<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php?feed=atom&amp;namespace=0&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%3A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88</id>
		<title>โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชผักป่าพื้นบ้านภาคใต้ที่มีอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี - หน้าใหม่ [th]</title>
		<link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php?feed=atom&amp;namespace=0&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%3A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88"/>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88"/>
		<updated>2026-06-04T19:23:57Z</updated>
		<subtitle>จาก โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชผักป่าพื้นบ้านภาคใต้ที่มีอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี</subtitle>
		<generator>MediaWiki 1.25.3</generator>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2</id>
		<title>โหระพา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2"/>
				<updated>2015-11-10T02:43:51Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;โหระพา&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Ocimum_basilicum_Linn.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' LABIATAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Ocimum basilicum'' Linn.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Common basil, Sweet basil&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ห่อกวยซวย, โหระพาไทย, ห่อวอซุ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นพรรณไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรงมีความสูง ลักษณะของลำต้น และกิ่งก้านเป็นเหลี่ยม แตกกิ่งก้านสาขามีมาก ผิวเปลือกลำต้นมีเป็นสีเขียวอมม่วง และมีขนปกคลุมทั้งลำต้นมีกลิ่นหอม ใบออกเป็นใบเดี่ยว มี ดอกออกเป็นช่อ ชั้น ๆ คล้ายฉัตร กลีบ มีสีขาวหรือสีแดงเรื่อ ผล พอดอกร่วงโรยก็จะติดผล เป็นสีน้ำตาล  โหระพาเป็นพืชที่แพร่หลายเป็นอย่างมากในแทบทวีปเอเชียและตะวันตก มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย โหระพาเป็นไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นและกิ่งก้าเป็นเหลี่ยม มีสีม่วงหรือแดงเข้ม&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ใช้บริโภคเป็นผักสดหรือใช้ประกอบอาหารอื่นๆ ก็ได้ ทำให้อาหารมีรสชาติและกลิ่นหอมน่ารับประทานยิ่งขึ้น ใช้ใบปรุงอาหารเป็นผักชูรสได้หลายชนิด เช่น แกงเผ็ด แกงเลียง ผัด ทอด รับประทานสด เป็นเครื่องแนมอาหารคาวหรืออาหารว่างได้เป็นอย่างดี&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''  &lt;br /&gt;
*'''เมล็ด''' เมื่อแช่น้ำจะพองตัวใช้รับประทานแก้บิด ช่วยหล่อลื่นลำไส้  &lt;br /&gt;
*'''ยอดอ่อน''' โหระพามาตำปิดแผลงูกัด หรือนำมาตำกับแมงดาตัวผู้ ใช้รับประทานและพอกประคบแก้พิษคางคก &lt;br /&gt;
*'''ใบสด''' มีน้ำมันหอมระเหย เช่น methyl chavicol และ linalool ฯลฯ ขับลมแก้ท้องอืดเฟ้อ&lt;br /&gt;
* สำหรับมารดาที่ให้น้ำบุตร นำใบโหระพามาต้มกับน้ำนมราชสีห์ รับประทานเพื่อเพิ่มปริมาณของน้ำนม&amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเมล็ดและใช้กิ่งปักชำ&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Ocimum_basilicum_Linn_01.jpg]]  [[ภาพ:Ocimum_basilicum_Linn_02.jpg]]  [[ภาพ:Ocimum_basilicum_Linn_03.jpg]]  [[ภาพ:Ocimum_basilicum_Linn_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B5</id>
		<title>หูหมี</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B5"/>
				<updated>2015-11-10T02:43:47Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;หูหมี&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Epithema_carnosa_Benth.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' GESNERIACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Epithema  carnosa'' Benth.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' คะน้าป่า สะเมาทะมอ เฒ่านางรุ้ง บูดูบูลัง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ใบหูหมี เป็นผักป่า ใบและก้านใบอวบน้ำ  ปัจจุบันไม่ค่อยมีมากนักเป็นพืชที่อยู่ในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความชื้นมาก ซึ่งเป็นที่วัดความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นั้นๆ ส่วนใหญ่พบบริเวณที่มีความลาดชัน และอุดมสมบูรณ์&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' นิยมนำยอดอ่อนหรือดอกมาปรุงอาหารรสชาติคล้ายคะน้า &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*รักษาต่อมลูกหมากอักเสบ และขับปัสสาวะ&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์'''&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Epithema_carnosa_Benth_01.jpg]]  [[ภาพ:Epithema_carnosa_Benth_02.jpg]]  [[ภาพ:Epithema_carnosa_Benth_03.jpg]]  [[ภาพ:Epithema_carnosa_Benth_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C</id>
		<title>หญ้าเบญจรงค์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C"/>
				<updated>2015-11-10T02:43:23Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;หญ้าเบญจรงค์&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Asystasia_gangetica_L_T_Anders.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' ACANTHACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Asystasia gangetica'' (L.) T. Anders. &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Baya&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ต้นอ่อมแซบ ตำลึงหวาน หรือ บุษบาริมทาง   บาหยา  ย่าหยา&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นไม้ล้มลุก ใบเป็นเดี่ยวรูปหัวใจออกตรงกันข้ามกัน ผิวใบด้านบนเป็นมัน ด้านล่างมีขนนุ่ม โคนมนหรือเว้า ปลายใบแหลม ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกย่อยลักษณะโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ส่วนปลายแยกออกเป็น 5 กลีบ มีสีม่วง สีขาว หรือสีเหลือง  อ่อมแซบชาวบ้านมักคิดว่าเป็นวัชพืช เพราะแพร่ขยายพันธุ์เร็วมาก&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ดอก ใบ ยอดอ่อน ก้าน ใบ ผัดไฟแดง แกงจืด แกงอ่อม ชุปแป้งทอด ลวก-กินสดจิ้มน้ำพริก&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''ราก''' แก้ไข้เพื่อโลหิต แก้พิษฝีภายใน แก้ไข้เหนือ ขับลมให้ซ่านออกมาทั่วตัว&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' แก้ปวดบวม ปวดตามข้อ ขับพยาธิ  &lt;br /&gt;
*'''ใบและดอก''' สมานลำไส้ ลดไข้ บรรเทาอาการเจ็บท้องคลอดลูก บำรุงเลือด บำรุงกำลัง บำรุงสายตา แก้พิษงู และแก้ม้ามโตในเด็กที่เกิดใหม่&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การตัด ลำต้นไปปักกับดิน&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Asystasia_gangetica_L_T_Anders_01.jpg]]  [[ภาพ:Asystasia_gangetica_L_T_Anders_02.jpg]]  [[ภาพ:Asystasia_gangetica_L_T_Anders_03.jpg]]  [[ภาพ:Asystasia_gangetica_L_T_Anders_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%99</id>
		<title>โสน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%99"/>
				<updated>2015-11-10T02:43:20Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;โสน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Sesbania_aculeata.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' LEGUMINOSAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Sesbania aculeata''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' โสน  โสนดอกเหลือง  ภาคเหนือเรียก  ผักฮองแฮง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''  เป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง  เป็นพืชไม้พุ่ม พุ่มขนาดกลางลำต้นสูงเปราะบาง  มีกิ่งก้านห่างๆ  ใบเล็กเป็นฝอยคล้ายกับใบมะขาม  หรือใบกระถิน  ออกดอกสีเหลืองสวยงามดี  ดอกของโสนคล้ายดอกแคแต่ดอกเล็กกว่ามาก  มีฝักยาวออกมาเมื่อดอกแก่จัดร่วงไปแล้วมีเมล็ดในฝักคล้ายกับถั่วเขียว  แต่ฝักยาวกว่ามาก   ลำต้นเปราะเพราะไม่มีแก่นการปลูก  ต้นโสนนี้ขึ้นเองอยู่โดยทั่วไป  โดยเฉพาะตามริมคูน้ำ  ริมคลอง  ในที่ชื้นแฉะ  เป็นพืชที่ขึ้นง่าย  &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' เอาดอกโสนมาผัดน้ำมันเล็กน้อย หรือเอามาลวกแล้วจิ้มน้ำพริกรับประทานเป็นอาหารได้เลย ใช้ผสมกับไข่ทอดเป็นไข่เจียว หรือคนสมัยเก่านิยมทำขนมดอกโสนกัน&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''ต้นโสน''' มาเผาไฟให้เกรียม แล้วเอามาต้มชงเอาน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสวะได้ดีทีเดียว &lt;br /&gt;
*'''ดอกโสน''' มาผัดน้ำมันเล็กน้อย หรือเอามาลวกแล้วจิ้มน้ำพริกรับประทานเป็นอาหารได้เลย เป็นยาแก้ปวดมวนท้องได้ดีอย่างหนึ่งด้วย  &lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' มักจะไม่มีใครปลูกกันนัก  ถ้าจะปลูกก็ต้องเอาเมล็ดมาหว่านต้นโสนจะขึ้นเองอย่างง่ายดาย  ไม่บำรุงรักษาอะไรเลยก็งอกงามดี&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Sesbania_aculeata_01.jpg]]  [[ภาพ:Sesbania_aculeata_02.jpg]]  [[ภาพ:Sesbania_aculeata_03.jpg]]  [[ภาพ:Sesbania_aculeata_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%99</id>
		<title>เสม็ดชุน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%99"/>
				<updated>2015-11-10T02:43:15Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;เสม็ดชุน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแล...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Syzygium_gratum.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' MYRTACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Syzygium gratum'' (Wight) S.N. Mitra var. ''gratum''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Samet chun&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' เหม็ดชุน ผักเสม็ด ผักเม็ก ไคร้เม็ด เม็ก ไคร้เม็ด ยีมือแล เสม็ด เม็ก เสม็ดขาว เสม็ดแดง เม็ดชุน&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นไม้พุ่มต้นไม่ผลัดใบ เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง แตกสะเก็ดแผ่นบางๆ โคนต้นมักเป็นพูพอน ใบ เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้าม ใบรูปหอก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอก ออกเป็นช่อซี่ร่มเล็กๆ สีเหลืองอ่อน  ออกที่ปลายยอด ออกดอกเดือน มีนาคม-เมษายน  ผล กลม สีขาว มีขนาดเล็ก ออกผลเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ใบอ่อน ยอดอ่อน รับประทานเป็นผักสดกับน้ำพริก ลาบ ยำ  ใช้รับประทานกับขนมจีนหรือเป็นผักจิ้ม น้ำพริก นอกจากนี้ยังนำมาปรุงกับเครื่อง ปรุงต่าง ๆ เช่น ปลาร้า มะนาว ข้าวคั่ว หอมแดง พริก ฯลฯ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ เรียก ซุบผัก ผักเม็กมีรสฝาดปนเปรี้ยวนิดๆ ยอดสีขาวจะ อร่อยกว่ายอดสีแดง นิยมรับประทานกันมาแต่โบราณจนถึง ปัจจุบัน&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*ใช้ใบสด ตำป่นปิดพอกแก้เคล็ดยอก ฟกบวมได้ดี ใช้ผลมะกรูด หรือใบพลู รมควันใต้ใบเสม็ดพออุ่นๆ นาบท้องเด็กแก้ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อในเด็ก แก้ปวดท้องได้ดีมาก&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเมล็ด&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Syzygium_gratum_01.jpg]]  [[ภาพ:Syzygium_gratum_02.jpg]]  [[ภาพ:Syzygium_gratum_03.jpg]]  [[ภาพ:Syzygium_gratum_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2</id>
		<title>ส้มป่อย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2"/>
				<updated>2015-11-10T02:42:43Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ส้มป่อย&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลร...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Acacia_concinna_Willd_DC.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Acacia concinna'' (Willd.) DC&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Som poi&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ส้มขอน หมากขอน หม่าหัน&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ส้มป่อยเป็นไม้พุ่ม  รอเลื้อยขนาดใหญ่ ตามลำต้นกิ่งก้าน มีหนาม ใบเป็นใบประกอบ  แบบนกสองชั้นใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายและโคนใบมน ดอกมีขนาดเล็กเป็นช่อ  กลมเป็นพู่เหมือนดอกกระถิน ออกตามปลาย กิ่ง  ฝักแบนยาว คล้ายถั่วลันเตา สีน้ำตาลดำ  ขอบเป็นคลื่น ผิวย่น มีสารกลุ่มซาโปนินสูงถึง 20 % ตีกับน้ำจะเกิดฟองคงทนมาก&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร'''  ส้มป่อยยอดอ่อนใช้กินเป็นอาหาร มีรสเปรี้ยว นิยมนำมาแกงส้มปลาน้ำจืด เพราะสามารถดับกลิ่นคาวได้  ต้มกะทิ&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' รสเปรี้ยวฝาดร้อนเล็กน้อย สรรพคุณช่วยขับเสมหะ ขับระดูขาว แก้บิด ฟอกโลหิต แก้โรคตา&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' รสเปรี้ยว ฝาด มัน แก้เส้นเอ็นพิการให้สมบูรณ์ &lt;br /&gt;
*'''ฝัก''' รสเปรี้ยว เป็นยาขับเสมหะแก้ไอ ทำให้อาเจียน แก้น้ำลายเหนียว  แก้โรคผิวหนัง ช่วยขจัดรังแคและบำรุงเส้นผม&lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' รสขมเปรี้ยว เผ็ดปร่า เจริญอาหารกัดเสมหะ แก้ไอ ซางเด็ก ต้นรสเปรี้ยวฝาดแก้ตาพิการ&lt;br /&gt;
*'''ราก''' รสขม แก้ไข้ แก้ท้องร่วง&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง หรือปักชำ&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Acacia_concinna_Willd_DC_01.jpg]]  [[ภาพ:Acacia_concinna_Willd_DC_02.jpg]]  [[ภาพ:Acacia_concinna_Willd_DC_03.jpg]]  [[ภาพ:Acacia_concinna_Willd_DC_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7</id>
		<title>ส้มงั่ว</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7"/>
				<updated>2015-11-10T02:42:38Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ส้มงั่ว&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลร...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Citrus_medica_Linn.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' RUTACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Citrus medica'' Linn&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Citron &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' หมากเหว่อ มะงั่ว ส้มมะงั่ว หมากกินเกิ้ม มะนาวควาย มะนาวริปน มะโว่ยาว ลีมากูบา ส้มโอมะละกอ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นไม้ยืนต้น ตระกูลมะนาว ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามใบเดี่ยวออกสลับ ใบกลมมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบงอขึ้นเล็กน้อยสีเขียวเข้มเป็นมันวาว ใบหนากว่า ใบมะนาว มีบางใบมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ดอกสีขาวออกเหลือง ลักษณะคล้ายดอกของมะนาว มีเมล็ดกลมแต่ขนาดโต ผิวเรียบเปลือกหนา รสเปรี้ยวจัด &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ส่วนที่ใช้บริโภค ใบอ่อน - แก่ ผลดิบ - แก่ การปรุงอาหาร ใบอ่อน นำมาลวกหรือต้มรับประทานเป็นผักร่วมกับน้ำพริก ลาบ ใบแก่ นำมาหั่นเป็นฝอย ใส่ลาบเพื่อดับกลิ่นคาว โดยเฉพาะปลาต่างๆ ผลแก่ ใช้ประกอบอาหารให้รสเปรี้ยวแทนมะนาว&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''ผิวลูก''' รสปร่าหอม ใช้ทำยาหอมแก้ลมวิงเวียน หน้ามืดตาลาย แก้ท้องขึ้น อืดเฟ้อ&lt;br /&gt;
*'''น้ำในลูก''' รสเปรี้ยวอมหวาน กัดฟอกเสมหะ แก้ไอ ฟอกโลหิต&lt;br /&gt;
*'''ใบ''''  รักษาโรคผิวหนัง โดยร่วมกับใบส้มต่างๆ ต้มอาบ ทำให้ผิวเกลี้ยงเกลา เบาเนื้อเบาตัว&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การชำกิ่ง และเพาะเมล็ด&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Citrus_medica_Linn_01.jpg]]  [[ภาพ:Citrus_medica_Linn_02.jpg]]  [[ภาพ:Citrus_medica_Linn_03.jpg]]  [[ภาพ:Citrus_medica_Linn_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7</id>
		<title>ส้มเคยขาว</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7"/>
				<updated>2015-11-10T02:42:33Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ส้มเคยขาว&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Fortunella_japonixa_Thunb_Swing.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' RUTACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Citrus madurensis'' (Thunb.) Swing&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Som chit&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ส้มจี๊ด&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ส้มเคยขาวหรือส้มจี๊ด เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง แตกแขนงเป็นพุ่มแน่น สูง 1.5 - 3 เมตร  กิ่งมีหนามแหลมคม ยาว 1 - 3 ซม. ใบรูปไข่กว้าง 2 - 4 ซม. ยาว 4 - 7 ซม.ปลายและโคนแหลม สีเขียวสดเป็นมัน มีหูใบขนาดเล็ก ดอก ออกดอกเดี่ยว แต่มักออกรวมกันเป็นกลุ่ม มีสีขาว และกลิ่นหอมแรง ออกเป็นช่อสั้นตามซอกใบและปลายกิ่งกลีบเลี้ยงรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 5 แฉกกลีบดอก 5 กลีบ ร่วงง่าย  เมื่อบานจะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 - 2.5 ซม.  ผล ติดผลดก ผลค่อนข้างกลมเหมือนส้มทั่วไปแต่มีขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 - 3 ซม.ผิวบาง สีเขียว กลิ่นหอม เมื่อผลสุกมีสีเหลืองส้ม เนื้อมีรสเปรี้ยวจัด มีเมล็ด 1 - 3 เมล็ด&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ส้มจี๊ด ที่กินได้ทั้งเปลือก น้ำ ส้มมีวิตามินเอ ซีและกรดอินทรีย์หลายชนิด มีรสเปรี้ยว สามารถใช้ในการปรุงอาหาร แทนน้ำมะนาวได้, ส้มจี๊ดทั้งเปลือก ใช้ทำแยมทาขนมปัง,   เปลือกของส้มจี๊ดห่ามๆ นำมากินเป็น&amp;quot;ผักเหนาะ&amp;quot; (ผักแนมจิ้มน้ำพริก)ได้&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''น้ำส้มจี๊ดคั้น''' ผสมกับเกลือเล็กน้อย ใช้ดื่มบรรเทาอาการไอและช่วยลด เสมหะ&lt;br /&gt;
*'''ผลส้มจี๊ดดองเกลือ''' แล้วทำให้แห้ง เก็บไว้ ใช้เป็นยาแก้ไอ อมแก้เจ็บคอ &lt;br /&gt;
*'''เปลือกผลดิบ''' กินสดๆ  เป็นยาขับลม ช่วยไม่ให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' ปลูกด้วยเมล็ด ชำ กิ่งหรือตอนก็ได้&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Fortunella_japonixa_Thunb_Swing_01.jpg]]  [[ภาพ:Fortunella_japonixa_Thunb_Swing_02.jpg]]  [[ภาพ:Fortunella_japonixa_Thunb_Swing_03.jpg]]  [[ภาพ:Fortunella_japonixa_Thunb_Swing_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%81</id>
		<title>ส้มแขก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%81"/>
				<updated>2015-11-10T02:42:02Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ส้มแขก&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Garcinia_atroviridis_Griff.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' GUTTIFERAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Garcinia atroviridis'' Griff.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Som khaek&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ส้มควาย ส้มมะวน ชะมวงช้าง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' มีลักษณะทรงพุ่มกว้าง ลำต้นสูงใหญ่  เป็นพืชไม่ผลัดใบ ใบมีขนาดโต ผิวมันคล้ายใบมังคุด แต่มีขนาดใหญ่  และสีจางกว่าใบมังคุด ดอกออกตามปลายยอด คล้ายดอกมังคุด ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแก่ มีขนาดใกล้เคียงกับ ผลกระท้อน เนื้อมีรสเปรี้ยวจัด เมล็ดลีบแบน&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดอ่อนนำมาต้มเนื้อ  เพราะมีรสเปรี้ยว มีฤทธิ์ละลายไขมันทำให้เนื้อต้มไม่เป็นไข ผลมีรสเปรี้ยวนิยมนำมาหั่นบางๆ แล้วตากแห้ง  ใช้แกงส้ม หรือต้มเนื้อ ปรุงอาหารอย่างอื่นที่ต้องการให้มีรสเปรี้ยว ผลส้มแขก มีสาร HCA หรือ Hydroxy-citric acid อยู่เป็นจำนวนมาก โดยพบว่า HCA นี้มีคุณสมบัติในการยับยั้งการสะสมของไขมัน ส่วนเกินในร่างกายและลดความอยากอาหารได้ จึงได้มีบางคนนำผลส้มแขกมาใช้ในการควบคุมน้ำหนัก&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*''' ราก''' ใช้ทำเป็นยาแก้กระษัย รากใช้ทำเป็นยารักษานิ่ว ด้วยการนำมาตากแห้งแล้วต้มกับน้ำผสมกับรามังคุดและรากจูบู&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ช่วยแก้อาการไอ สรรพคุณส้มแขกใช้เป็นยาขับเสมหะ ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ดอกตัวผู้แห้งต้มกับน้ำ (อัตราส่วน 7ดอก : น้ำ 1 ลิตร) เติมน้ำครั้งที่สองใส่ดอก 3 ดอกต่อน้ำ 1 ลิตร โดยไม่ต้องทิ้งดอกที่ต้มในครั้งแรก แล้วนำมาดื่ม (ดอกตัวผู้)&lt;br /&gt;
*'''ผลแก่''' นำมาใช้ทำเป็นชาลดความดันได้ หรือจะใช้ดอกก็ได้&lt;br /&gt;
*'''ใบสด''' นำมารับประทานช่วยแก้อาการท้องผูก&lt;br /&gt;
*'''ผลส้มแขก''' สรรพคุณช่วยลดความอยากอาหาร ความรู้สึกหิวอาหาร&lt;br /&gt;
* ใช้เป็นยาสมุนไพรช่วยฟอกโลหิต&lt;br /&gt;
* ตำรายาพื้นบ้านใช้ส้มแขกทำเป็นยาบรรเทาอาการปวดท้องในสตรีมีครรภ์&lt;br /&gt;
* ส้มแขกสรรพคุณใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร ช่วยดักจับแป้งและไขมันจากอาหารที่รับประทานเข้าไป สารสกัดจากส้มแขกช่วยทำให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนไหวตัวได้เร็วขึ้นและขับไขมันออกมา ส้มแขกลดน้ําหนัก เนื่องจากผลส้มแขกมีกรดมีกรดไฮดรอกซีซิตริก (HCA) มีสรรพคุณในการช่วยลดน้ำหนักและช่วยลดไขมันส่วนเกินของร่างกายได้&lt;br /&gt;
มีคุณสมบัติช่วยสกัดกั้นการเปลี่ยนแปลงของคาร์โบไฮเดรต (อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล) ไม่ให้เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามร่างกายได้ แต่จะนำไปเป็นพลังงานให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย ส้มแขกลดความอ้วน ช่วยกระตุ้นให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมในร่างกายออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆของร่างกายลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีน้ำหนักลดลงอย่างช้าๆ ประมาณ 1 กิโลกรัมภายใน 3-4 อาทิตย์&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเมล็ด  ตอนกิ่ง&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Garcinia_atroviridis_Griff_01.jpg]]  [[ภาพ:Garcinia_atroviridis_Griff_02.jpg]]  [[ภาพ:Garcinia_atroviridis_Griff_03.jpg]]  [[ภาพ:Garcinia_atroviridis_Griff_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87</id>
		<title>ลูกเนียง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:41:54Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ลูกเนียง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแล...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Archidendron_jiringa_Nielsen.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Archidendron jiringa'' Nielsen &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' luk nieng, Djenkol bean fruit &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' พะเนียง (กลาง) ชะเนียง (จันทบุรี) ยือริง (มุสลิมภาคใต้) &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เนียงเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10-15 ม. เปลือกต้นสีเทาหรือน้ำตาลอ่อนปนเทา เรือนยอดเป็นพุ่มกลมใหญ่ ดอกสีขาว ขนาดเล็ก ออกเป็นช่อ ผลเป็นฝักแบนเป็นเกลียวไปทางเดียวกัน คล้ายรูปเกือกม้า ผิวสีน้ำตาลคล้ำหรือน้ำตาลอมม่วง เมล็ดมีลักษณะ คล้ายเมล็ดถั่ว 2 ฝา&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ลูกเนียงหรือเมล็ดเนียง เป็นผักที่ นิยมรับประทานกัน โดยเฉพาะทางภาคใต้ของไทย เรา ซึ่งนิยมรับประทานเป็นผักสด ใช้ลูกอ่อนปอก เปลือกจิ้มน้ำพริก หรือรับประทานร่วมกับอาหารรส เผ็ด หรือบริโภคลูกเนียงเพาะ (นำลูกเนียงไปเพาะในฟางจนต้นอ่อนงอก) ลูกเนียงดอง หรือทำให้สุก โดยต้มหรือย่าง ลูกเนียงนับเป็นผักที่มีคุณค่าทาง อาหาร คือ มีโปรตีน  คาร์โบไฮเดรท  ไขมัน  วิตามิน  กรดโฟลิค และแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส และเหล็ก มีกรดอะมิโน 18 ชนิด และมี กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทั้ง 8 ชนิด บางคนรับประทานแล้วเกิดอาการผิดปกติ หรือเกิดอาการแพ้  ชาวบ้านเรียกว่า  “เนียงมัด”  มักเกิดอาการภายใน 2-14 ชม. ภายหลังรับประทาน เริ่มด้วยมีอาการปวดตามบริเวณขาหนีบ ปัสสาวะลำบาก ปวดปัสสาวะมาก บางรายไม่มีปัสสาวะ (anuria) ปัสสาวะขุ่นข้น บางคราวปัสสาวะเป็นเลือด บางรายมีอาการปวดท้องแบบ colic ปวดท้องน้อย และปวดหลัง อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ความดันโลหิตสูง&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''เปลือกหุ้มเมล็ด''' ช่วยแก้โรคเบาหวาน&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' นำมาพอแก้โรคผิวหนัง &lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' นำเมล็ดแก่จัดมาเพาะในดินร่วน เมื่อเริ่มแตกหน่อสูงประมาณ 30 ซม.จึงเริ่มนำลงแปลงปลูก&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Archidendron_jiringa_Nielsen_01.jpg]]  [[ภาพ:Archidendron_jiringa_Nielsen_02.jpg]]  [[ภาพ:Archidendron_jiringa_Nielsen_03.jpg]]  [[ภาพ:Archidendron_jiringa_Nielsen_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87</id>
		<title>ลูกฉิ่ง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%89%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:41:50Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ลูกฉิ่ง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลร...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Ficus_botryocarpa_Miq.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' MORACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Ficus botryocarpa'' Miq.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Duea ching&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ชิ้งขาว จิ้งขาว ซิ้งขาว มะเดื่อซิ้ง เดื่อฉิ่ง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นไม้ยืนต้นตระกูลมะเดื่อสูงประมาณ 3 - 5 เมตร แตกกิ่งก้านมาก เปลือกต้นเรียบสีน้ำตาล อมเขียว  ใบ ใบเดี่ยวขนาดใหญ่สีเขียวเข้มกว้างประมาณ 5-6 นิ้ว ยาวประมาณ 8 นิ้ว ก้านใบสีแดง หน้าใบเรียบเป็นมัน ขอบใบเรียบ หลังใบมีก้านใบนูน  ผล ผลกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-1.2ซม. ผลออกตามต้นและกิ่งก้าน มีลักษณะเป็นช่อ ๆ ละประมาณ 5-30 ผล ผลกลมสีเขียว ข้างในมีเมล็ดเล็กๆ สีชมพูอ่อน ลักษณะคล้ายเกสรตัวผู้เบียดกันอยู่ภายใน&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ผลอ่อน (รสชาติฝาดมัน) นำมารับประทานเป็นผักสด  เป็นผักเหนาะที่กินกับอาหารที่มีรสเผ็ด ได้แก่ น้ำพริก แกงพุงปลา  หรือกินร่วมกับน้ำพริก ขนมจีนน้ำยา  หรือแกงชนิดต่าง ๆ บางคนนิยมนำไปปรุงใส่แกงเผ็ด&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''เปลือกต้น''' มีรสฝาด รับประทานแก้ท้องร่วง ชะล้างบาดแผล เป็นยาสมานดี&lt;br /&gt;
*'''ราก''' เป็นยาแก้ไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ ไข้พิษทุกชนิด กล่อมเสมหะ และโลหิต&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเมล็ดและตอนกิ่ง&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Ficus_botryocarpa_Miq_01.jpg]]  [[ภาพ:Ficus_botryocarpa_Miq_02.jpg]]  [[ภาพ:Ficus_botryocarpa_Miq_03.jpg]]  [[ภาพ:Ficus_botryocarpa_Miq_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3</id>
		<title>ราน้ำ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3"/>
				<updated>2015-11-10T02:41:10Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ราน้ำ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Limnophila_rugosa_Merr.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' SCROPHULARIACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Limnophila rugosa'' Merr.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Phak kachom&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักกระโฉม  กระออม  นางออม  กระออมโป๋ง  กระออมหอม ผักชะออม&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' พืชล้มลุกอายุหลายปี เติบโตได้ดีภูมิประเทศที่ลุ่ม ชื้นแฉะ และเป็นดินโคลน มีกลิ่นหอมคล้ายยี่หร่า ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ  ราน้ำ   ต้น ลำต้นกลม อวบน้ำ เป็นข้อๆ แต่ละข้อยาวประมาณ  2.5 - 3  ซม. สีน้ำตาลอ่อนแกมม่วง  ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปหอกปลายมน ออกตรงข้ามกันเรียงสลับตามข้อของลำต้น  มีเส้นด้านบนของใบ สีเขียวเข้มเป็นมันเล็กน้อย  ขอบใบหยัก ใต้ใบสีขาว ขนาดของใบกว้าง 3 ซม. ยาว 5 ซม.  ดอก เมื่อต้นแก่ จะมีดอกขนาดเล็ก ลักษณะเป็นช่อๆ ออกเป็นกระจุกที่ด้านบนของก้านใบ มีสีม่วง  ผล เมื่อดอกแก่จะร่วงและกลายเป็นผล ออกเป็นกระจุกแน่นตามข้อด้านบนของก้านใบ มีสีเขียว ลักษณะคล้ายหอก  หุ้มเมล็ดซึ่งอยู่ข้างใน&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ใช้รับประทานสดทั้งใบและต้น เป็นผักเหนาะ รับประทานกับน้ำพริก แกงเผ็ด หรือขนมจีน  &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''ทั้งต้น''' ขับเสมหะ แก้ไอ หอบ แน่นหน้าอก ลำต้นใช้สับแล้วตำ พอกแผลพุพอง&lt;br /&gt;
*'''ส่วนของใบ'''  ขับปัสสาวะ ช่วยเจริญอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้แน่นหน้าอก เป็นยาขับลม ใช้ดับกลิ่นปาก  ลำต้นจะมีน้ำมันหอมระเหย&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' &amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Limnophila_rugosa_Merr_01.jpg]]  [[ภาพ:Limnophila_rugosa_Merr_02.jpg]]  [[ภาพ:Limnophila_rugosa_Merr_03.jpg]]  [[ภาพ:Limnophila_rugosa_Merr_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A2%E0%B8%AD</id>
		<title>ยอ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A2%E0%B8%AD"/>
				<updated>2015-11-10T02:41:06Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ยอ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Morinda_citrifolia_Linn.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' RUBIACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Morinda citrifolia'' Linn.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Indian Mulberry&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' มะตาเสือ, ยอบ้าน, แยใหญ่&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ไม้ต้น สูง 2-6 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออก กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรี กว้าง 8-15 ซม. ยาว 10-20 ซม. ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก ออกเป็นช่อกลมตามซอกใบ ดอกสีขาว กลีบดอกโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 แฉก มีกลิ่นหอม ผล เป็นผลรวม ผิวขรุขระเป็นตุ่ม ผลสุกมีกลิ่นเหม็นเอียน เมล็ดสีน้ำตาลมีหลายเมล็ด&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ใบยอนิยมนำมาทำห่อหมก โดยการนำใบอ่อนใช้เป็นใบรอง ลวกจิ้มน้ำพริก หรือใบอ่อน หั่นฝอยเป็นผักใส่ข้าวยำ  ผลแก่ นิยมนำมาหมักเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''ราก''' เป็นยาระบาย แก้กระษัยราก&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' แก้ท้องร่วง แก้ปวดตามนิ้วมือนิ้วเท้า แก้ม้ามโต แก้กระษัยราก แก้โรคเก๊าท์ ขับประจำเดือน แก้ไข้ แก้จุกเสียด แก้ไอ แก้คลื่นเหียน แก้บิด  บำรุงธาตุ&lt;br /&gt;
*'''ผล''' แก้อาเจียน แก้ร้อนในอก ขับผายลมในกระเพาะอาหาร ลำไส้ แก้ตัวเย็น ขับเลือดสตรี แก้เหงือกเปื่อยเป็นขุยบวม แก้ไข้ในกองลมและเสมหะ แก้กระษัยราก บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร รักษาเบาหวาน แก้ไอ&lt;br /&gt;
*'''เมล็ด''' เป็นยาระบายและส่วนที่ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แก้อาเจียน แก้ร้อนในอก แก้ตัวเย็น ขับลม แก้กระษัยราก แก้ท้องร่วง แก้เหงือกเปื่อยเป็นขุยบวม แก้ปวดตามข้อ แก้จุกเสียด ขับเลือด ขับน้ำคาวปลา ฟอกโลหิตระดูเสีย&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' &amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Morinda_citrifolia_Linn_01.jpg]]  [[ภาพ:Morinda_citrifolia_Linn_02.jpg]]  [[ภาพ:Morinda_citrifolia_Linn_03.jpg]]  [[ภาพ:Morinda_citrifolia_Linn_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87</id>
		<title>ย่านาง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:41:01Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ย่านาง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Tiliacora_triandra_Diels.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' MENISPERMACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Tiliacora triandra'' Diels&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Thao yanang&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ย่านวันยอ เถาย่านาง เถาวัลย์เขียว จอยนาง ปู่เจ้าเขาเขียว ขันยอ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ไม้เถาเลื้อยพัน กิ่งอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่แล้วผิวค่อนข้างเรียบ รากมีขนาดใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกติดกับลำต้นแบบสลับ รูปร่างใบคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ขอบขนานปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5 - 10 ซม. กว้าง 2 - 4 ซม. ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 1 ซม. ดอกออกตามซอกโคนก้านใบเป็นช่องยาว 2 - 5 ซม. ช่อหนึ่ง ๆ มีดอกขนาดเล็กสีเหลือง 3 - 5 ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้นไม่มีกลีบดอก ผลรูปร่างกลมรีขนาดเล็ก สีเขียว เมื่อแก่กลายเป็นสีเหลืองอมแดงและกลายเป็นสีดำ&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' คนไทยอีสานกับคนลาวสามารถนำพืชผักชนิด มาปรุงอาหาร หลากหลายชนิด เช่นซุบหน่อไม้ แกงเปรอะ แกงหวาย แกงขี้เหล็ก หมกผักกุ่ม เป็นต้น ส่วนคนเขมร และเวียดนามนั้นมีแกงที่ใส่ใบย่านางอยู่ด้วยเหมือนกัน   ยอดอ่อน มีการนำมาปรุงเป็นอาหารบ้าง แต่ไม่เป็นที่นิยม เช่นแกงเลียงยอดย่านาง  ส่วนใหญ่นิยมนำใบแก่มาคั้นน้ำ  แล้วนำมาปรุง&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*นอกจากนั้น ทุกส่วนของย่านาง ยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรต่างๆ อีกมากมาย  และเป็นที่นิยมทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบในการทำสบู่บำรุงผิว เป็นผลิตเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่นทำสบู่บำรุงผิว ยาสระผมบำรุงเส้นผมและขจัดรังแค บำรุงหนังศรีษะ ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารสุขภาพแล้วยังนำไปย้อมผ้าสีธรรมชาติได้อีกด้วย&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเมล็ด  หรือใช้เหง้าเถาที่เลื้อย&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Tiliacora_triandra_Diels_01.jpg]]  [[ภาพ:Tiliacora_triandra_Diels_02.jpg]]  [[ภาพ:Tiliacora_triandra_Diels_03.jpg]]  [[ภาพ:Tiliacora_triandra_Diels_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81</id>
		<title>แมงลัก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81"/>
				<updated>2015-11-10T02:40:21Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;แมงลัก&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Ocimum_basilicum.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' LABIATAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Ocimum americanum''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Hoary basil&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ก้อมข้าว&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' แมงลัก เป็นพืชล้มลุกในสกุลกะเพรา-โหระพา ลักษณะของต้นแมงลักจะคล้ายต้นกะเพรา ต่างกันที่กลิ่น และใบจะมีสีเขียวจางกว่าใบกะเพรา มีกลิ่นหอมทุกส่วน ใบเป็นใบเดี่ยวทรงรีหรือรูปหอกหรือรี ขอบใบเรียบ บ้างมีขอบหยักมน มีกลิ่นหอมคล้าย ตะไคร้ ดอกออกช่ออยู่ปลายยอด ช่อดอกจะออกเรียงเป็นชั้นๆ กลีบดอกมีสีขาวออกเป็นวงรอบก้าน ผลจะเป็นผลชนิดแห้ง ภายในมี 4 ผลย่อย เรียกว่า เมล็ดแมงลัก&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ใบแมงลักใช้กินสด ส่วนมากจะนิยมกินกับขนมจีน หรือใส่แกงเลียง แกงหน่อไม้ แก่งอ่อม  และแกงต่างๆ&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''เมล็ดแมงลัก''' ช่วยการขับถ่ายเพราะเปลือกภายนอกจะสามารถพองตัวได้ถึง 45 เท่า โดยไม่ถูกย่อยทำให้เพิ่มกากและหล่อลื่น ทำให้ขับถ่ายสะดวก นิยมนำมาทำเป็นขนมหวานและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' สามารถปลูกได้โดยใช้กิ่งชำหรือใช้เมล็ดเพาะ&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Ocimum_basilicum_01.jpg]]  [[ภาพ:Ocimum_basilicum_02.jpg]]  [[ภาพ:Ocimum_basilicum_03.jpg]]  [[ภาพ:Ocimum_basilicum_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B9</id>
		<title>มันปู</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%B9"/>
				<updated>2015-11-10T02:40:14Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;มันปู&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Glochidion_Perakense_Hook.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' EUPHORBIACEAE &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Glochidion littorale'' Hook.F.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Man pu&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' พบได้ในป่าดิบ   ที่ราบเชิงเขา  ที่ราบลุ่ม   ชาวบ้านนำมาปลูก  บริเวณบ้าน  หรือบริเวณสวนใกล้บ้าน  มันปูเป็นไม้พุ่มขนาดใหญ่  สูงประมาณ 15 เมตร ใบเป็นใบเดียว ก้านใบสั้นประมาณ 5 ซม. ออกแบบสลับ ใบมีรูปร่างเป็นรูปไข่ขอบใบเรียบ  ปลายใบแหลม โคนใบมัน ใบกว้าง 3 - 5.5 ซม.ใบยาว 7 - 14 ซม.หน้าใบสีเขียว ออกมันเล็กน้อย หลังใบเขียวอ่อนกว่าหน้าใบ ใบอ่อนและก้านอ่อนมีสีเขียว หรือสีเขียวอมแดง ดอกเป็นช่อ ดอกช่อขนาดเล็ก &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดอ่อนใช้เป็นผักรับประทาน เป็นผักสดแกล้มกับน้ำพริก หรือรับประทานกับขนมจีน  มันปูยอดสีขาว  รสมัน  อร่อย  ถ้ามันปูที่ยอดสีแดง จะมี รสฝาด &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''  &lt;br /&gt;
*'''ราก ลำต้น''' แก้ร้อนใน เป็นยาบำรุง &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การขยายพันธุ์ทำได้โดย ตอนกิ่ง หรือเพาะเมล็ด&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Glochidion_Perakense_Hook_01.jpg]]  [[ภาพ:Glochidion_Perakense_Hook_02.jpg]]  [[ภาพ:Glochidion_Perakense_Hook_03.jpg]]  [[ภาพ:Glochidion_Perakense_Hook_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2</id>
		<title>มังค่า</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2"/>
				<updated>2015-11-10T02:40:09Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;มังค่า&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Cynometra-ramiflora_Linn_Caesalpinioideae.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Cynometra ramiflora'' Linn.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''Maeng kha&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' มังค่า มะค่า มังคะ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''          เป็นไม้ยืนต้น ทรงพุ่มขนาดใหญ่ สูงประมาณ 9-10 เมตรลักษณะใบใบรีปลายแหลม ขนาดใบประมาณ 1-2-4-5 นิ้ว ใบเรียบมัน ขอบเรียบ เส้นผ่านศูนย์กลางของไม่ได้อยู่กึ่งกลางใบ ก้านใบหนึ่ง ๆ ประกอบด้วยใบ 4 ใบ จะมีใบใหญ่ 1 คู่ และใบเลี้ยงใต้ใบใหญ่ 1 คู่ และยอดอ่อนสีขาวอมแดงลักษณะดอกดอกสีน้ำตาล เมื่อบานสีขาว กลีบดอกสีน้ำตาลลักษณะผลรูปทรงและสีคล้ายละมุด ขนาดประมาณ 1.5x 2.5 นิ้ว ผิวขรุขระเหมือนผิวมะกรูด มีเมล็ดข้างในเหมือนเมล็ดฝรั่ง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร'''   ส่วนที่ใช้เป็นอาหารยอดใช้เป็นอาหารประเภทผักเหนาะ แกงเลียง แกงส้มรสชาติฝาด เปรี้ยว มัน ส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ต้นอ่อน เมล็ดพื้นที่ที่เจริญเติบโตได้ดีพื้นที่ราบ&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''ราก''' มาฝนกับวัตถุเนื้อหยาบ แล้วผสมลงในเหล้า ทำให้เหล้ามีรสจืดลง &lt;br /&gt;
*'''ปุ่มจากเนื้อไม้''' แก้พยาธิ โรคผิวหนัง ต้มเอาไอน้ำใช้รมหัวริดสีดวงทวารหนัก ทำให้หัวฝ่อแห้ง&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' นิยมใช้เมล็ด และการตอนกิ่ง &amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Cynometra-ramiflora_Linn_Caesalpinioideae_01.jpg]]  [[ภาพ:Cynometra-ramiflora_Linn_Caesalpinioideae_02.jpg]]  [[ภาพ:Cynometra-ramiflora_Linn_Caesalpinioideae_03.jpg]]  [[ภาพ:Cynometra-ramiflora_Linn_Caesalpinioideae_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1</id>
		<title>มะรุม</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1"/>
				<updated>2015-11-10T02:39:23Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;มะรุม&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Moringa_oleifera_Lam.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' MORINGACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Moringa oleifera'' Lam.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Horse radish tree&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ฝักรุม&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นพืชผักพื้นบ้านของไทย มีประโยชน์เอนกประสงค์ ทั้งทางด้านอาหาร ยาและอุตสาหกรรม เป็นไม้ยืนต้นที่โตเร็ว ทนแล้ง ปลูกง่ายในเขตร้อน อาจจะเติบโตมีความสูงถึง 4 เมตรและออกดอกภายในปีแรกที่ปลูก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ชนิดที่แตกใบย่อย 3 ชั้น ยาว 20 - 40 ซม. ออกเรียงแบบสลับ ใบย่อยยาว 1 - 3 ซม. รูปไข่ ปลายใบและฐานใบมน ผิวใบด้านล่างสีอ่อนกว่าและมีขนเล็กน้อยขณะที่ใบยังอ่อน ใบมีรสหวานมัน ออกดอกในฤดูหนาว บางพันธุ์ออกดอกหลายครั้งในรอบปี ดอกเป็นดอกช่อ สีขาว กลีบเรียง มี 5 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลีบแยกกัน ดอกมีรสขม หวาน มันเล็กน้อย ผลเป็นฝักยาว เปลือกสีเขียวมีส่วนคอดและส่วนมน เป็นระยะ ๆ ตามยาวของฝัก ฝักยาว 20 - 50 ซม. ฝักมีรสหวาน เมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยม มีปีกบางหุ้ม 3 ปีก เส้นผ่าศูนย์กลางของเมล็ดประมาณ 1 ซม.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอกและฝักอ่อน ช่อดอกนำไปดองเก็บไว้กินกับน้ำพริก ยอดมะรุม ใบอ่อน ช่อดอก และฝักอ่อนนำมาลวกหรือต้มให้สุก จิ้มกับน้ำพริกกะปิ  น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกแจ่วบอง กินแนมกับลาบ ก้อย แจ่วได้ทุกอย่าง หรือจะใช้ยอดอ่อน ช่อดอกทำแกงส้มหรือแกงอ่อมก็ได้&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใช้ถอนพิษไข้ แก้เลือดออกตามไรฟัน แก้อักเสบ แก้แผล ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับปัสสาวะ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต&lt;br /&gt;
*'''ยอดอ่อน''' ใช้ถอนพิษไข้&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ใช้แก้ไข้หัวลม เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันมะเร็ง&lt;br /&gt;
*'''ฝัก''' แก้ไข้ ป้องกันมะเร็ง ลดความดันโลหิต&lt;br /&gt;
*'''เมล็ด''' เมล็ดปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้บวม แก้ปวดตามข้อ ป้องกันมะเร็ง&lt;br /&gt;
*'''ราก''' รสเผ็ด หวาน ขม สรรพคุณ แก้อาการบวม บำรุงไฟธาตุ รักษาโรคหัวใจ รักษาโรคไขข้อ (rheumatism)&lt;br /&gt;
*'''เปลือกลำต้น''' รสร้อน สรรพคุณขับลมในลำไส้ ทำให้ผายหรือเรอ คุมธาตุอ่อน ๆ แก้ลมอัมพาต ป้องกันมะเร็ง คุมกำเนิด เคี้ยวกินช่วยย่อยอาหาร&lt;br /&gt;
* รักษาโรคปากนกกระจอก หอบหืด อาการปวดหูและปวดศรีษะ ช่วยบำรุงสายตา ระบบทางเดินอาหาร และเป็นยาระบาย &lt;br /&gt;
* มะรุมมีธาตุอาหารปริมาณสูงเป็นพิเศษที่ช่วยป้องกันโรค มีวิตามิน และธาตุอาหาร วิตมินเอบำรุงสายตา   วิตามินซีช่วยป้องกันหวัด  แคลเซียมบำรุงกระดูกสด โพแทสเซียมบำรุงสมองและระบบประสาท  ใยอาหารและพลังงานไม่สูงมากเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอีกด้วย   น้ำมันสกัดจากเมล็ดมะรุมมีองค์ประกอบคล้ายน้ำมันมะกอกดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเมล็ดและการปักชำกิ่ง&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Moringa_oleifera_Lam_01.jpg]]  [[ภาพ:Moringa_oleifera_Lam_02.jpg]]  [[ภาพ:Moringa_oleifera_Lam_03.jpg]]  [[ภาพ:Moringa_oleifera_Lam_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%81</id>
		<title>มะกอก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%81"/>
				<updated>2015-11-10T02:39:17Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;มะกอก&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:ANACARDIACEAE1.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' ANACARDIACEAE &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Spondias pinnata (L.f.) Kurz'' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Hog plum &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' มะกอก กอก กราไพ้ย ไพ้ย กอกกุก &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''เป็นไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบสูง  ลำต้นตรง โคนเป็นพูพอนต่ำๆ เรือนยอด เป็นพุ่มกลมโปร่ง ๆ กิ่งอ่อนเกลี้ยงและมีรอยแผลใบปรากฎอยู่ เปลือกนอก สีเทา หนา มีต่อมระบายอากาศมาก เปลือกใน มีทางสีชมพูสลับขาว เรียบ  ใบ เป็นช่อชั้นเดียวแบบขนนก  ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อตามง่ามใบหรือเหนือรอยแผลใบตอนปลายกิ่ง  ผลสด รูปไข่  เนื้อหุ้มเมล็ดมีรสเปรี้ยว เมล็ดใหญ่ แข็งมาก มีเมล็ดเดียว ผิวเป็นเสี้ยน ขรุขระ ผลแก่ออกสีเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อน&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดอ่อนและใบอ่อน ใช้รับประทานเป็นผักสดกับสัมตำ ลาบ น้ำตกและอาหารประเภทยำที่มีรสจัด น่าแปลกก็ตรงที่เปลือกมะกอกป่า ชาวเหนือนิยมสับผสมลงในลาบ ช่วยให้รสชาดไม่เลี่ยนอร่อยขึ้น ผลแก่นิยมใช้ตำผสมในน้ำพริกหลายชนิด มีกลิ่นหอมชวนรับประทาน ช่วยชูรสให้น้ำพริกอร่อยขึ้น&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' รสฝาดเย็น ทำให้ชุ่มคอ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ไข้ท้องร่วง  แก้พิษสำแดง กินของแสลงเป็นพิษ  แก้ปวดใบหู บำบัดโรคธาตุพิการ แก้โรคบิด  แก้เลือดออกตามไรฟัน ยาอาบห้ามละลอก  น้ำดีไม่ปกติ แก้บิด แก้โรคน้ำกัด  แก้ลงท้องปวดมวน ดับพิษกาฬ แก้สะอึก ดับพิษไข้  &lt;br /&gt;
*'''ลำต้น''' เนื้อไม้ใช้ทำหีบใส่ของ ไม้ขีด ไม้จิ้มฟัน ไม้อัด เยื่อกระดาษ  เปลือกให้สีเขียวทำสีย้อมผ้า*'''ดอก''' แก้โรคนิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด กัดเสมหะ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก  &lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' นิยมใช้เมล็ด และการตอนกิ่ง เพราะว่ามีขนาดใหญ่   ออกดอกระหว่างเดือน ธันวาคม-มีนาคม และเป็นผลระหว่างเดือน มกราคม-เมษายน&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:ANACARDIACEAE2.jpg]]  [[ภาพ:ANACARDIACEAE3.jpg]]  [[ภาพ:ANACARDIACEAE4.jpg]]  [[ภาพ:ANACARDIACEAE5.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99</id>
		<title>มะกล่ำต้น</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99"/>
				<updated>2015-11-10T02:39:14Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;มะกล่ำต้น&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Adenanthera_pavonina_L.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' LEGUMINOSAE - MIMOSOIDEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Adenanthera pavonina'' L.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Red Wood, Coral Woood, Bead tree&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' มะกล่ำตาช้าง มะหัวแดง มะโหกแดง &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ไม้ต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม มักจะเกินครึ่งความสูงของลำต้น ยอดอ่อนมีขนนุ่มเป็นมัน เปลือกเรียบ  สีน้ำตาลปนเทา หรือน้ำตาลอ่อน อาจมีรอยแตกระแหงเล็กๆ บ้าง ใบประกอบรูปขนนกสองชั้น เรียงสลับ มีก้านแขนง ดอกเล็กสีขาวนวล ถึงเหลืองอ่อน ออกบนช่อยาวเรียงติดกันแน่นคล้ายหางกระรอก ผลเป็นฝักแบนยาวเมื่อแก่ฝักจะบิดงอคล้ายฝักมะขามเทศ  แตกเมื่อแห้ง มีเมล็ดสีแดง รูปโล่  ขึ้นกระจัดกระจายในป่าเบญจพรรณ และป่าดงดิบทั่วไป   เป็นพันธุ์ไม้เบิกนำที่โตเร็วชนิดหนึ่งของป่าดิบแล้ง ป่าดิบขึ้นและป่าชายหาด มักพบขึ้นทั่วๆ ไป ตามที่รกร้างสองฟากทางหลวงทั่วประเทศ โดยเฉพาะบนพื้นที่ที่เป็นเขาหินปูน ออกดอก มีนาคม - พฤษภาคม ฝักแก่ มิถุนายน – กรกฎาคม&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดอ่อนและใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสด ร่วมปับอาหารประเภทที่มีรสจัด  หรือลวกจิ้มน้ำพริก แกงเลียง ลวกกะทิ&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''ราก''' รสเปรี้ยวเล็กน้อย แก้ทางเสมหะ แก้ร้อนใน แก้อาเจียน แก้หืดไอ และพิษฝี&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ต้มรับประทานแก้ปวดข้อกระดูก แก้ท้องร่วงและบิด&lt;br /&gt;
*'''เมล็ด''' บดเป็นผงดับพิษ รักษาแผลที่เกิดจากหนองและฝี&lt;br /&gt;
*'''ใบและเมล็ด''' แก้ริดสีดวงทวารหนัก เปลือกและเนื้อไม้ให้น้ำฝาดย้อมผ้าสีแดง&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' เพาะเมล็ด&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Adenanthera_pavonina_L_01.jpg]]  [[ภาพ:Adenanthera_pavonina_L_02.jpg]]  [[ภาพ:Adenanthera_pavonina_L_03.jpg]]  [[ภาพ:Adenanthera_pavonina_L_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%B2</id>
		<title>เพกา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%81%E0%B8%B2"/>
				<updated>2015-11-10T02:38:26Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;เพกา&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Oroxylum_indicum_L_Kurz.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' BIGNONIACEAE &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Oroxylum indicum'' (L.) Kurz&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' มะลิดไม้  มะลิ้นไม้  ลิดไม้ ลิ้นฟ้า (เหนือ) หมากลิ้นก้าง หมากลิ้นซ้าง (ฉาน-เหนือ) กาโด้โด้ง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) ดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ ดุแก (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เบโก (มาเล-นราธิวาส)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''  เป็นไม้ยืนต้น สูง แตกกิ่งก้านน้อย ใบประกอบแบบขนนกสามชั้น ขนาดใหญ่ เรียงตรงข้ามรวมกันอยู่บริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยรูปไข่หรือรูปไข่แกมวงรี กว้าง 4-8 ซม. ยาว 6-12 ซม. ดอกช่อ ออกที่ปลายยอดก้านช่อดอกยาว ดอกย่อยขนาดใหญ่กลีบดอกสีนวลแกมเขียว โคนกลีบเป็นหลอดสีม่วงแดง หนาย่น บานกลางคืน ผลเป็นฝัก รูปดาบ เมื่อแก่จะแตก ภายในเมล็ดแบน สีขาว มีปีกบางโปร่งแสง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ฝักอ่อน เผา รับประทานกับน้ำพริก หรือแกงเผ็ด   ยอดอ่อนลวกรับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริก &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*ใช้ส่วนราก ใบ ดอก ผล ต้น รวมกันจะมีรสฝาดเย็น มีสรรพคุณสมานแผล แก้อักเสบบวม แก้ท้องร่วง บำรุงธาตุ แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ไข้เพื่อลม เพื่อเลือด &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำ&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Oroxylum_indicum_L_Kurz_01.jpg]]  [[ภาพ:Oroxylum_indicum_L_Kurz_02.jpg]]  [[ภาพ:Oroxylum_indicum_L_Kurz_04.jpg]]  [[ภาพ:Oroxylum_indicum_L_Kurz_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A1</id>
		<title>พาโหม</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A1"/>
				<updated>2015-11-10T02:38:23Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;พาโหม&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Oxystelma_esculentum.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' RUBIACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Paederia linearis'' Hook.f.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' กระพังโหม จมูกปลาหลด จมูกปลาไหลดง กระเตียวเผือ ผักใหม เครือไส้ปลาไหล  ตดหมูตดหมา&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ไม้เถาเลื้อยประเภทล้มลุกลำต้นมีขนาดเล็กลำต้นและใบมียางสีขาวและขยี้ดมดูมีกลิ่นเหม็นใบเป็นใบเดี่ยว รูปเรียวยาวหรือรูปหอกออกเป็นคู่ตรงข้ามใบสีเขียวเนื้อในบางก้านใบสั้นเส้นใบโค้งจรดกันที่ใกล้ๆขอบใบ ดอกออกเป็นช่อ ตรงซอกใบ หรือโคนก้านกลีบปลายแยกกันกลีบด้านนอกสีขาว กลีบด้านในสีม่วงแดงหรือสีชมพูประด้วยสีม่วงจุดสี น้ำตาล  เป็นฝักยาวสีเขียว&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ชาวใต้นำไปซอยละเอียดเป็นผักที่ใช้ผสมปรุงเป็นข้าวยำ   ใบนำมาชุบแป้งทอด เจียวไข่  ส่วนดอกมีการรับประทานสดเป็นผักในบางท้องที่แต่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก ยอดอ่อนใบอ่อน และดอกรับประทานเป็นผัก  ออกยอดมากในช่วงฤดูฝน   การปรุงอาหารคนโบราณใช้น้ำคั้นจากเถาและใบ   มาผสมปรุงเป็นขนม ขี้หนูทำให้ขนมขี้หนูเป็นสีเขียวชาวเหนือ, ชาวอีสานและชาวใต้รับประทานยอดอ่อนและใบอ่อนเป็นผักสด ร่วมกับน้ำพริกชาวอีสานรับประทานร่วมกับลาบก้อย&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''เถาและใบ''' ใช้ตำคั้นเอาน้ำกิน ช่วยขับลมในท้อง แก้จุกเสียด ทั้งต้นแก้ตานร่วง ใบแก้พิษงู แก้ปวดฟัน แก้รำมะนาด รก ฝนหยอดตา แก้ตาซาง ตาแฉะตามัว&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเมล็ด&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Oxystelma_esculentum_01.jpg]]  [[ภาพ:Oxystelma_esculentum_02.jpg]]  [[ภาพ:Oxystelma_esculentum_03.jpg]]  [[ภาพ:Oxystelma_esculentum_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A7</id>
		<title>พลูคาว</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A7"/>
				<updated>2015-11-10T02:37:44Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;พลูคาว&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Houttuynia_cordata_Thunb.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' SAURURACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Houttuynia cordata'' Thunb.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' คาวตอง  คาวทอง  ผักก้านตอง  ผักเข้าตอง  ผักคาวตอง ผักคาวปลา&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 15-30 ซม. ลำต้นกลม สีเขียว รากแตกออกตามข้อ มีกลิ่นคาวทั้งต้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปหัวใจ กว้าง 4-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ก้านใบยาวและโคนเป็นกาบหุ้มลำต้น ดอก ออกเป็ฯช่อที่ปลายยอด มีใบประดับสีขาว 4 ใบ ที่โคนช่อดอก ปลายมน ดอกเล็กจำนวนมาก สีขาวยออกเหลือง ผล เป็นผลแห้ง แตกออกได้ เมล็ดรี�ส่วนที่ใช้  ทั้งต้น เก็บในฤดูร้อน และฤดูหนาว ถอนทั้งต้นและราก ล้างให้สะอาด ตากแห้งเก็บไว้ใช้  ช่อดอก ดอกย่อย  ช่อดอกแก่ ผล เมล็ด&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' นิยมรับประทานเป็นสด กับอาหารที่รสจัด&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''ทั้งต้น''' รสฉุน เย็นจัด ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ ฝีบวมอักเสบ ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ ไอ บิด โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หูชั้นกลางอักเสบ และริดสีดวงทวาร ถ้ารับประทานมากเกินไปจะทำให้หายใจสั้นและถี่ อาจเป็นอันตรายได้&lt;br /&gt;
*'''ต้นสด''' ใช้ภายนอก พอกฝี บวมอักเสบ บาดแผล โรคผิวหนัง ดากออก งูพิษกัด และช่วยทำให้กระดูกเชื่อมติดกันเร็วขึ้น&lt;br /&gt;
*'''ใบสด''' ผิงไฟพอนิ่ม ใช้พอกเนื้องอกต่างๆ ใบสดใช้ป้องกันปลาเน่าเสีย ต้มน้ำรดต้นฝ้าย ข้าวสาลี และข้าว ป้องกันพืชเป็นโรคเหี่ยวเฉาตาย พืชนี้ใช้รับประทานเป็นยาระบาย ขับพยาธิ แก้ไข้ อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย ออกหัด&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ใช้ขับทารกที่ตายในท้อง&lt;br /&gt;
*ใช้พืชนี้ต้มรับประทานติดต่อกันเป็นประจำ แก้โรคน้ำกัดเท้า อาจรับประทานน้ำต้มจากพืชอย่างเดียวหรือผสมวิตามินเอและวิตามินรวมด้วย ได้มีการขอจดทะเบียนลิขสิทธิ์ตำรับยานี้ นอกจากนี้มีผู้ขอจดทะเบียนลิขสิทธิ์เครื่องสำอางโดยใช้น้ำมันจากผักคาวทองเป็นครีม ทาแก้ผิวหนังหยาบกร้าน และใช้ป้องกันผิวหนังแตกเป็นร่อง&lt;br /&gt;
*ทั้งต้น แห้ง 15-30 กรัม (สด 30-60 กรัม) ต้มน้ำดื่ม ก่อนต้มให้แช่น้ำไว้สัก 1-3 นาที ต้มให้เดือดประมาณ 5 นาที (ถ้าใช้ร่วมกับยาอื่น ให้ต้มยาอื่นให้เดือดก่อนจึงใส่ยานี้ต้มให้เดือด ดื่ม) ใช้สด ตำคั้นเอาน้ำดื่ม ใช้ภายนอก ต้มเอาน้ำชะล้างหรือตำพอก&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' &amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Houttuynia_cordata_Thunb_01.jpg]]  [[ภาพ:Houttuynia_cordata_Thunb_02.jpg]]  [[ภาพ:Houttuynia_cordata_Thunb_03.jpg]]  [[ภาพ:Houttuynia_cordata_Thunb_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87</id>
		<title>ฝอยทอง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9D%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:37:40Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ฝอยทอง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Cuscuta_chinensis_Lamk.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' CONVOLVULACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Cuscuta chinensis'' Lamk.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Dodder&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' เครือขาคำ (เหนือ)  ผักไหม (อุดรฯ)  และฝอยไหม (โคราช)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''         เป็นต้นไม้ที่เกาะอาศัยอยู่  ลำต้นกลม  เป็นเถาเลื้อยยาว และอ่อนนุ่ม  เป็นสีเหลืองทอง  แตกกิ่งก้านมาก  ใบมีลักษณะเป็นเกล็ดรูปสามเหลี่ยมเล็ก ๆ  ออกจากลำต้น  โดยออกเรียงสลับ  ใบเป็นสีเหลืองเหมือนสีของลำต้น  ดอก  มีขนาดเล็กมาก  บางครั้งมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น  ออกเป็นช่อสีขาว  มีดอกย่อยจำนวนมาก  ลักษณะดอกโคนเชื่อมกันเป็นหลอดสั้น  ปลายแยกเป็นกลีบดอก  5 กลีบ  ปลายกลีบรูปกลมมน  ผล รูปกลม  ขนาดเล็ก  ดอกออกตลอดปี&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' รับประทานเป็นผักสด หรือลวกจิ้มน้ำพริก  มีรสจืด&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*'''ลำต้น''' ใช้ลำต้นแห้งประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มน้ำกินเป็นยาแก้บิด อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด ตกเลือด ไอเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล แก้โรคดีซ่าน และแก้พิษ หรือใช้ภายนอก โดยการนำเอาลำต้นมาตำให้ละเอียดคั้นเอาน้ำทา หรือพอก บริเวณที่เป็นฝ้า ผดผื่นคัน แผลเรื้อรัง และใช้ห้ามเลือด เป็นต้น&lt;br /&gt;
*'''เมล็ด''' ใช้เมล็ดที่แห้งประมาณ 10-15 กรัม นำมาต้มน้ำกิน หรือนำมาบดให้ละเอียดทำเป็นยาเม็ด หรือทำเป็นยาผง ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงตับไต แก้ปวดเมื่อยตามอวัยวะ ทำให้ตาสว่าง แก้กระหาย และน้ำกามเคลื่อน เป็นต้น&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์'''&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Cuscuta_chinensis_Lamk_01.jpg]]  [[ภาพ:Cuscuta_chinensis_Lamk_02.jpg]]  [[ภาพ:Cuscuta_chinensis_Lamk_03.jpg]]  [[ภาพ:Cuscuta_chinensis_Lamk_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87</id>
		<title>ผ้าร้ายห่อทอง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:37:16Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผ้าร้ายห่อทอง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Passiflora_foetida_L.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' PASSIFLORAEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Passiflora foetida'' L.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' กะทกรก ผักแคบฝรั่ง เครือขนตาช้าง  หญ้าถลกบาต&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' กระทกรกเป็นไม้ประเภทเถาเลื้อย  เถาเล็กสีเขียว  ใบเป็นใบเดี่ยว  แยกเป็น ๓ แฉกคล้ายใบตำลึง  ยาวประมาณ ๖ - ๗ ซ.ม.  แผ่นใบมีขนละเอียดปกคลุมจับนุ่มมือออกเป็นข้อ ๆ ละใบสลับข้างกัน  ก้านใบมีขนเห็นได้ชัด  หูใบมีลักษณะเป็นแผ่น  ปลายจักแหลม ๆ ขนาบอยู่ที่ฐานก้านใบ  ระหว่างฐานใบกับลำต้นมีมือเกาะลักษณะเป็นเส้นม้วนงอ  สำหรับเกาะให้เลื้อยขึ้นไปตามรั้วหรือต้นไม้อื่นที่อยู่ใกล้เคียง    ดอกเป็นดอกเดี่ยว  ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง    ๒ - ๓ เซนติเมตร  มีกาบใบเป็นฝอยร่างแห ๓ กาบ  กลีบเป็นเส้นฝอยละเอียดสีขาว  วงในเป็นสีม่วง  บอกในช่วงเช้าดอกออกตามซอกระหว่างก้านใบกับลำต้น  เมื่อดอกโรยจะติดผล   ผลมีลักษณะกลมเป็นพู  มีกาบใบเจริญเติบโตตามผลหุ้มผลไว้ผลหนึ่ง ๆ มีหลายเมล็ด  ออกดอกตลอดปี&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอด ผลอ่อน ผลแก่ ผลสุก รวมทั้งรกหุ้มใช้เป็นอาหารประเภทลวกเป็นผักจิ้ม หรือกินสดและแกงเลียงรสชาติยอดมัน หวาน ส่วนผลสุกเปรี้ยวอมหวาน รับประทาน แก้กระหายน้ำได้&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''รากและลำต้น''' ทั้งสดหรือตากแห้งชงดื่มเป็นน้ำชา เป็นยาธาตุ&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ตำพอกศรีษะแก้หวัด คัดจมูก&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเมล็ด&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Passiflora_foetida_L_01.jpg]]  [[ภาพ:Passiflora_foetida_L_02.jpg]]  [[ภาพ:Passiflora_foetida_L_03.jpg]]  [[ภาพ:Passiflora_foetida_L_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B9%88</id>
		<title>ผักไห่</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B9%88"/>
				<updated>2015-11-10T02:37:11Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักไห่&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Momordica_spp.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' CUCURBITACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Momordica  charantia''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ลูกยอง,มะระขี้นก, มะห่อย, มะไห่(เหนือ), ผักไห่, ผักเหย, ลูกระ(ใต้), มะร้อยรู, โคกวย (จีน), มะระเล็ก&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นไม้เลื้อย พันต้นไม้อื่น มีมือเกาะ ลำต้นเป็นเหลี่ยมมีขนปกคลุม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับลักษณะคล้ายใบแตงโม แต่เล็กกว่า มีสีเขียวทั้งใบ ขอบใบหยัก เว้าลึก  ปลายใบแหลม ดอก ออกดอกเดี่ยว ตามบริเวณง่ามใบ มีสีเหลืองอ่อน มี  5 กลีบ เกสรมีสีเหลืองแก่ถึงส้ม กลีบดอกบาง ช้ำง่าย ผล ผลเดี่ยว รูปกระสวย ผิวขรุขระ มีปุ่มยื่นออกมา ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกมีสีเหลืองถึงส้ม ผลแก่แตกอ้าออก เมล็ด เมล็ดสุกมีสีแดงสด รูปร่าง กลม แบน ในภาคใต้มีพันธ์มะระขี้นก อีกชนืดหนึ่ง ชื่อท้องถิ่นเรียก “ลูกยอง” มีลักษณะคล้ายผักไห่ และมะระขี้นก มาก แต่ใบแตกต่างกันใบลูกยองมีสักษณะคล้ายรูปหัวใจ และไม่มีขน และผลคล้ายกันแต่ลูกยองมีลักษณะสั้นกว่า ผิวขรุขระน้อยกว่า มีปุ่มยื่นออกมาเป็นแถวๆ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' อาหาร ยอดอ่อน นำมาแกงเผ็ด ลวกจิ้มน้ำพริก ผลอ่อน สามารถรับประทานสดได้ ลวกจิ้มน้ำพริก หรือแกงเผ็ด &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''ผลแห้ง''' รักษาแก้คัน หิด และโรคผิวหนัง&lt;br /&gt;
*'''ผล''' รสขม เย็นจัด ใช้แก้ร้อน ร้อนในกระหายน้ำทำให้ตาสว่าง แก้บิด ตาบวมแดง แผลบวมเป็นหนอง ฝีอักเสบ&lt;br /&gt;
*'''เมล็ด''' รสขม ชุ่ม ไม่มีพิษ แก้วัวถูกพิษใช้คั้นเอาน้ำให้กิน เป็นยากระตุ้นความรู้สึกทางเพศ เพิ่มพูนลมปราณ บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' แก้โรคกระเพาะ บิด แผลฝีบวมอักเสบ ขับพยาธิ&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' รสขม เย็นจัด ใช้แก้บิด&lt;br /&gt;
*'''ราก''' รสขม เย็นจัด ใช้แก้ร้อน แก้พิษ บิดถ่ายเป็นเลือด แผลฝีบวมอักเสบ และปวดฟัน&lt;br /&gt;
*ช่วยเจริญอาหาร  แก้โรคตับอักเสบ ปวดหัวเข่า ม้ามอักเสบ  แก้ปากเปื่อย ปากเป็นขุย ปากเป็นฝ้าขาวขุน  บำรุงระดู แก้ริดสีดวงทวาร และเป็นยาธาตุ  รักษาโรคเบาหวาน  แก้หอบหืด ปวดข้อเป็นเกาต์ แก้จุกเสียด แน่นท้อง และขับลมบำรุงธาตุ จะช่วยดูดพิษ ลดการอักเสบเป็นหนองได้  รักษามะเร็งเต้านม และมะเร็งสมอง  แก้ไข้ แก้ริดสีดวง แก้แผลอักเสบ สมานแผล&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเมล็ด&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Momordica_spp_01.jpg]]  [[ภาพ:Momordica_spp_02.jpg]]  [[ภาพ:Momordica_spp_03.jpg]]  [[ภาพ:Momordica_spp_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87</id>
		<title>ผักเหลียง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:36:38Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักเหลียง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Gnetum_gnemon.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' GNETACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Gnetum gnemon'' L.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' เขลียง,, ผักกระเหรี่ยง, เรียนแก่, ผักกะเหรี่ยง,  ผักเมี่ยง, เหมียง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' โดยธรรมชาติผักเหลียงเป็นพันธุ์ไม้ป่า เจริญเติบโตได้ดีภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ พบได้ทั้งบริเวณเนินเขาและที่ราบในความสูงจากระดับน้ำทะเล 2 – 500 เมตร หรือสูงกว่านั้น ในบริเวณที่มีดินร่วนซุยและมีความอุดมสมบูรณ์สูง มีต้นไม้ปกคลุมให้ร่มเงาเพียงพอ   ฝนตกชุก  เริ่มออก ดอกในช่วง เดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ผลแก่สามารถเก็บไว้ขยายพันธุ์ได้ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ผักเหลียงจะออกดอกเมื่อมีอายุประมาณ 5 – 6 ปี  ผล  จะมีลักษณะเป็นรูปกระสวย มีผลอ่อนมีเปลือกสีเขียว เมื่อแก่จัดเปลือกและเนื้อจะมีสีเหลือง เนื้อมีรสหวาน&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ผักเหลียงเป็นพืชที่สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิดเป็นที่นิยม  ส่วนใหญ่นิยมปรุงให้สุก เช่นลวก แกงเลียงผัด ต้มกะทิ เป็นต้น  เมนูเด็ดของผักเหลียง คือแกงเลียง และผักเหลียงผัดไข่&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*เป็นยาระบายอ่อนๆ&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธีคือ การเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และการใช้ต้นจากราก แขนง&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Gnetum_gnemon_01.jpg]]  [[ภาพ:Gnetum_gnemon_02.jpg]]  [[ภาพ:Gnetum_gnemon_03.jpg]]  [[ภาพ:Gnetum_gnemon_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99</id>
		<title>ผักหวานบ้าน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99"/>
				<updated>2015-11-10T02:36:32Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักหวานบ้าน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ด...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Sauropus_androgynnus_Merr.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' EUPHORBIACEAE &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Sauropus androgynus ''(L.) Merr.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักหวานใต้ใบ (สตูล) มะยมป่า (ประจวบคีรีขันธ์) ก้านตง ใต้ใบใหญ่ จ๊าผักหวาน ผักหลน (เหนือ)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''   ผักหวานบ้านเป็นไม้พุ่ม  กิ่งก้านค่อนข้างเล็ก สีเขียวปนเทา ใบเป็นใบเดี่ยว ก้านใบสั้น  ดอกเดี่ยวออกตรงซอกใบ ดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกเพศกัน ผลรูปร่างคล้ายลูก มะยม เรียงกันอยู่ใต้ใบ ผลมี 3 พู สีขาวนวลและออกสีชมพูเล็กน้อย  เมล็ดเป็นรูปสามเหลี่ยม ขนาดเล็ก    ผักหวานบ้านมักพบในป่าธรรมชาติ เช่น ป่าทุ่ง ป่าผสมผลัดใบ ป่าแดง และตามบริเวณ ทุ่งนา  ชาวบ้านนิยมนำมาปลูกไว้ข้างบ้าน &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดอ่อน ใบอ่อน ลูกอ่อนของผักหวานบ้านรับประทานเป็นผักได้ยอดยอดอ่อนตลอดทั้งปี แต่ผลิมากในฤดูฝน    ยอดอ่อนและใบอ่อนนำมาต้ม ลวก นึ่ง ผัดน้ำมัน ให้สุกและรับประทานเป็นผักจิ้มกับน้ำพริกรสจัด หรืออาจนำผักหวานบ้านมาปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงกับหมู แกงกับปลา แกงเลียงของชาวบ้านภาคกลาง และแกงอ่อมของชาวอีสาน เป็นต้น&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''  &lt;br /&gt;
*'''ราก''' ระงับความร้อนถอนพิษไข้ซ้ำไข้กลับเนื่องจากการรับรับประทานของแสลง หมอพื้นบ้านภาคกลางใช้ฝนทาแก้โรคคางทูม และหมอพื้นบ้านภาคเหนือ ใช้รากผักหวานบ้านแก่นในของฝักข้าวโพด รากมะแว้ง และรากผักดีด ฝนกับน้ำอย่างละเท่า ๆ กันให้เด็กหรือผู้ใหญ่รับประทานแก้ไข้ ไข้หัด ไข้อีสุกอีใส&lt;br /&gt;
* ผักหวานบ้าน รสหวาน เย็น ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การปักชำหรือเมล็ด&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Sauropus_androgynnus_Merr_01.jpg]]  [[ภาพ:EUPHORBIACEAE2.2.jpg]]  [[ภาพ:EUPHORBIACEAE3.3.jpg]] [[ภาพ:EUPHORBIACEAE4.4.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87</id>
		<title>ผักหวานช้าง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:36:05Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักหวานช้าง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ด...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Claoxylon_longifolium_Blume_Endl_ex_Hassk.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' EUPHORBIACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Claoxylon longifolium'' (Blume) Endl. ex Hassk.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ'''ผักหวานใบใหญ่  ใบหูควาย ดาหมัด&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นไม้พุ่ม พบมากในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความชื้น  เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางประเภทไม้เนื้ออ่อน หักโค่นง่าย ชอบขึ้นในพื้นที่ชื้นๆ เย็นๆ ไม่ชอบน้ำขังและไม่ชอบแดดจัด เป็นพันธุ์ไม้ประเภทสังคม ชอบขึ้นรวมกับต้นไม้อื่น ดอกจะออกเป็นช่อสีขาวเล็ก ๆ ที่โคนใบ ขอบใบเป็กหยัก ๆ บิดเบี้ยวและมีขนอ่อน ๆ ลักษณะลำต้นและใบผักหวานช้างจะดู  คล้าย ๆ กับต้นชะบาหลอด(ชะบาหนู) &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดอ่อนใบเพหลาด ใช้ปรุงอาหารประเภทแกงเลียง ต้มกะทิ ลวกจิ้มน้ำพริก หรือผัดน้ำมัน โดยใช้ใบอ่อนหรือยอด มีรสชาดคล้ายถั่วผักยาว นำมาผัดน้ำมัน หรือรับประทานเป็นผักสด&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''  &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใช้ยางกวาดปากแก้เด็ก ลิ้นฝ้าขาว&lt;br /&gt;
*'''ราก''' ต้มดื่มแก้ไข้&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' ใช้ต้นที่แตกจากราก และปักชำกิ่งที่มีอายุไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป  (แต่ติดยาก) &amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Claoxylon_longifolium_Blume_Endl_ex_Hassk_01.jpg]]  [[ภาพ:Claoxylon_longifolium_Blume_Endl_ex_Hassk_02.jpg]]  [[ภาพ:Claoxylon_longifolium_Blume_Endl_ex_Hassk_03.jpg]]  [[ภาพ:Claoxylon_longifolium_Blume_Endl_ex_Hassk_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1</id>
		<title>ผักหนาม</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1"/>
				<updated>2015-11-10T02:35:44Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักหนาม&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลร...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Lasia_spinosa.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' ARACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Lasia spinosa''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''Phak nam&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' กะลี&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นพืชจำพวกบอนมีลำต้นใต้ดินเป็นแท่นทรงกระบอกทอดยาวขนานไปตามพื้นดิน มีข้อและหนามแข็งติดกับราก ก้านใบเป็นเส้นกลมออกมาจากลำต้น  ใบเป็นแผ่นบาง ๆ มีรอยเว้าลึกเกือบถึงปลายใบ ฐานใบโค้งเข้าคล้ายรูปหัวใจ มีเส้นกลางใบใหญ่ 1 เส้น ท้องใบมีหนาม ใบอ่อนม้วนเป็นแท่งกลม ปลายแหลมงอกพุ่งออกมา แล้วค่อยคลี่ใบออก กาบหุ้มช่อดอกสีแดงยาว บิดเป็นเกลียว ช่อดอกออกรวมกันแน่นเป็นแท่งสีขาว ดอกย่อยเป็นดอกสมบูรณ์เพศ บานจากบนลงล่าง ผลอยู่ติดกันแน่นเป็นแท่งทรงกระบอก ผลย่อยเป็นเหลี่ยม&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดและใบอ่อนของผักหนามนำมารับประทานด้วยการทำให้สุกหรือดองเสียก่อน เพราะในผักหนามมีสารไฮโดรไซยาไนด์ เหมือนกับผักเสี้ยน ซึ่งเป็นพิษต่อประสาทส่วนกลาง  จึงค่อยนำมาเป็นผักจิ้มน้ำพริก ใส่แกงส้ม แกงไตปลา หรือนำมาผัดก็ได้&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
*'''ลำต้น''' รสเผ็ดชา แก้ไข้ กระหายน้ำ ไอ ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ปัสสาวะสีเหลืองหือแดง ผิวหนังเน่าเปื่อยเป็นหนอง&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเมล็ด&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Lasia_spinosa_01.jpg]]  [[ภาพ:Lasia_spinosa_02.jpg]]  [[ภาพ:Lasia_spinosa_03.jpg]]  [[ภาพ:Lasia_spinosa_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%99</id>
		<title>ผักเสี้ยน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%99"/>
				<updated>2015-11-10T02:35:37Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักเสี้ยน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:CLEOMACEAE_1.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' CAPPARACEAE &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' '' Cleome gynandra'' Linn.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''Wild spider flower&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักเสี้ยน ผักเสี้ยนบ้าน ผักเสี้ยนขาว ผักเสี้ยนส้ม ผักเสี้ยนตัวผู้&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''  เป็นไม้ล้มลุกปีเดียว ลำต้น ตั้งตรง สูง 15-60 เซนติเมตร แตกแขนงด้านข้าง ลำต้นสีเขียว มีขนละเอียดปกคลุม พอเด็ดหรือหักจะมีน้ำใสๆไหลออกมา ใบ เป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ  มีใบย่อย 2-5 ใบใบย่อยเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเป็นคลื่น ดอก เป็นช่อ  ออกดอกที่ปลายยอดหรือซอกกิ่ง มีกลีบประดับรองรับ ก้านเกสรตัวผู้ยาวมี 6 อัน กลีบรองมี 4 กลีบ บางครั้งแยกกันหรืออาจติดกันช่วงโคนกลีบ กลีบมีขนาดไม่เท่ากัน กลีบดอก ปกติมี 4 กลีบแยกกัน บางครั้งอาจพบ 2 กลีบ กลีบดอกมักเรียงตัวตรงข้าม โคนกลีบคอดโค้ง เป็นรูปไข่ &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร'''ลำต้น ยอด ใบ และดอกอ่อน ใช้ดองรับประทานเป็นผักจิ้ม หรือต้มกับปลา หมู กระดูกหมู เป็นต้น&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''  &lt;br /&gt;
*'''ลำต้น''' แก้โรคโลหิตและระดูขาว ฆ่าพยาธิไส้เดือน แก้พิษแมลงป่องต่อย &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' แก้ปวดเมื่อย ปวดหู พอกรักษาฝีบรรเทาอาการระคายเคือง&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ลดไขมันในเส้นเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะ เมล็ด บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเส้นเลือด&lt;br /&gt;
*'''เมล็ด''' เมล็ด ขับปัสสาวะ ฆ่าพยาธิไส้เดือน บรรเทาอาการระคายเคือง ผักเสี้ยนดอง มีรสเปรี้ยวร้อน ช่วยบรรเทาอาการมีเสมหะขับเสมหะ&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' โดยการใช้เมล็ด&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:CLEOMACEAE_2.jpg]]    [[ภาพ:CLEOMACEAE_3.jpg]]  [[ภาพ:CLEOMACEAE_4.jpg]]  [[ภาพ:CLEOMACEAE_5.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A2</id>
		<title>ผักพาย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A2"/>
				<updated>2015-11-10T02:34:58Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักพาย&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Limmocharis_Flava_L_Buch.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' ALISMATACEAE &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Limmocharis flava'' (L) Buch.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ตาลปัตรฤษี  ตาลปัตรยายชี ผักก้านจอง   บอนจีน คันฉ่อง คันจ่อง กันจ้อง นางกวัก บัวลอย&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''  เป็นไม้ล้มลุก ใบเลี้ยงเดี่ยว ประเภทชายน้ำ มีอายุหลายฤดูลำต้น เป็นเหง้าสั้น ๆ อยู่ในดินก่อตั้งตรง ใบ เป็นใบเดี่ยวสีเขียวอ่อนเรียงรอบลำต้น มีก้าน ใบยาว เป็นเหลี่ยมอวบ แผ่นใหญ่รูปวงไข่รี ฐานใบเว้า ใบกว้าง 10-20 เซนติเมตร ยาว 15-30 เซนติเมตร ดอก เป็นดอกช่อแบบอัมเบล (umbel) มีก้านช่อยาวลักษณะคล้ายก้านใบ ช่อหนึ่ง ๆ มีดอก 2-8 ดอก ดอกมีกลีบดอก 3 กลีบ สีเหลือง กลีบดอกบอบบาง ผล กลมรีเมื่อแก่ จะแตกออกเป็นหลายซีก มีเมล็ดขนาดเล็ก สีน้ำตาลจำนวนมาก พบทุกภาค บริเวณน้ำตื้น ดินเป็นโคลน เช่น ตามคูคลอง และในนาข้าว&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดออ่น ก้านดอก และช่อดอกอ่อน เป็นผักสด หรือต้มจิ้ม และใช้แกงส้ม&amp;lt;br&amp;gt;  &lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
* ผักพายช่วยเจริญอาหารและมีสรรพคุณป้องกันไข้หัวลม&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' ใช้เมล็ด และต้นอ่อนที่เกิดจากช่อดอก&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Limmocharis_Flava_L_Buch_01.jpg]]  [[ภาพ:Limmocharis_Flava_L_Buch_02.jpg]]  [[ภาพ:Limmocharis_Flava_L_Buch_03.jpg]]  [[ภาพ:Limmocharis_Flava_L_Buch_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3</id>
		<title>ผักแว่นน้ำ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3"/>
				<updated>2015-11-10T02:34:31Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักแว่นน้ำ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Marsilea_crenata_Presl.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' MARSILEACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Marsilea crenata'' Presl&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Water Clover&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักลิ้นปี่&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นเฟิร์นน้ำชนิดหนึ่ง ชอบขึ้นตามชายตลิ่ง หรือที่แฉะที่น้ำท่วมขัง มักพบเป็นวัชพืชในนาข้าว ลำต้นเป็นก้านยาวเลื้อยไปตามพื้น แตกรากและใบตามข้อหรือตาที่แตะกับพื้นและงอกเป็นต้นใหม่ มีก้านใบยาว แตกกิ่งก้านทอดเลื้อยตามพื้นดิน หรือบนผิวน้ำ มีราก และใบงอกออกตรงข้อ ลำต้นมีกลิ่นหอมคล้ายรำ เมื่อยังอ่อนมีสีเขียว ตอนแก่มีสีน้ำตาล มีขนอ่อนปกคลุม ใบเป็นใบประกอบมีใบย่อย 4 ใบ ใบย่อยรูปร่างแบบสามเหลี่ยมปลายใบโค้งกลม ยาว 5-15 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายลิ่ม แตกออกจากปลายก้านใบจุดเดียวกัน โคนใบสอบเข้าหากัน ชอบใบเรียบ หรือเป็นคลื่น หรือเป็นจักฟันเลื่อย ไม่มีดอก แต่จะมีอับสปอร์เป็นเม็ดสีดำ คล้ายเมล็ดถั่วเขียว ออกเป็นช่อที่โคนก้านใบ มีก้านชู ขณะยังอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาลดำ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ผักแว่นมักนำมากินเป็นผักสดกับน้ำพริกหรือเป็นเครื่องเคียงกับอาหารชนิดต่างๆ โดยสามารถนำมากินสดได้ทั้ง ใบอ่อน ก้านใบ และยอดอ่อน หรือนำมาปรุงเป็นอาหารรูปแบบอื่นๆ เช่น แกงผักแว่น ผัดเผ็ดหมูผักแว่น&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''ใบสด''' ใช้เป็นยาภายนอก รักษาแผลเปื่อย แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก โดยใช้ใบสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำละเอียด คั้นเอาน้ำทาบริเวณแผล สารที่ออกฤทธิ์คือ กรด Madecassic, Asiatic acid และ Asiaticoside acid ซึ่งช่วยสมานแผล เร่งการสร้างเนื้อเยื่อ ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดหนองและลดการอักเสบ&lt;br /&gt;
*'''น้ำต้มใบสด''' รสจืดเย็นฝาดหวานเล็กน้อย สมานแผลในปากและลำคอ ดื่มระงับอาการร้อนในกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' นำเถาที่มีรากติดอยู่ไปปลูก หรือใช้สปอร์ก็ได้&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Marsilea_crenata_Presl_01.jpg]]  [[ภาพ:Marsilea_crenata_Presl_02.jpg]]  [[ภาพ:Marsilea_crenata_Presl_03.jpg]]  [[ภาพ:Marsilea_crenata_Presl_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A7</id>
		<title>ผักแพว</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A7"/>
				<updated>2015-11-10T02:34:20Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักแพว&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Polygonum_odoratum_Lour.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' POLYGONACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Polygonum odoratum'' Lour.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักไผ่ จันทร์โฉม  พริกม้า (อีสาน) หอมจันทน์ (ภาคกลาง)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' พืชล้มลุกที่มีลักษณะใบเรียวยาวและมีกลิ่นแรงชนิดหนึ่ง มีลักษณะลำต้นคล้ายต้นไผ่ มีข้อตามต้นเหมือนเป็นปล่องไผ่ มีใบยาวรี ปลายแหลมเหมือนใบไผ่ เกิดเองตามธรรมชาติตามที่ชื้นพื้นราบ ตามแอ่งน้ำต่าง ๆ นอกจากนั้นยังพบขึ้นตามป่า ตามโคนกอไผ่อีกด้วย มีอายุเพียงปีเดียว&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร'''  ผักจิ้มน้ำพริชาวเหนือนิยมรับประทานกับน้ำพริกหนุ่มน้ำพริกปลา และอาหารอื่นๆ  ยอดอ่อน และใบอ่อน นิยมรับประทานเป็นผักสด หรือเป็นเครื่องปรุงรสอาหารพื้นบ้าน หรืออาหารที่มีรสจัด เช่น ลาบ ส้า หลู้เลือด ก้อย (กุ้งสด) อาหารจำพวกยำชนิดต่างๆ เช่น ยำผัก ยำเห็ดเฟือง ยำจิ๊นไก่ ยำไก่ใส่หัวปลี ยำกบ ยำปลา เป็นต้น ผักไผ่มีกลิ่นหอมฉุน จึงมักใช้เป็นเครื่องปรุงรสหรือช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ เช่นใส่กับลาบ แกง ส่วนชาวใต้มักซอยใส่ในข้าวยำ โดยซอยตามขวางเป็นชิ้นเล็ก ๆ อาจใส่เป็นผักสดหรือต้มให้สุกก่อนก็ได้&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' รสเผ็ด ใช้รักษาโรคตับแข็ง แก้ลม-ขับลมในกระเพาะ ช่วยเจริญอาหาร หรือนำใบมาตำให้ละเอียดทาแก้ตุ่ม ผื่นคัน โรคกลากเกลื้อน รักษาโรคหวัด รวมทั้งรักษาโรคตัวจี๊ด แต่ต้องรับประทานติดต่อกัน 5-8 วัน&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การนำต้นอ่อนแยกไปเพาะปลูก หรือใช้ลำต้นปักชำ&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Polygonum_odoratum_Lour_01.jpg]]  [[ภาพ:Polygonum_odoratum_Lour_02.jpg]]  [[ภาพ:Polygonum_odoratum_Lour_03.jpg]]  [[ภาพ:Polygonum_odoratum_Lour_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2</id>
		<title>ผักบุ้งไทย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2"/>
				<updated>2015-11-10T02:33:15Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักบุ้งไทย&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:CONVOLVULACEAE_1.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' CONVOLVULACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Ipomoea aquatica''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักทอดยอด ผักบุ้งนา กำจร โหนเดาะ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ผักบุ้งไทย เป็นไม้น้ำ และเป็นไม้ล้มลุกมีอายุหลายปี ลำต้นเลื้อยทอดไปตามน้ำหรือที่ ชื้นเฉะ  สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิดขึ้นได้ในที่แล้ง แต่หากมีน้ำมากลำต้นก็จะเจริญเติบโตได้ดี  &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ผักบุ้งเป็นผักที่มีฤทธิ์เย็น  การใช้ประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร ผักบุ้งเป็นผักที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด  สามารถรับประทานเป็นผักสด หรือนำมาปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่นผักลวก จิ้มน้ำพริก ลวดราดกะทิสด  แกงคั่วส้ม แกงส้ม ผัดน้ำมัน  หรือแกงชนิดอื่นๆ  นอกจากนี้ยังสามารถนำมาดองเป็นผักบุ้งดอง  กินกับขนมจีนน้ำยา หรือน้ำพริก&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ผักบุ้งมีรสจืด และฤทธิ์เย็น  มีคุณสมบัติ  ในการขับพิษ  ถอนพิษ เบื่อเมา และขับปัสสาวะ&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์'''การปักชำ&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:CONVOLVULACEAE_2.jpg]]  [[ภาพ:CONVOLVULACEAE_3.jpg]]  [[ภาพ:CONVOLVULACEAE_4.jpg]]  [[ภาพ:CONVOLVULACEAE_5.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7</id>
		<title>ผักชีลาว</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A7"/>
				<updated>2015-11-10T02:33:08Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักชีลาว&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแล...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Anethum_graveolens_Linn.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' UMBELLIFERAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Anethum graveolens'' Linn.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Dill&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' เทียนข้าวเปลือก ,เทียนตาตั๊กแตน (ภาคกลาง), ผักชี (ขอนแก่น,เลย) ผักชีตั๊กแตน, ผักชีเทียน (พิจิตร), ผักชีเมือง(น่าน)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ผักชีลาวเป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับผักชี ลำต้นมีสีเขียวเข้มขนาดเล็ก ลักษณะใบเป็นใบประกอบแบบขนนกมีสีเขียวสดออกเรียงสลับกัน ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองออกเป็นช่อ ก้านช่อดอกมีลักษณะคล้ายกับซี่ร่ม ผลแก่เป็นรูปไข่แบนมีสีน้ำตาลอมเหลือง ถ้านำไปใช้เป็นเครื่องเทศจะเก็บได้ก็ต่อเมื่อดอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' นิยมประกอบอาหารอีสาน และเหนือ เพื่อเป็นการดักกลิ่นคาว และเพิ่มรสชาดของอาหาร ใช้ส่วนของต้นสด ใบสด ใบแห้ง ผลแห้ง โรยบนอาหารประเภทปลาเพื่อดับกลิ่นคาว   เมล็ดก่อนนำมาประกอบอาหารควรบดก่อน โดยนิยมโรยบนสลัดผักและมันฝรั่งบดเพื่อเพิ่มรสชาติ นอกจากนี้น้ำมันผักชีลาวยังใช้แต่งกลิ่นผักดอง น้ำซอส สตู ขนมหวาน เครื่องดื่มและเหล้า&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''ผลแก่แห้ง''' ของผักชีลาวบดให้เป็นผง ชงกับน้ำดื่มวันละ 4-5 แก้ว แก้อาการปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลม&lt;br /&gt;
*'''ต้นสด''' ของผักชีลาวผสมกับนมให้เด็กอ่อนดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' มีผลดีต่อกระเพาะ ม้าม และตับ มีวิตามินเอ ช่วยการทำงานของกระเพาะ&lt;br /&gt;
*ส่วนน้ำมันผักชีลาวมักใช้ผสมในยาย่อยอาหาร ยาแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ  ทั้งต้น แก้บวม แก้เหน็บชา ขับเหงื่อ เมล็ด ทำให้ผายลมและเรอ แก้หอบ บำรุงปอด แก้ไอ แก้ลมที่ทำให้สะอึก แก้ลมวิงเวียน แก้อาเจียน ผล ขับลม แก้ไอ แก้หอบหืด และแก้คลื่นไส้อาเจียน &lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' ใช้เมล็ด&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Anethum_graveolens_Linn_01.jpg]]  [[ภาพ:Anethum_graveolens_Linn_02.jpg]]  [[ภาพ:Anethum_graveolens_Linn_03.jpg]]  [[ภาพ:Anethum_graveolens_Linn_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1</id>
		<title>ผักชีล้อม</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1"/>
				<updated>2015-11-10T02:32:36Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักชีล้อม&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Oenanthe_Stolonifera_DC.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' UMBELLIFERAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Oenanthe stolonifera'' (Roxb.)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Water Dropwort&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักอัน ผักอันอ้น ผักอันอ้อ ผักผันอ้อ จีอ้อ ผักหนอกช้าง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ผักชีล้อมเป็นพืชล้มลุก อายุหลายฤดู ทุกส่วนของลำต้น มีกลิ่นหอม ลำต้นกลวง ใบเป็นใบประกอบ  โคนก้านใบแผ่ออกเป็นปลอกหุ้มลำต้น  ใบย่อย คล้ายใบผักชีแต่ใหญ่กว่า ขอบใบจักรเป็นฟันเลื่อยหยาบๆ   ดอกสีขาว ออกดอกเป็นช่อแบบรวม มีก้านชูดอกยาว  ชอบขึ้นในที่น้ำท่วม ลำต้นและใบขึ้นเหนือพ้นน้ำ สามารถปลูกเป็นผักสวนครัวได้&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ต้นอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสด  หรือจิ้มน้ำพริก&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*ใช้ทั้งต้น ใช้แก้โรคน้ำเหลืองเสีย  เป็นส่วนผสมตำรับยาอาบ-อบสมุนไพร   รักษาโรค  เหน็บชา และ ขับเหงื่อ  ช่วยบำรุงปอด บำรุงเลือดและช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานดี ช่วยดับพิษในร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยขับเสมหะ ขับลมในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การเพาะเม็ดและการปักชำ&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Oenanthe_Stolonifera_DC_01.jpg]]  [[ภาพ:Oenanthe_Stolonifera_DC_02.jpg]]  [[ภาพ:Oenanthe_Stolonifera_DC_03.jpg]]  [[ภาพ:Oenanthe_Stolonifera_DC_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87</id>
		<title>ผักชีฝรั่ง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:32:24Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักชีฝรั่ง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Eryngium_foetidum_Linn.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' UMBELLIFERAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Eryngium  foetidum'' Linn&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Culantro&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักชีดอย หอมป้อมกุลา แมะและเด๊าะ ผักจี&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นพืชล้มลุก มีกลิ่นหอม  ลักษณะการงอกจะเป็นกอ แตกหน่อ ออกมาจากต้นแม่ ใบยาวรี ริมใบหยักคล้ายฟันเลื่อย ดอกมีสีเขียว ก้านยาวโผล่พ้นลำต้น  ปลูกง่าย มักชอบที่มีความชื้นจะเจริญเติบโตได้ดี&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' มีรสจืดมัน มีกลิ่นหอม แม้จะชื่อ &amp;quot;ผักชีฝรั่ง&amp;quot; แต่กลับเป็นส่วนผสมหลักเคียงข้างตะไคร้ ขิง ข่า ใบมะกรูดในอาหารสูตรไทยแท้ๆ  ผักชีฝรั่งเป็นผักที่มีบทบาทมากมายในอาหารรสแซ่บทั้งหลาย เช่น ต้มยำ ลาบ ก้อย  หรือแม้นแต่ข้าวต้มปลาสูตรไทยแท้ๆ&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*อุดมไปด้วยเบต้า-แคโรทีน วิตามินซี แคลเซียม และฟอสฟอรัส  เมื่อทาน  ร่างกายจะนำเบต้า-แคโรทีนที่ได้จากผักชีฝรั่ง ไปเป็นวิตามินเอ ช่วยในการบำรุงสายตา และสุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันทั้งระบบ ไม่ให้ร่างกายเจ็บป่วยง่ายๆ&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' โดยการแยกหน่อ และเพาะเมล็ด หรือนำเมล็ดไปหว่าน&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Eryngium_foetidum_Linn_01.jpg]]  [[ภาพ:Eryngium_foetidum_Linn_02.jpg]]  [[ภาพ:Eryngium_foetidum_Linn_03.jpg]]  [[ภาพ:Eryngium_foetidum_Linn_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%99</id>
		<title>ผักคราดหัวแหวน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%99"/>
				<updated>2015-11-10T02:32:17Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักคราดหัวแหวน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:COMPOSITAE1.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์'''COMPOSITAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Sphaeranthus africanus ''Murr.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ'''ผักคราด ผักคราดหัวแหวน (กลาง) ผักตุ้มหู หญ้าต้มหู ผักเผ็ด ผักแค (เหนือ)  ฮึ้งฮวยเกี้ย (จีนแต้จิ๋ว)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''เป็นไม้ที่ชอบขึ้นที่ลุ่มและมีความชุ่มชื้น พบขึ้นในป่าธรรมชาติป่าละเมาะโดยขึ้นประกบกับต้นไม้อื่น หรือสวน ริมคลองหรือร่องน้ำ ใต้ร่ม ลำต้นทอดตามดินเล็กน้อย แต่ปลายชูขึ้นลำต้นแก่จะมีรากงอกออกมาลำต้นค่อน ข้างกลม อวบน้ำ สีเขียว อาจมีสีม่วงแดงปนเขียว ต้นอ่อนมีขนปกคลุมเล็กน้อย ใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปร่างสามเหลี่ยมขอบใบหยักฟันเลื่อย ก้านใบยาว ผิวใบสากและมีขน ใบกว้าง ออกดอกเป็นช่อตามขอบใบและปลายกิ่งดอกย่อยจะเรียงอัอกันแน่นเป็นกระจุกสีเหลือง เป็นลักษณะกลม ปลายแหลมคล้ายหัวแหวน ดอกย่อย 2 วง วงนอกเป็นดอกตัวเมีย วงในเป็นดอกสมบูรณ์เพศ&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร'''เป็นผักโดยยอดอ่อนใบอ่อนรับประทาน เป็นผักสดแกล้มกับน้ำพริกลาบ ก้อย แกง และผักคราดนำไปปรุงเป็นอาหารได้ ชาวเหนือนำผักคราด ไปแกงแค ชาวอีสาน นำผักคราดไปใส่กับอ่อมปลาอ่อมกบ และชาวใต้นำยอดอ่อนของผักคราดไปแกงร่วมกับ หอยและปลา ทำให้รสชาติและกลิ่นของอาหารน่ารับประทานมากขึ้น&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' ใช้แก้อาการปวดฟัน ขับปัสสาวะ แก้บิด ระงับไอ ในตำรายาไทยใช้ต้นสดตำผสมเหล้าหรือน้ำส้มสายชู อมแก้ฝีในลำคอ หรือต่อมน้ำลายอักเสบ ทำให้ลิ้นชา แก้ไข้&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;  &lt;br /&gt;
[[ภาพ:COMPOSITAE2.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%94</id>
		<title>ผักกูด</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%94"/>
				<updated>2015-11-10T02:31:35Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักกูด&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Diplazium_esculentum_Retz_Swartz.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' ATHYRIACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Diplazium esculentum'' (Retz.) Swartz&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''  Vegetable fern&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักกูดขาว(เชียงใหม่) ผักกูด (กลาง)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นพืชตระกูลเฟิร์นที่ขึ้นตามที่ชุ่มชื้นในทุกภาคทั่วไทย ชอบอยู่บริเวณที่ชื้นแฉะ หรือแหล่งต้นน้ำลำธาร  มีคุณสมบัติพิเศษในการปรับสภาพน้ำ กรองน้ำจากครัวเรือน และสารเคมีจากการเกษตร ผักกูดต้นเป็นต้นเดี่ยว แต่จะมีการแตกยอดอ่อนออกมาเรื่อย &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' นิยมนำยอดอ่อนมาปรุงอาหาร สามารถปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด ยำ ลวกจิ้มน้ำพริก แกง หรือผัด  เป็นต้น เช่นเดียวกับผักทั่วไป&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*ยาบำรุง ยาแก้นิ่ว ยาประคบกระดูก  ยาแก้พิษ&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' โดย สปอร์และเหง้า&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Diplazium_esculentum_Retz_Swartz_01.jpg]]  [[ภาพ:Diplazium_esculentum_Retz_Swartz_02.jpg]]  [[ภาพ:Diplazium_esculentum_Retz_Swartz_03.jpg]]  [[ภาพ:Diplazium_esculentum_Retz_Swartz_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%87</id>
		<title>ผักแขยง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:31:27Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักแขยง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลร...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:SCROPHULARIACEAE1.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' SCROPHULARIACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Limnophila aromatica '' (Lam.)  Merr&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักพา (ภาคเหนือ)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''เป็นพรรณผัก มีลำต้นกลม กลวง และเป็นข้อ ๆ  ต้นมีกลิ่นหอม  เป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ไปตามข้อต้น ลักษณะของใบเป็นรูปหอกปลายใบแหลม โคนใบจะห่อติดลำต้นเลย ไม่มีก้านใบ ขอบใบจักรแบบฟันเลื่อย  สีเขียว  ออกดอกเดี่ยวตามซอกใบแต่จะออกดอกเป็นช่ออยู่ตรงส่วนยอดของต้นลักษณะของดอก เป็นรูปกรวย ตรงปลายแยกออกเป็น 4 กลีบมีสีแดงอ่อนหรือขาว  ผลเป็นฝักยาวรี เมื่อแก่จะแตก &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร'''รับประทานเป็นผักสดร่วมกับน้ำพริก ส้มตำ ลาบ ก้อย ซุปหน่อไม้ หรือนำไปเป็นเครื่องปรุงรสและแต่งกลิ่นสำหรับ แกงอ่อม แกงหน่อไม้ ต้มส้ม &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
* '''ต้น''' ต้น ช่วยลดไข้ แก้คัน ฝี และกลาก แก้อาการบวม หรือเป็นยาระบายอ่อน ๆ และแก้น้ำนมแม่ที่มีรสเปรี้ยว  แต่หญิงมีครรภ์ห้ามรับประทาน&lt;br /&gt;
* แก้ไข้ นำต้นสดมาต้มกินกับน้ำ ซึ่งจะใช้ 15-30 กรัม  แก้อาการคัน กลาก ฝี ใช้ต้นสดต้มกับน้ำชะล้าง หรือคั้นเอาน้ำทา และอีกวิธีหนึ่งคือตำพอกบริเวณที่เป็นแก้พิษงู นำต้นสด ๆ ประมาณ 15 กรัมตำให้ละเอียด ผสมกับต้นฟ้าทะลายโจรสดเหมือนกันขนาด 30 กรัมแล้วเอาไปผสมกับน้ำส้มปริมาณพอควรคั้นแล้วทานน้ำส่วนกากนั้นเอาพอกรอบ ๆ แผล แต่อย่าพอกบนแผล&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' มักขึ้นอยู่ตามริมคูหรือคันนา ดินที่ปลูกจะต้องเป็นดินที่ชื้นแฉะ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:SCROPHULARIACEAE2.jpg]]  [[ภาพ:SCROPHULARIACEAE.jpg]]  [[ภาพ:SCROPHULARIACEAE4.jpg]]  [[ภาพ:SCROPHULARIACEAE5.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%A1</id>
		<title>ผักโขม</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%82%E0%B8%A1"/>
				<updated>2015-11-10T02:31:20Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักโขม&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:AMARANTHACEAE1.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' AMARANTHACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Amarantrus lividus Linn.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักขม ผักขมหัด ผักโขมหัด ผักขมหวาน ผักโขมเกลี้ยง ผักโหม ผักโหมเกลี้ยง &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''เป็นไม้ล้มลุก มีระบบรากแก้ว ลำต้น ตั้งตรง เกลี้ยงไม่มีขน �มีรอยแตกเป็นร่องยาว ลำต้นสีม่วงแดงปนเขียว แตกกิ่งก้านไม่มากนัก ทรงพุ่มสูง 30-60 เซนติเมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปหัวใจ  ถึงรูปไข่  ปลายใบ  แหลมขอบใบเรียบ มีรอยหยักเล็กน้อยบริเวณปลายใบ ก้านใบเรียวเล็กเรียงสลับ ดอก เป็นช่อตั้งตรงแตกแขนง ดอกออกตามปลายยอดและซอกใบดอกเพศผู้และดอกเพศเมียแยกกันคนละดอก ดอกย่อยมีขนาดเล็กสีน้ำตาลม่วงปนเขียว   ช่อดอกยาว     10 -.15 เซนติเมตร ผลรูปกลมรี เมื่อแก่อาจแตกหรือไม่แตกก็ได้เมล็ด ขนาดเล็ก สีน้ำตาลเข้มถึงดำเป็นมัน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ลำต้น ยอด ใบ และช่อดอกอ่อนรับประทานเป็นผักต้ม ลวก จิ้มน้ำพริก แกงจืด แกงเลียง ต้มกะทิ แกงอ่อมผัดน้ำมัน ในบางท้องถิ่นนำต้นมาสับเป็นอาหารสุกร&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &lt;br /&gt;
* ต้มน้ำ ดื่ม แก้อาการแน่นน่าอก แก้ไข้ หอบราก รสขมเย็น ถอนพิษถอนพิษไข้หัวลม ไข้หวัด แก้ร้อนใน แก้เสมหะ ขับปัสสาวะ ต้มอาบแก้คัน ทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' ใช้เมล็ดนิเวศวิทยาและการ พบได้ทั่วทุกภาค ในไร่สวน ที่รกร้างทั่วไป ดินร่วนซุย ชุ่มชื้น ค่อนข้างร่ม พบได้ตลอดปี&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:AMARANTHACEAE2.jpg]]  [[ภาพ:AMARANTHACEAE3.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3</id>
		<title>ผักกุ่มน้ำ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3"/>
				<updated>2015-11-10T02:30:22Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักกุ่มน้ำ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Crateva_magna_Lour.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' CAPPARACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Crateva magna'' (Lour.)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' กุ่ม (เลย) อำเภอ (สุพรรณบุรี) ผักกุ่ม ก่าม(ตะวันออกเฉียงเหนือ)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ไม้ยืนต้น สูงได้ถึง 20 เมตร เปลือกลำต้นค่อนข้างเรียบ สีเทา จะผลัดใบร่วงหมดทั้งต้นเมื่อจะออกดอก ใบประกอบแบบนิ้วมือ ใบย่อย 3 ใบ รูปวงรีหรือรูปไข่ ออกเรียงสลับ กว้าง 2.5-7 เซนติเมตร ยาว 5.5-16 เซนติเมตร ปลายกว้างแหลม โคนสอบแคบ ขอบใบเรียบ ผิวใบบางและนิ่ม หลังใบสีเขียวเป็นมัน ท้องใบมีขนอ่อนสีเทา เส้นกลางใบอมแดง ปลายก้านใบมีต่อมน้ำตาลขนาด 1 มิลลิเมตร กว้าง 1-3 นิ้ว ยาว 2-9 นิ้ว ใบที่อยู่ด้านข้างโคนจะเบี้ยวเล็กน้อย  หลังใบ และท้องใบเรียบ ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง และซอกใบ ยาว 4-6 นิ้ว ติดดอก 20-60 ดอก กลีบดอกเมื่อแรกบานสีขาวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน กลีบรองดอกรูปไข่ปลายแหลม กลีบดอกกลมยาว 2-3 เซนติเมตร สีขาว มี 4 กลีบ กลีบล่างและกลีบบนอย่างละ 2 กลีบ แต่กลีบบนจะใหญ่กว่า เกสรตัวผู้มีก้านสีม่วงหรือสีชมพู ยาวยื่น 13-25 อัน ผลสด รูปร่างค่อนข้างกลมรี เปลือกหนา ผลอ่อนผิวมีสะเก็ดสีเหลืองอมเทา เมื่อสุกสีเทา ผลแก่ผิวเรียบยาว 5-8 เซนติเมตร เมล็ดรูปเกือกม้า ยาว 6-9 มิลลิเมตร มีหลายเมล็ด พบตามข้างลำธาร ริมแม่น้ำ ที่ชื้นแฉะ ในป่าเบญจพรรณ ออกดอกราวเดือนกุมภาพันธ์ ถึงมิถุนายน &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดอ่อนใช้ปรุงอาหารได้ แต่ต้องนำมาดองน้ำเกลือตากแดด ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน แล้วจึงนำไปปรุงอาหาร โดยผัดหรือแกงได้&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''แก่น''' ต้มน้ำดื่ม ช่วยบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย ใช้แก้โรคริดสีดวงทวาร โรคนิ่ว บำรุงเลือด&lt;br /&gt;
*'''เปลือกต้น''' ทำเป็นยาลูกกลอน แก้อัมพฤกษ์ อัมพาต รสขมหอม แก้สะอึก ขับผายลม ขับเหงื่อ แก้ในกองลม แก้กระษัย แก้ริดสีดวงผอมแห้ง ระงับพิษที่ผิวหนัง แก้ไข้ ขับน้ำเหลืองเสีย เป็นยาบำรุง ขับน้ำดี ขับนิ่วในทางเดินปัสสาวะ แก้อาเจียน แก้ลมทำให้เรอ&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' รสขมหอม ขับเหงื่อ แก้ไข้ เจริญอาหาร ระบาย บำรุงธาตุ ขับพยาธิ แก้ปวดเส้น แก้อัมพาต แก้โรคไขข้ออักเสบ แก้สะอึก ขับผายลม แก้ลมขึ้นเบื้องสูง แก้โรคผิวหนังและกลากเกลื้อน&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' รสเย็น แก้เจ็บในตา แก้ไข้ครั่นเนื้อครั่นตัว แก้เจ็บคอ ผล รสขม แก้ไข้ &lt;br /&gt;
*'''ราก''' ใช้ขับหนอง บำรุงธาตุ&lt;br /&gt;
*เปลือกต้น ผสมรวมกับเปลือกกุ่มบก เปลือกทองหลางใบมน ต้มน้ำดื่ม เป็นยาขับลม แก้สะอึก กระพี้ รสร้อน แก้ริดสีดวงทวาร แก่น รสร้อน แก้นิ่ว ราก แช่น้ำกิน บำรุงธาตุ &lt;br /&gt;
*ใบและกิ่ง มีสารไฮโดรเจนไซยาไนด์ซึ่งเป็นพิษ ไม่ควรกินสดควรดอง หรือต้มเพื่อกำจัดพิษก่อนกิน&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' เมล็ด และแตกต้นอ่อนจากราก&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Crateva_magna_Lour_01.jpg]]  [[ภาพ:Crateva_magna_Lour_02.jpg]]  [[ภาพ:Crateva_magna_Lour_03.jpg]]  [[ภาพ:Crateva_magna_Lour_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87</id>
		<title>ผักก้านตรง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:30:09Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักก้านตรง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Colubrina_asiatica_Brongn.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' RHAMNACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Colubrina asiatica  Brongn.''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักคันทรง ผักก้านถึง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' หน้าตาคล้ายๆ ผักหวานบ้าน มีหลายชื่อแล้วแต่ละท้องถิ่นจะเรียกผักคันทรง ผักก้านตรง ผักก้านถึง เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง สูงประมาณ 2-3 เมตร กิ่งก้านเล็กกลม สีเขียวใบเดี่ยวเรียงสลับกัน รูปหอกกว้าง 1.5- 2 ซม. 3-4 ซม. ปลายและฐานใบแหลม ขอบใบหยัก เส้นใบมี 3 คู่ ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มกว่าด้านล่างดอกขนาดเล็กสีเหลืองปนเขียว กลิ่นหอมอ่อนๆออกตามซอกใบตามกิ่งก้านเรียงเป็นแถว เป็นช่อเล็กๆ ดอกย่อย 8-14 ดอกดอกรูปจาน ดอกบานกว้างประมาณ 0.2-0.3 ซม. ก้านดอกสั้นยาว0.3-0.4 ซม.รูปกลมแป้นสีเขียวเข้ม เส้นผ่าศูนย์กลาง&lt;br /&gt;
0.5-0.6 ซม.&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร'''  ยอดอ่อนสามารถนำมาปรุงอหารได้หลากหลายชนิด เช่น ลวกกินกับน้ำพริก  ผักรองห่อหมก ผัดน้ำมัน แกงส้ม แกงเลียง&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''รากผักก้านตง''' เป็นสมุนไพรที่หมอยาอีสานใช้มากตัวหนึ่ง มีสรรพคุณเย็น แก้พิษร้อนถอนพิษไข้ นิยมใช้ร่วมกันสามสหาย คือ รากย่านาง รากผักหวานบ้าน รากผักก้านตง เป็นยาหลักในตำรับยาแก้ไข้ แก้ไข้พิษ ไข้ออกตุ่มต่างๆ&lt;br /&gt;
*'''ใบและเปลือก''' ต้มอาบแก้บวมเนื่องจากไตและ หัวใจพิการ แก้น้ำเหลืองเสียแก้เหน็บชา&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การปักชำ  และเพาะเมล็ด&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Colubrina_asiatica_Brongn_01.jpg]]  [[ภาพ:Colubrina_asiatica_Brongn_02.jpg]]  [[ภาพ:Colubrina_asiatica_Brongn_03.jpg]]  [[ภาพ:Colubrina_asiatica_Brongn_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2</id>
		<title>ผักกาดนกเขา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2"/>
				<updated>2015-11-10T02:29:45Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักกาดนกเขา&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ด...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:COMPOSITAE_1.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' COMPOSITAE &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Gynura pseudochina'' DC&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' หางปลาช่อน ผักแดง  ผักบั้ง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''   เป็นไม้ล้มลุกปีเดียว สูง 30 - 50 ซม. ลำต้นตรง ลำต้นปกคลุมด้วยขนนุ่มทั่วไป ใบมีขนาดยาว 2 - 5 ซม. ก้านใบห่อหุ้มลำต้น ปลายใบแหลม เรียว โคนใบกว้าง ใบรูปไข่รี มีขน ริมขอบใบหยักเว้า หลังใบมีสีเขียวเข้ม ท้องใบมีสีม่วงแดง ดอกเป็นช่อ ออกกลางลำต้น ช่อหนึ่งจะแตกเป็น 2 - 3 แขนง ดอกมีขนาดเล็ก กลีบดอกส่วนโคนจะเชื่อมติดเป็นรูปท่อ ดอกมีสีม่วงแดง ผลเป็นผลเดี่ยวเปลือกแข็ง &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดอ่อน ใบอ่อนกินเป็นผักเหนาะ จิ้มน้ำพริก แกงเลียง แกงคั่วพริกกับปลาย่าง จิ้มน้ำพริก หรือลาบ  ออกยอดมากในช่วงฤดูฝน&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''  &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' มีรสจืด  เย็น ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย&lt;br /&gt;
*'''ลำต้น''' แก้เจ็บคอ ฝี บิด ท้องร่วง แก้อาการผื่นคัน บวมน้ำ  &lt;br /&gt;
*'''ราก''' สรรพคุณ แก้โรคตานซางขโมย&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' โดยการใช้เมล็ด &amp;lt;hr&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:COMPOSITAE_2.jpg]]  [[ภาพ:COMPOSITAE_3.jpg]]  [[ภาพ:COMPOSITAE_4.jpg]]   [[ภาพ:COMPOSITAE_5.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A7</id>
		<title>ผักกาดปลิว</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A7"/>
				<updated>2015-11-10T02:29:37Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ผักกาดปลิว&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Crassocephalum_crepidioides_Benth.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' COMPOSITAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Crassocephalum crepidioides'' (Benth) S.Moore -Erechtites valerianaefolia&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' หญ้าดอกฟุ้ง  ผักกาดหัวปลิว ผักกาดฤาษี  ตังโอ  ผักกาดลม&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นพืชล้มลุก สูงประมาณ 3-5 ฟุต ลำต้นเป็นเหลี่ยม สีเขียวอ่อนลักษณะใบใบกว้างประมาณ 3-5 นิ้ว ขอบใบเป็นหยัก ผิวใบมีขน  หลังใบขรุขระ ดอกอ่อนมีสีแดงเรื่อๆ ดอกเมื่อบานเหมือนปุยนุ่น เกสรสีแดงอ่อนและเมื่อดอกแก่จะปลิวตามลม เมื่อไปตกตรงไหนก็จะเจริญเติบโตขยายพันธุ์ต่อไป     พื้นที่ที่เจริญเติบโตได้ดี  ชอบที่ป่าโปร่ง มีแสงแดดเพียงพอ  ชาวบ้านมักมองว่าเป็นวัชพืช&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ยอดอ่อน ใบ ดอกอ่อนกินสด ผัด ลวกจิ้มน้ำพริก หรือแกงส้ม (ลำต้นอ่อน) หรือใช้ยอด ใบ ดอง (เหมือนผักกาด) รสชาติรสเย็น มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว  ส่วนที่ใช้ขยายพันธุ์ดอกแก่ และต้นอ่อน&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
* บำรุงหัวใจ บำรุงโลหิต  แก้ซาง&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' ใช้เมล็ด&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Crassocephalum_crepidioides_Benth_01.jpg]]  [[ภาพ:Crassocephalum_crepidioides_Benth_02.jpg]]  [[ภาพ:Crassocephalum_crepidioides_Benth_03.jpg]]  [[ภาพ:Crassocephalum_crepidioides_Benth_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B9%8A%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B6%E0%B8%87</id>
		<title>แป๊ะตำปึง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B9%8A%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B6%E0%B8%87"/>
				<updated>2015-11-10T02:29:10Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;แป๊ะตำปึง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Gynura_divaricata_DC.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' Asteraceae (Compositae)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Gynura procumbens '' (Lour.) Merr&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' &amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' แปะตำปึง, จักรนารายณ์ , กิมกอยมอเช่า ,ผักพันปี, แปะตังปุง, แปะตังปึง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก  ที่มีอายุหลายปี ใบหนาอวบน้ำ ลักษณะกลมรี รูปไข่  ใบสีเขียว มีขนปกคลุมด้านบน  ขอบใบหยัก ก้านใบและลำต้นมีสีม่วง ดอกออกเป็นช่อสีเหลืองประกอบด้วยดอกย่อยเล็กๆ อยู่รวมเป็นกระจุก  คล้ายดอกดาวเรือง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' นิยมนำมารับประทานเป็นผักสด หรือผัดน้ำมันหอย หรือผัดเต้าเจี้ยว หรือรับประทานเป็นผักสด&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
* สรรพคุณฟอกโลหิต ทำให้ระบบเลือด-น้ำเหลืองดีขึ้น รักษาแผลภายในภายนอก ล้างพิษภายในออกทางอุจาระปัสสาวะและทางตา ทำให้กินได้นอนหลับ ระบบหายใจดีขึ้น  ขับลมในช่องท้อง&lt;br /&gt;
* เป็นยาใช้ภายนอก บรรเทาอาการอักเสบ ปวดบวม ผื่นคัน แก้พิษแมลงกัดต่อย และโรคเริม &lt;br /&gt;
* มีสรรพคุณบรรเทาอาการอักเสบเนื่องจากเริมและงูสวัด&lt;br /&gt;
* สารสกัดเอทานอลจากส่วนเหนือดินของแป๊ะตำปึง สามารถบรรเทาอาการคัน อักเสบและสมานแผล&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การตัดกิ่งไปปักชำก็ได้&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Gynura_divaricata_DC_01.jpg]]  [[ภาพ:Gynura_divaricata_DC_02.jpg]]  [[ภาพ:Gynura_divaricata_DC_03.jpg]]  [[ภาพ:Gynura_divaricata_DC_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%94</id>
		<title>ปุด</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B8%94"/>
				<updated>2015-11-10T02:28:54Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ปุด&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Etlingera_littoralis_Gieseke.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' ZINGIBERACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Alpinia mutica'' Roxb&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Swamp fern,  Golden Leather Fern&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ปุดใหญ่, สากปุด&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ปุด เป็นพืชตระกูลขิงข่า มีเหง้าอยู่ใต้ดิน  ใบ  ใบปุดมีปลายใบแคบเป็นติ่งแหลม โคนใบมน ขนาดใบกว้าง 9-15 ซม.ยาว 50-70 ซม.  ก้านใบและโคนก้านใบ  จะแผ่ออกเป็น  กาบหุ้มลำต้น  สูง 1.5-3 เมตร ใบปุดจะคล้ายใบกาหลา  ต่างตรงใบกาหลาจะมีสีเขียวเข้มกว่า  เหง้าปุดแทงรากออกไปไกล  จึงขึ้นกระจายห่างๆกัน   ไม่รวมกลุ่มเป็นกลุ่มเป็นกอ  ดอกปุด มีลักษณะเป็นช่อสั้นๆโผล่ขึ้นจากเหง้าใต้ดิน อยู่ห่างจากลำต้นเป็นรูปกรวยหงาย สีแดงสด  ขอบกลีบ สีเหลืองอ่อน กลีบดอกมีหลายกลีบแล้วแต่ความสมบูรณ์ของแต่ละต้น ผลปุดจะอยู่ใต้ดิน  หรือโผล่มาเล็กน้อย  เปลือกผลฉ่ำน้ำ มีเมล็ดจำนวนมากอยู่ภายใน แยกเป็น  2-3 พู&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ต้นปุดอ่อน ปอกกาบนอกออก เอาแต่ไส้ใน สามารถนำมาเป็น ผักสด หรือผักต้มจิ้มน้ำพริก เหง้า หน่ออ่อนและไส้ของปุด มีกลิ่นหอม รสเผ็ดร้อน ใช้ในการปรุงรสอาหารเพื่อ ดับกลิ่นคาวเป็นเครื่องเทศใส่ในแกงชนิดต่าง ๆ&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา''' &amp;lt;br/&amp;gt; &lt;br /&gt;
*'''ยอดอ่อน ใบอ่อน''' ใช้ปิดแผล ห้ามเลือด&lt;br /&gt;
*'''เหง้า''' ตำให้แหลก ใช้ปิดแผลสด และ แผลไฟไหม้&lt;br /&gt;
*ช่วยขับลม และช่วยให้เจริญอาหาร&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การแยกหน่อ&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Etlingera_littoralis_Gieseke_01.jpg]]  [[ภาพ:Etlingera_littoralis_Gieseke_02.jpg]]  [[ภาพ:Etlingera_littoralis_Gieseke_03.jpg]]  [[ภาพ:Etlingera_littoralis_Gieseke_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD</id>
		<title>ใบหูเสือ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD"/>
				<updated>2015-11-10T02:28:29Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ใบหูเสือ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแล...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Plectranthus_amboinicus_Lour_Spreng.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' LABIATAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Plectranthus amboinicus'' (Lour.) Spreng&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' Indian borage&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' หอมด่วนหลวง (เหนือ), ผักหูเสือ, เนียมอีไหลหลึง&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' หูเสือเป็นไม้ล้มลุก ขนาดเล็ก ใบสีเขียว รูปร่างกลมรี ปลายมน ลักษณะใบหนา กรอบ และมีขนอ่อนทั่วไป ริมใบจักเป็นคลื่นมนรอบ ๆ ใบ ขยี้ใบดมดูจะมีกลิ่นหอม คล้ายพิมเสน เป็นไม้ล้มลุกอายุ 2-3 ปี สูงประมาณ 20-40 ซม. ลำต้นอวบน้ำ หักได้ง่าย  ใบสีเขียวอ่อน รูปร่างกลมรี โคนใบสอบปลายใบมน ลักษณะใบหนา กรอบ และมีขนอ่อนทั่วไป ริมขอบใบจักเป็นคลื่นมนรอบๆ ใบ แผ่นใบนูน เส้นใบลึก ดอก เป็นช่อสีม่วงขาว&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' นิยมนำมารับประทาน เป็นผักสดแกล้มกับอาหารเภทลาบ ยำ ก้อย และน้ำพริก เพื่อดับกลิ่นคาวและทำให้อาหารมีกลิ่นหอม&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
* รักษาโรคหูน้ำหนวก ปวดหูบ่อยๆ หรือเป็นฝีในหู ให้ใช้น้ำคั้นจากใบหูเสือมาหยอดหูจะช่วยรักษาโรคดังกล่าวได้    เด็กๆที่มีอาการท้องอืดก็ให้นำใบหูเสือมาขยี้แล้วทาท้องเด็กแก้ท้องอืดได้  &lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' โดยปักชำยอด&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Plectranthus_amboinicus_Lour_Spreng_01.jpg]]  [[ภาพ:Plectranthus_amboinicus_Lour_Spreng_02.jpg]]  [[ภาพ:Plectranthus_amboinicus_Lour_Spreng_03.jpg]]  [[ภาพ:Plectranthus_amboinicus_Lour_Spreng_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2</id>
		<title>ใบตับเต่า</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2"/>
				<updated>2015-11-10T02:28:08Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ใบตับเต่า&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Cissampelos_pareira_Linn_var_hirsutus.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' MINISPERMACEAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Cissampelos pareira'' Linn. var. hirsutus&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' เครือหมาน้อย (ภาคอีสาน)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' เป็นไม้เถาเลื้อย เป็นเครือ พันกับหลักหรือพันกับต้นไม้ ใบเดี่ยว รูปร่างใบเป็นรูปหัวใจ โคนใบแบบก้นปิด หน้าใบและหลังใบมีขนสีน้ำตาลยาวประมาณ   1 มิลิเมตร ปกคลุมหนาแน่น หลังใบมีขนปกคลุมหนาแน่นมากกว่าหน้าใบ ก้านใบมีขน&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' นิยมทำเป็นอาหารหวานและอาหารคาว เช่น ใบของเครือหมาน้อยใส่ในแกงหน่อไม้แทนใบย่านาง  ทำลาบเครือหมาน้อย โดยผสมกับหญ้านางใส่ลงในป่นกบหรือปลาป่นที่ปรุงรสชาดแล้ว หั่นหัวหอม น้ำปลา ข้าวคั่ว ใบหอม และผักชี ผสมน้ำปลาร้า  ปรุงรสตามชอบใจ  หรือทำเป็นของหวานวุ้นหมาน้อยโดยคั้นผสมกับน้ำใบเตยเติมน้ำตาลให้หวานตามชอบ&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
* เป็นยาเย็น ช่วยย่อย แก้ท้องเสีย แก้บิด  &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' มีสารสำคัญคือ เพคติน มีวิธีการใช้แบบพื้นบ้าน คือ ขยี้ใบเครือหมาน้อยให้เป็นวุ้น แล้วนำมาพอกรักษาฝี อาการปวดบวมตามข้อ หรืออาการอักเสบของผิวหนัง ผดผื่น คัน รวมทั้งจากแมลงสัตว์กัดต่อย  ส่วนราก มีรสหอมเย็น มีสรรพคุณแก้ไข้ ดีซ่าน เป็นยาอายุวัฒนะ&lt;br /&gt;
*'''เปลือกต้น'''&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือหน่อ&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Cissampelos_pareira_Linn_var_hirsutus_01.jpg]]  [[ภาพ:Cissampelos_pareira_Linn_var_hirsutus_02.jpg]]  [[ภาพ:Cissampelos_pareira_Linn_var_hirsutus_03.jpg]]  [[ภาพ:Cissampelos_pareira_Linn_var_hirsutus_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%81</id>
		<title>ใบบัวบก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/botanic/index.php/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%81"/>
				<updated>2015-11-10T02:27:47Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Chakkrit: ล็อก &amp;quot;ใบบัวบก&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลร...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:Centella_asiatica_Linn.jpg]]&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' UMBELLIFERAE&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' ''Centella asiatica'' (Linn.)&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ'''Asiatic pennywort&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' ผักแว่น&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์''' ใบบัวบกเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กที่ขึ้นบนดิน แต่มีลักษณะใบคล้ายกับใบบัว&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ด้านอาหาร''' ใบและต้น  รับประทานเป็นผักสดได้หรือใช้เป็นผักแกล้มกับแกงเผ็ดทางใต้ หรือนำมาหั่นแกงกะทิกับกุ้ง หรือปลาย่าง  ปรุงเป็นเครื่องดื่มได้  ที่นิยมกันมากคือน้ำใบบัวบก   เป็นเครื่องดื่มมีกลิ่มหอมรสดี บวกกับความหวาน ความเย็นแสนจะชื่นใจ&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณทางยา'''&lt;br /&gt;
* ส่วนที่ใช้เป็นยา ทั้ง '''ต้น ใบ''' กลิ่นหอม รสขมเล็กน้อย แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า แก้ร้อนใน แก้โรคความดันโลหิตสูง  มีสารที่สำคัญที่ได้จากใบบัวบกคือ มีฤทธิ์ในการสมานแผล ทำให้แผลหายเร็ว มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฆ่าเชื้อราและลดอาการอักเสบ&lt;br /&gt;
* นำใบบัวบกที่เขียวสดล้างน้ำให้สะอาด ใส่เครื่องปั่น เติมน้ำ 2 ถ้วยปั่นให้ละเอียด แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางเอากากทิ้งไป เติมน้ำเชื่อม คนให้เข้ากัน จะได้น้ำใบบัวบกสีเขียวใส รินใส่แก้ว เติมนำแข็งตามชอบใจ หากต้องการเก็บไว้รับประทานหลายวัน ให้เอาน้ำที่ได้ไปต้มเดือด 5 นาที แล้วใส่ขวดที่ต้มฆ่าเชื้อโรค เก็บไว้ในตู้เย็นได้หลายวัน ถ้าดื่มน้ำใบบัวบกในปริมาณสูงจะทำให้ง่วงนอนเพราะมีฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง โดยทั่วไปดื่มน้ำใบบัวบก 1-2 แก้ว มักจะไม่ง่วง&lt;br /&gt;
'''เพาะขยายพันธุ์''' การปักชำ การเพาะเมล็ด ไหล ตัดแยกไหลที่มีต้นอ่อนและมีรากงอก นำไปปลูก ในที่ชื้นแฉะ แต่ต้องมีแดดพอสมควรเป็นพืชที่ขึ้นง่าย&amp;lt;br/&amp;gt;&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
[[ภาพ:Centella_asiatica_Linn_01.jpg]]  [[ภาพ:Centella_asiatica_Linn_02.jpg]]  [[ภาพ:Centella_asiatica_Linn_03.jpg]]  [[ภาพ:Centella_asiatica_Linn_04.jpg]]&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Nattawut</name></author>	</entry>

	</feed>