<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
		<id>http://rspg.svc.ac.th/khaothaphetherb/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81</id>
		<title>ปลาไหลเผือก - ประวัติรุ่นปรับปรุง</title>
		<link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://rspg.svc.ac.th/khaothaphetherb/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81"/>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/khaothaphetherb/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81&amp;action=history"/>
		<updated>2026-04-28T01:58:27Z</updated>
		<subtitle>ประวัติรุ่นปรับปรุงของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
		<generator>MediaWiki 1.25.3</generator>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/khaothaphetherb/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81&amp;diff=37&amp;oldid=prev</id>
		<title>Admin: สร้างหน้าด้วย &quot;right '''วงศ์''' : Simaroubaceae &lt;br&gt; '''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Eurycoma longifolia J...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/khaothaphetherb/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81&amp;diff=37&amp;oldid=prev"/>
				<updated>2021-09-22T02:13:22Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot;&lt;a href=&quot;/khaothaphetherb/index.php/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Taroflow.png&quot; title=&quot;ไฟล์:Taroflow.png&quot;&gt;right&lt;/a&gt; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;วงศ์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; : Simaroubaceae &amp;lt;br&amp;gt; &amp;#039;&amp;#039;&amp;#039;ชื่อวิทยาศาสตร์&amp;#039;&amp;#039;&amp;#039; : &amp;#039;&amp;#039;Eurycoma longifolia J...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;[[ไฟล์:Taroflow.png|right]]&lt;br /&gt;
'''วงศ์''' : Simaroubaceae &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Eurycoma longifolia Jack.''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อสามัญ''' : Ali's Umbrella.&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ''' : กรุงบาดาล, คะนาง, ชะนาง, ตรึงบาดาล, ตุงสอ, แฮพันชั้น, เพียก, หยิกบ่อถองหรือหยิกไม่ถึง, เอียนด่อน, ไหลเผือก, หมุนขึ้น &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ลักษณะทางพฤกษศาสตร์'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ต้น''' : ไม้ต้นขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง สูง 1-10 เมตร &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ใบ''' : ประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงเวียน ใบประกอบยาวได้กว่า 35 เซนติเมตร ใบย่อย 8-13 คู่ เรียงตรงข้ามหรือเกือบตรงข้าม รูปใบหอกแกมรูปไข่กลับหรือรูปขอบขนานแกมรูปไข่ เรียวยาว ใบย่อยเรียงแบบตรงข้าม กว้าง 1-3 เซนติเมตร ยาว 5-10 เซนติเมตร เส้นแขนงใบข้างละ 8-12 เส้น ปลายใบแหลม ฐานใบมน ขอบใบเรียบ โคนใบเบี้ยว เส้นใบเห็นไม่ชัดเจน ปลายโค้งจรดกัน เส้นกลางใบนูนเล็กน้อยด้านบน นูนเด่นชัดด้านล่าง ไม่มีก้านใบย่อย แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบเรียบเป็นมัน ผิวด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนประปราย ก้านช่อใบยาว 7-15 เซนติเมตร &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ดอก''' : ช่อแบบแยกแขนง ออกเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง และซอกใบ เป็นช่อพวงใหญ่ ยาวได้ถึง 30 เซนติเมตร ดอกแยกเพศร่วมต้น หรือแยกเพศต่างต้น มีขนละเอียดและขนสั้นเป็นต่อมกระจาย ทั้งก้านช่อดอก ก้านดอก ใบประดับ และกลีบเลี้ยง มีขนประปรายและมีขนต่อมเป็นกระจุก กลีบดอก 5 กลีบ สีม่วงปนแดง เส้นผ่าศูนย์กลางดอก 6-7 มิลลิเมตร กลีบดอกรูปใบหอกหรือรูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 2 มิลลิเมตร ยาว 4-5 มิลลิเมตร กลีบดอกแยกจากกันเป็นอิสระ เกสรเพศผู้ยาวมี 5-6 อัน ยาว 1.5-2.5 มิลลิเมตร ติดสลับกับกลีบดอก โคนก้านชูอับเรณูมีรยางค์และมีขน เกสรเพศผู้ที่เป็นหมันในดอกเพศเมียขนาดเล็ก ยาวประมาณ 0.5 มิลลิเมตร ในดอกเพศผู้ยาวได้ถึง 2 ดอกเพศเมีย รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ มี 5-6 คาร์เพล แยกจากกัน แต่ละอันมี 1 ช่อง มีออวุล 1 เม็ด  ก้านเกสรเพศเมียเรียวยาว เชื่อมกันหรือแนบชิดกัน ติดเหนือรังไข่ประมาณ 1 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร ยอดเกสรรูปโล่ มี 5-6 แฉก ชี้ขึ้น ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ก้านดอกยาวประมาณ 7 มิลลิเมตร ใบประดับรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ร่วงง่าย กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปสามเหลี่ยม กว้าง 1 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร หลอดกลีบเลี้ยงสั้น โคนเชื่อมติดกันเล็กน้อย&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ผล''' : ทรงกลม เป็นพวง มีประมาณ 5 ผลย่อย ทรงรีหรือรูปไข่ กว้าง 8-12 มิลลิเมตร ยาว 1-2 เซนติเมตร ผนังผลชั้นในแข็ง ก้านผลยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร เปลือกนอกบาง กลางผลมีร่องตื้นๆตามยาว ผลแก่สีแดงถึงม่วงดำ เมล็ดรูปรีมี 1 เมล็ด ออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม พบขึ้นกระจายในป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ระดับความสูงจนถึงประมาณ 700 เมตร &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''การขยายพันธุ์''' : วิธีการเพาะเมล็ด หรือวิธีการตอนกิ่ง ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด  โดยเฉพาะพื้นที่ๆ อุดมสมบูรณ์ความชื้นสูง ไม่ชอบอากาศหนาวเย็น การปลูกควรปลูกในฤดูฝน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณ'''&lt;br /&gt;
:::1. รากใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย คนเดินป่านิยมกันนัก เพราะจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง อดทน ช่วยคลายอาการปวดเมื่อย ป้องกันและรักษาไข้ป่าในระหว่างการเดินทาง (ราก)ส่วนทางภาคใต้จะใช้ทั้งแก่นและรากนำมาต้มกับน้ำกินวันละ 3-4 ครั้ง และช่วงก่อนนอนเป็นยาโด๊ปชั้นยอดที่ช่วยบำรุงกำลังและบำรุงสมรรถภาพทางเพศ ทำให้เลือดไหลเวียนดี (แก่นและราก)&lt;br /&gt;
:::2. ใช้เป็นยาบำรุงโลหิต (ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แต่เข้าใจว่าคือส่วนของราก)&lt;br /&gt;
:::3. ช่วยรักษาความดันโลหิตสูง (ราก)&lt;br /&gt;
:::4. รากมีรสขม เบื่อเมาเล็กน้อย ใช้เป็นยาถ่ายพิษต่าง ๆ ทุกชนิด ถ่ายฝีในท้อง ถ่ายพิษไข้ พิษเสมหะ และโลหิต (ราก) รากปลาไหลเผือก ใช้ผสมกับรากย่านางแดงและพญายา นำมาฝนกับน้ำกินเป็นยาขับพิษ (ราก)&lt;br /&gt;
:::5. รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ทุกชนิด แก้ไข้เรื้อรัง เป็นยาลดไข้ แก้ไข้มาลาเรีย ไข้จับสั่น ตัดไข้ทุกชนิด ตามตำรับยาจะใช้รากแห้งหนักประมาณ 8-15 กรัมหรือครั้งละ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำดื่มก่อนอาหาร วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น (ราก) การใช้เป็นยาตัดไข้ ให้ใช้รากแห้งนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ 1 กำมือ แล้วนำมาต้มกับน้ำดื่มก่อนอาหาร เช้าและเย็น (ราก) ส่วนทางภาคใต้จะใช้รากต้มกินเพื่อป้องกันและรักษาไข้ป่า (ราก)&lt;br /&gt;
:::6. เปลือกลำต้นนำมาต้มเอาน้ำกินเป็นยาแก้ไข้จับสั่น แก้ไข้สันนิบาต แก้ไข้พิษ ไข้ทรพิษ แก้ไข้เหือดหัด ไข้กาฬนกนางแอ่น (เปลือกต้น)&lt;br /&gt;
:::7. ช่วยขับเหงื่อ (ราก)&lt;br /&gt;
:::8. สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์มักจะติดเชื้อได้ง่ายและเป็นไข้อยู่บ่อย ๆ ก็อาจจะใช้รากของต้นปลาไหลเผือกนำมาต้มกินก็ได้ (ราก)&lt;br /&gt;
:::9. ช่วยแก้วัณโรค วัณโรคระยะบวมขึ้น แก้กาฬโรค (ราก)&lt;br /&gt;
:::10. ใช้รากปลาไหลเผือก รากโลดทะนงแดง และพญาไฟ นำมาฝนกับน้ำกินเป็นยาทำให้อาเจียน ใช้เลิกเหล้า (ราก)&lt;br /&gt;
:::11. รากใช้ภายนอกเป็นยาพอกแก้อาการปวดศีรษะ (ราก)&lt;br /&gt;
:::12. ช่วยแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้อาการเจ็บคอ (ราก)&lt;br /&gt;
:::13. ช่วยรักษาโรคคอพอก ด้วยการใช้ตำรับยาสามราก (ดูด้านล่าง) นำมาฝนกับน้ำมะนาว ใส่เกลือทะเล เติมน้ำใส่ขวดไว้ใช้กินต่างน้ำประมาณ 2 เดือน อาการคอพอกก็จะค่อย ๆ ยุบไป จนหายเป็นปกติ (ราก)&lt;br /&gt;
:::14. ตำรายาไทยใช้รากเป็นยาแก้ลม (ราก)&lt;br /&gt;
:::15. ช่วยแก้พิษสำแดง (ไม่ระบุส่วนที่ใช้ แต่เข้าใจว่าคือส่วนของราก)&lt;br /&gt;
:::16. รากใช้ฝนกับน้ำกินหรือฝนกับน้ำปูนใสกินเป็นยาแก้อาการปวดท้อง แก้อาการปวดท้องอย่างแรงจากโรคกระเพาะหรือกระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน (ราก) ช่วยแก้ท้องมาน ท้องร่วง (ราก)&lt;br /&gt;
:::17. ช่วยแก้อาการท้องผูก (ราก)&lt;br /&gt;
:::18. ช่วยแก้ฝีในท้อง ฝีในอก (วัณโรค) ด้วยการใช้ปลาไหลเผือกนำมาเคี้ยวกินได้เลย หรือจะนำมาต้มกินก่อนอาหารเช้าและเย็นก็ได้ (ราก)&lt;br /&gt;
:::19. รากใช้เป็นยาขับพยาธิ (ราก)&lt;br /&gt;
:::20. รากใช้ผสมกับรากผักติ้วและหญ้าแห้วหมู นำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ปัสสาวะขัด (ราก)&lt;br /&gt;
:::21. เปลือกลำต้นนำมาต้มเอาน้ำกินเป็นยาแก้เบาพิการ (เปลือกต้น)&lt;br /&gt;
:::22. ในประเทศมาเลเซียจะใช้รากเป็นยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศและเป็นยาบำรุงหลังการคลอดบุตร (ราก)&lt;br /&gt;
:::23. ช่วยขับถ่ายน้ำเหลือง (ราก)&lt;br /&gt;
:::24. รากใช้ภายนอกเป็นยาพอกปิดบาดแผลพุพอง (ราก)&lt;br /&gt;
:::25. ใช้แก้ฝี แผลพุพอง แผลเรื้อรัง ให้ใช้รากผสมกับน้ำปูนใสแล้วนำมาใช้ทา (ราก)&lt;br /&gt;
:::26. ต้นและรากนำมาต้มกับน้ำหรือแช่ในน้ำ ใช้อาบแก้ผื่นคันที่เกิดจากการแพ้อากาศหรือจากการแพ้สารเคมี (ต้นและราก)&lt;br /&gt;
:::27. ใช้รักษาผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อ (ราก)&lt;br /&gt;
:::28. ช่วยบรรเทาอาการผื่นคันบริเวณผิวหนัง (ราก)&lt;br /&gt;
:::29. รากใช้เป็นยาแก้พิษทุกชนิด พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย พิษฝีทั้งภายนอกและภายใน (ราก)&lt;br /&gt;
:::30. ทางภาคใต้จะใช้รากต้มกินเป็นยาแก้อาการปวดเมื่อย แก้ปวดทั่วไป ปวดข้อ ปวดตามร่างกาย แก้บวม แก้บิด (ราก) แก้โรคปวดเอว (ราก)&lt;br /&gt;
:::31. ช่วยรักษาโรคอัมพาต (ราก)&lt;br /&gt;
:::32. รากปลาไหลเผือกจัดอยู่ในตำรับ &amp;quot;ยาประสะเหมือดคน&amp;quot; ซึ่งเป็นตำรับยาแก้ไข้ แก้ร้อนใน และเป็นส่วนประกอบในตำรับ &amp;quot;ยาจันทน์ลีลา&amp;quot; หรือ &amp;quot;ยาจันทลีลา&amp;quot; (โกฐสอ, โกฐเขมา, โกฐจุฬาลัมพา, จันทน์แดง, จันทน์เทศ, เถาบอระเพ็ด, ลูกกระดอม, รากปลาไหลเผือกอย่างละ 4 ส่วน และพิมเสนอีก 1 ส่วน นำมาบดเป็นผง ทำเป็นยาเม็ดขนาด 500 มิลลิกรัม ใช้กินเวลามีไข้ครั้งละ 2-4 เม็ด ทุก ๆ 4 ชั่วโมง) เป็นตำรับที่มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ตัวร้อน แก้หวัด แก้ไข้เปลี่ยนฤดู และยังอยู่ในตำรับ &amp;quot;ยาแก้ไข้ห้าราก&amp;quot; อีกด้วย (ราก)&lt;br /&gt;
:::33. รากปลาไหลเผือกจัดอยู่ในตำรับ &amp;quot;ยาสามราก&amp;quot; ซึ่งประกอบไปด้วยพญารากเดี่ยว (รากปลาไหลเผือก), รากโลดทะนง และรากฮังฮ้อน (พญารากไฟ) โดยเป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณทำให้อาเจียนและถ่าย ใช้เป็นยาล้างพิษสารเสพติด ใช้บำบัดผู้ป่วยที่ติดยาเสพติด ช่วยแก้อาการลงแดงจากยาเสพติดได้ (ตามข้อมูลระบุว่าให้ใช้รากทั้งสามนำมาฝนกับน้ำมะนาวกินก่อนอาหาร เช้าและเย็น หรืออาจต้มกับน้ำดื่มก็ได้) (ราก)&lt;br /&gt;
:::34. รากใช้ผสมในตำรับ &amp;quot;ยาจันทลิ้นลา&amp;quot; ซึ่งเป็นตำรับยาแก้ไข้ รักษาอาการชัก (ราก)&lt;br /&gt;
:::35. นอกจากนี้รากปลาไหลเผือกยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อีก เช่น คุณสมบัติการต้านโรคของอาการภูมิแพ้ต่าง ๆ ต้านเซลล์มะเร็ง ต้านเชื้อไวรัส ฆ่าเชื้อมาลาเรีย และความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากในมาเลเซีย&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;lt;center&amp;gt;[[ไฟล์:Taroflow1.png]]  [[ไฟล์:Taroflow2.png]]  [[ไฟล์:Taroflow3.png]]  [[ไฟล์:Taroflow4.png]] &amp;lt;/center&amp;gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ''' &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.phargarden.com/userfiles/image/images/ph062_Plahlaipergyai/ph062_05.jpg &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://srdi.yru.ac.th/bcqy/backend/web/file-uploads/H8gt2tKlvjIyBIArlp4cbk/a44b329c696a34b1417b594a3ac6fa2e.png  &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://th-test-11.slatic.net/p/0c2925476676695531e261fa0647d507.jpg &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.phargarden.com/userfiles/image/images/ph062_Plahlaipergyai/ph062_04.jpg &amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/ผลปลาไหลเผือก.jpg &amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Admin</name></author>	</entry>

	</feed>