ceiba_pentandra)_in_Kolkata_W_IMG_3960.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/c/ce/Jungle_Myna_RWD.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_fuscus04.jpg&amp;diff=690</id>
		<title>ไฟล์:Acridotheres fuscus04.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_fuscus04.jpg&amp;diff=690"/>
				<updated>2016-01-25T08:06:39Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_fuscus03.jpg&amp;diff=689</id>
		<title>ไฟล์:Acridotheres fuscus03.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_fuscus03.jpg&amp;diff=689"/>
				<updated>2016-01-25T08:06:20Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_fuscus02.jpg&amp;diff=688</id>
		<title>ไฟล์:Acridotheres fuscus02.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_fuscus02.jpg&amp;diff=688"/>
				<updated>2016-01-25T08:05:47Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_fuscus01.jpg&amp;diff=687</id>
		<title>ไฟล์:Acridotheres fuscus01.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Acridotheres_fuscus01.jpg&amp;diff=687"/>
				<updated>2016-01-25T08:05:23Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;diff=686</id>
		<title>นกอีเสือสีน้ำตาล</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/bird/index.php?title=%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A5&amp;diff=686"/>
				<updated>2016-01-25T08:03:29Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Lanius_cristatus01.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Laniidae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Lanius cristatus'' (Linnaeus),1758.&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Brown shrike&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : -&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า ''Lanius cristatus'' ชื่อชนิดเป็นคำในภาษาละตินคือ Cristatus แปลว่าหงอน (รากศัพท์ภาษาละตินคือ crist,=a แปลว่าหงอน และ –tus เป็นคำลงท้าย) ความหมายคือ “นกที่หัวมีลักษณะเด่น” พบครั้งแรกที่รัฐเบงกอล ประเทศอินเดีย ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยมี 4 ชนิดย่อยคือ&lt;br /&gt;
#Lanius cristatus cristatus Linnaeus ที่มาและความหมายของชื่อชนิดย่อยเช่นเดียวกับชื่อชนิด&lt;br /&gt;
#Lanius cristatus confuses Stegmann ชื่อชนิดย่อยอาจมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า confuse แปลว่า ยุ่งยาก สับสน ซึ่งอาจหมายถึงการจัดจำแนกพบครั้งแรกที่ประเทศรัสเซีย&lt;br /&gt;
#Lanius cristatus superciliosus Latham ชื่อชนิดย่อยเป็นคำในภาษาละตินคือ superciliosus แปลว่าคิ้ว (super แปลว่าเหนือ cili,-a,-o,=um แปลว่าขน และ –osus แปลว่าเต็มไปด้วย) ความหมายคือ “คิ้วมีลักษณะเด่น” พบครั้งแรกที่กรุงจาการ์ตาประเทศอินโดนีเซีย&lt;br /&gt;
#Lanius cristatus lucionensis Linnaeus ชื่อชนิดย่อยดัดแปลงจากชื่อสถานที่ที่พบครั้งแรก คือ เกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กระจายพันธุ์''' : ในเอเชียตะวันออก อินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกาะไหหลำ ไต้หวัน หมู่เกาะอันดามัน หมู่เกาะนิโคบาร์ หมู่เกาะซุนดา ฟิลิปปินส์ และนิวกินี&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทั่วไป''' : เป็นนกที่มีขนาดเล็ก (20 ซม.) ตัวเต็มวัยด้านบนลำตัวสีน้ำตาลแกมเทาจนถึงน้ำตาลถึงน้ำตาลแดง โดยชนิดย่อย cristatus กระหม่อม ลำตัวด้านบน ตะโพก และขนคลุมโคนหางด้านบนเป็นสีน้ำตาลแกมแดง (Ali and Ripley,1972) ชนิดย่อย superciliosus ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลถึงน้ำตาลแดงมากกว่า โดบลนิเวณกระหม่อมมีสีเข้มที่สุด ตะโพกสีน้ำตาลเหลืองถึงน้ำตาลแดง ชนิดย่อย lucionensis กระหม่อม ช่วงไหล่ และโคนปีกเป็นสีเทาจาง คิ้วไม่เด่นชัด และชนิดย่อย confusus กระหม่อมสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''อุปนิสัยและอาหาร''' : อาศัยอยู่ตามทุ่งโล่ง ทั้งบริเวณที่ใกล้แหล่งน้ำและบริเวณที่ค่อนข้างแห้งแล้งป่าละเมาะ และสวนผลไม้ ส่วนใหญ่ในระดับต่ำ แต่อาจพบได้ถึงในระดับความสูง 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยเฉพาะช่วงอพยพ อุปนิสัยโดยทั่วไปไม่แตกต่างจากนกอีเสือหัวดำ แต่มักมีกิจกรรมในช่วงเช้าตรู่และเย็นค่ำมากกว่า&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''การผสมพันธุ์''' :ไม่มีรายงานการทำรังวางไข่ในประเทศไทย&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''สถานภาพ''' : เป็นนกอพยพมาช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ พบบ่อยและปริมาณมาก ชนิดย่อย cristatus พบทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ชนิดย่อย confusus พบภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียวเหนือ ตอนใต้ของภาคกลาง และภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป ชนิดย่อย superciliosus พบทางภาคใต้ตอนใต้สุด ชนิดย่อย lucionelucionensis พบทางภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือบางส่วน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
'''กฎหมาย''' : จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Lanius_cristatus02.jpg]]  [[ไฟล์:Lanius_cristatus03.jpg]]  [[ไฟล์:Lanius_cristatus04.jpg]]  &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/5/5d/Brown_Shrike_(Lanius_cristatus)-_Immature_feeding_in_Kolkata_I_IMG_1898.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/5/5c/Brown_Shrike_(Lanius_cristatus)-_Immature_in_Kolkata_I_IMG_6072.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/f/fd/Lanius_cristatus_P3210550.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/8/8f/Brown_Shrike_(Lanius_cristatus)-_Immature_in_Kolkata_I_IMG_2760.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	</feed>