<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2</id>
		<title>กะเพรา - ประวัติรุ่นปรับปรุง</title>
		<link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2"/>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2&amp;action=history"/>
		<updated>2026-06-04T16:28:25Z</updated>
		<subtitle>ประวัติรุ่นปรับปรุงของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
		<generator>MediaWiki 1.25.3</generator>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2&amp;diff=247&amp;oldid=prev</id>
		<title>Chakkrit: ล็อก &quot;กะเพรา&quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2&amp;diff=247&amp;oldid=prev"/>
				<updated>2015-11-10T02:44:48Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;ล็อก &amp;quot;&lt;a href=&quot;/botanic/index.php/%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2&quot; title=&quot;กะเพรา&quot;&gt;กะเพรา&lt;/a&gt;&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;table class='diff diff-contentalign-left'&gt;
				&lt;tr style='vertical-align: top;'&gt;
				&lt;td colspan='1' style=&quot;background-color: white; color:black; text-align: center;&quot;&gt;←รุ่นปรับปรุงก่อนหน้า&lt;/td&gt;
				&lt;td colspan='1' style=&quot;background-color: white; color:black; text-align: center;&quot;&gt;รุ่นปรับปรุงเมื่อ 02:44, 10 พฤศจิกายน 2558&lt;/td&gt;
				&lt;/tr&gt;&lt;tr&gt;&lt;td colspan='2' style='text-align: center;'&gt;&lt;div class=&quot;mw-diff-empty&quot;&gt;(ไม่แตกต่าง)&lt;/div&gt;
&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/table&gt;</summary>
		<author><name>Chakkrit</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2&amp;diff=72&amp;oldid=prev</id>
		<title>Nattawut: สร้างหน้าด้วย &quot;ภาพ:Ocimum_sanctum_Linn_03.jpg&lt;br/&gt;&lt;br/&gt; '''วงศ์''' LABIACEAE &lt;br/&gt; '''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Ocimum tenuif...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php?title=%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2&amp;diff=72&amp;oldid=prev"/>
				<updated>2015-11-10T01:26:43Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot;&lt;a href=&quot;/botanic/index.php/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Ocimum_sanctum_Linn_03.jpg&quot; title=&quot;ไฟล์:Ocimum sanctum Linn 03.jpg&quot;&gt;ภาพ:Ocimum_sanctum_Linn_03.jpg&lt;/a&gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วงศ์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; LABIACEAE &amp;lt;br/&amp;gt; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ชื่อวิทยาศาสตร์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; &amp;#039;&amp;#039;Ocimum tenuif...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;[[ภาพ:Ocimum_sanctum_Linn_03.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' LABIACEAE &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Ocimum tenuiflorum'' Linn.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''  &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' กอมก้อ, กอมก้อดง, ห่อกวอซู, ห่อตูปลู, อิ่มคิมหลำ, ห่อกวอซู, ห่อตูปลู, อิ่มคิมหลำ, กะเพราขน, กะเพราขาว, กะเพราแดง (กลาง), อีตู่ข้า &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' กระเพรามี 2 พันธุ์คือกระเพราขาว มีลำต้นและใยเป็นสีเขียว และกระเพราแดง ซึ่งมีใบและลำต้นเป็นสีแดงอมเขียว กระเพราขาวนิยมนำมาเป็นเครื่องเทศ ส่วนกระเพราแดงนิยมใช้เป็นยาสมุนไพร ลำต้นค่อนข้างแข็ง ตามลำต้นมีขน ใบเป็นใบเดี่ยวการเกาะติดของใบบนกิ่งแบบตรงข้ามสลับตั้งฉาก เรียงตรงข้าม รูปรี กว้าง 1-3 ซม. ยาว 2.5-5 ซม. ใบปลายแหลมหรือมน โคนแหลม ขอบจักฟันเลื่อยและเป็นคลื่น แผ่นใบมีขน ดอกเป็นแบบช่อฉัตร ออกบริเวณปลายยอดและปลายกิ่ง ยาว 8-10 ซม. ดอกย่อยมีขนาดเล็ก รูปคล้ายระฆัง กลีบดอกมีทั้งชนิดสีขาวลายม่วงแดงและสีขาว โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นกรวย ส่วนปลายแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนแยกเป็น 4 กลีบปลายแหลมเรียว ส่วนล่างมีกลีบเดียวค่อนข้างกลม ผิวกลีบด้านในเกลี้ยง ด้านนอกมีขนตามโคนกลีบ กลีบเลี้ยงสีแดงน้ำตาลแกมม่วง และสีเขียว เนื้อกลีบแข็ง ส่วนโคนเชื่อมติดกันเป็นกรวย ส่วนปลายแยกเป็นกลีบปลายแหลมแบบหนาม ก้านดอกย่อยสีเขียว ยาวประมาณ 0.20-0.30 ซม. ผลแห้งแล้วแตกออก เมล็ด เล็ก รูปไข่สีน้ำตาล มีจุดสีเข้มเมื่อนำไปแช่น้ำเปลือกหุ้มเมล็ดพองออกเป็นเมือก&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' กระเพราเป็นพืชสมุนไพรที่นิยมนำมาปรุงอาหารมากที่สุด ไม่ว่าร้านอาหารตามสั่งหรือร้านอาหาร ภัตตาคาร กระเพราเป็นผักสมุนไพรที่ชูโรงในการทำ ได้หลากหลายชนิด เช่นผัดกระเพรากับเนื้อสัตว์ ชนิดต่างๆ แกงเผ็ด แกงเลียง&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' กระเพรา เป็นสมุนไพร&lt;br /&gt;
* '''ส่วนใบ''' บำรุงธาตุไฟธาตุ ขับลมแก้ปวดท้องอุจจาระ แก้ลมตานซาง แก้จุกเสียด แก้คลื่นเหียนอาเจียน และขับลม &lt;br /&gt;
* '''ส่วนเมล็ด''' เมื่อนำไปแช่น้ำเมล็ดจะพองตัวเป็นเมือกขาว ใช้พอกบริเวณตา เมื่อตามีผง หรือฝุ่นละอองเข้า ผงหรือฝุ่นละอองนั้นก็จะออกมา ซึ่งจะไม่ทำให้ตาเรานั้นช้ำอีกด้วย&lt;br /&gt;
* '''ส่วนราก''' ใช้รากที่แห้งแล้ว ชงหรือต้มกับน้ำร้อนดื่ม แก้โรคธาตุพิการ&lt;br /&gt;
* '''ส่วนใบและกิ่งสด''' เมื่อนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยโดยการต้มกลั่น (hydrodistillation) ได้น้ำมันหอมระเหยร้อยละ 0.08-0.10 ซึ่งมีราคา 10,000 บาทต่อกิโลกรัม&lt;br /&gt;
* น้ำสกัด ทั้งต้นมีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ในใบมีฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันและลดอาการจุกเสียด&lt;br /&gt;
* รักษาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด  ปวดท้อง ขับลม ขับเสมหะ บำรุงธาตุ  ใช้ใบและยอด ( สด  หนัก 25  กรัม  - แห้งหนัก  4  กรัม ) ต้มเอาน้ำดื่ม  เหมาะสำหรับเด็กท้องอืด &lt;br /&gt;
* รักษาอาการคลื่นไส้อาเจียน  ใช้ใบและยอด ( สด  หนัก 25  กรัม  - แห้งหนัก  4  กรัม )  ต้มเอาน้ำดื่ม เหมาะสำหรับเด็กท้องอืด&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' &lt;br /&gt;
* ปลูกโดยการหว่านเมล็ด  การปลูกด้วยวิธีนี้จะต้องใช้เมล็ดพันธุ์มากและใช้แรงงานมากในการถอนแยก โดยเริ่มจากรดน้ำให้ชุ่มทั่วแปลง แล้วหว่านเมล็ดพันธุ์ให้กระจายสม่ำเสมอทั่วแปลง โดยทั่วไปใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 250 กรัมต่อไร่ ใช้แกลบขาวหรือแกลบดำโรยคลุมให้ทั่วแปลง หลังจากนั้นใช้ฟางแห้งหรือหญ้าแห้งคลุมทับบางๆ เสร็จแล้วให้รดน้ำตาม และรดน้ำทุกๆ วัน หลังจากงอกประมาณ 15-20 วัน ควรทำการถอนแยกให้ได้ระยะระหว่าง 20x20 เซนติเมตร&lt;br /&gt;
* ปลูกโดยการใช้ต้นกล้า เป็นวิธีที่เกษตรกรนิยมปฏิบัติกันมากเพราะให้ผลผลิตสูงและสะดวกในการจัดการ โดยทำการเพาะกล้าในแปลงเพาะจนกระทั่งกล้ามีอายุ 20-25 วัน จึงทำการย้ายปลูก การย้ายปลูกควรทำในตอนเย็นและปลูกให้เสร็จภายในวันเดียวกัน เมื่อถอนต้นกล้ามาแล้วจึงเด็ดยอดออก ขุดหลุมให้ได้ระยะ 20x20 เซนติเมตร แล้วนำต้นกล้าที่เด็ดยอดแล้วลงปลูก หลังจากนั้นใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมระหว่างแถว รดน้ำตามทันทีและรดน้ำทุกวัน&lt;br /&gt;
* ปลูกโดยการใช้ต้นและกิ่งแก่  การปลูกโดยใช้ลำต้นและกิ่งแก่ทำให้ได้ผลผลิตเร็ว แก่กิ่งและยอดที่แตกออกมาใหม่มักไม่สวนเท่าที่ควร ลำต้นโทรมและตายเร็ว วิธีการโดยตัดต้นและกิ่งแก่ที่มีอายุมากกว่า 8 เดือน ให้มีความยาว 5-10 เซนติเมตร เด็ดยอดและใบออก แล้วนำต้นหรือกิ่งแก่ไปปักชำในแปลง ใช้ระยะปลูก 20x20 เซนติเมตร หลังจากนั้นใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมระหว่างแถว รดน้ำตามทันที และหลังจากปลูกควรรดน้ำทุกวัน&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Ocimum_sanctum_Linn.jpg]]  [[ภาพ:Ocimum_sanctum_Linn_01.jpg]]  [[ภาพ:Ocimum_sanctum_Linn_02.jpg]]  [[ภาพ:Ocimum_sanctum_Linn_04.jpg]]  [[ภาพ:Ocimum_sanctum_Linn_05.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	</feed>