<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/api.php?action=feedcontributions&amp;feedformat=atom&amp;user=Administrator</id>
		<title>ฐานข้อมูลชนิดพืชในศูนย์ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนตำบลลีเล็ดอำเภอพุนพินจังหวัดสุราษฎร์ธานี - เรื่องที่ผู้ใช้รายนี้เขียน [th]</title>
		<link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/api.php?action=feedcontributions&amp;feedformat=atom&amp;user=Administrator"/>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9:%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99/Administrator"/>
		<updated>2026-04-26T13:22:46Z</updated>
		<subtitle>เรื่องที่ผู้ใช้รายนี้เขียน</subtitle>
		<generator>MediaWiki 1.25.3</generator>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81&amp;diff=150</id>
		<title>จาก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81&amp;diff=150"/>
				<updated>2020-10-30T07:57:11Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:d5.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' จาก&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Nypa fruticans'' &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Palmae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''จาก มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลของประเทศไทย จัดเป็นปาล์มแตกกอจากลำต้นใต้ดินหรือลำต้นที่เลื้อยไปบนดิน โดยโผล่ก้านใบและตัวใบขึ้นมาอยู่เหนือดิน ลำต้นจะแตกแขนงอยู่ใต้ดินทำให้ขึ้นเป็นกอ ๆ และหลายทอด ต้นจากมีความสูงประมาณ 3 เมตร เจริญเติบโตได้ดีในดินเหนียว มีอินทรียวัตถุสูง และมีน้ำท่วมขัง ชอบแสงแดดจัด&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''จาก ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงตรงข้ามกัน มีใบย่อยเป็นรูปขอบขนาน มีความกว้างประมาณ 5-6 เซนติเมตร และยาวประมาณ 90-120 เซนติเมตร แผ่นใบหนา ปลายใบมีลักษณะเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปลิ่ม (ลักษณะคล้ายใบมะพร้าว) และเป็นรูปรางน้ำคว่ำ ที่ผิวใบด้านบนมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนผิวใบด้านล่างมีสีนวล ส่วนกาบใบใหญ่ห่อโคนต้น ก้านใบที่แตกใหม่จะเป็นสีม่วงแดง ส่วนโคนใบจะมีกะเปาะอากาศเป็นตัวช่วยพยุงให้ใบชูขึ้นเหมือนชูชีพ ส่วนกาบใบนี้บางครั้งจะเรียกว่า &amp;quot;พอนใบ&amp;quot; ส่วนช่อดอกที่แทงออกมาเรียกว่า &amp;quot;นกจาก&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''จาก ดอกมีสีเหลือง ออกดอกเป็นช่อแบบกระจุกแน่นระหว่างกาบใบ ดอกเป็นรูปกลม ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน ช่อดอกจะชูตั้งขึ้นและโค้งลง มีความยาวประมาณ 25-65 เซนติเมตร ออกดอกได้ตลอดทั้งปี&lt;br /&gt;
*'''ผล'''จาก ผลอยู่รวมกันเป็นช่อ มีผลย่อยอยู่เป็นจำนวนมากเป็นกระจุกเรียกว่า &amp;quot;โหม่งจาก&amp;quot; ลักษณะของผลเป็นรูปทรงไข่กลับ (คล้ายกับผลระกำแต่ไม่มีหนาม) แบนและนูนตรงกลาง ผลมีสีน้ำตาลเรียบเป็นมัน มีความกว้างประมาณ 3-10 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6.5-7.5 เซนติเมตร ผลมีสันแหลมหรือมีร่องผลประมาณ 9-10 ร่อง ข้างในมีเนื้อเมล็ดสีขาว มีปริมาณของเนื้อไม่มากนัก และใช้รับประทานได้ มีรสชาติคล้ายกับลูกตาลสด ภายในผลมีเมล็ดลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีขาว&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอจาก'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=1MVF7Lkyvk8 วีดีโอจาก]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของจาก'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ใบจากนำมาใช้ต้มดื่มแก้อาการท้องร่วงได้ (ใบ)&lt;br /&gt;
*กลีบดอกของดอกจากสามารถนำมาใช้เป็นส่วนผสมของชาสมุนไพรได้&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของจาก'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ประโยชน์ของต้นจาก นิยมใช้ปลูกเพื่อประดับริมน้ำกร่อยหรือริมทะเล หรือในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง หรือใช้ปลูกเพื่อเป็นแนวกับลม เพื่อช่วยลดเสียงรบกวน ส่วนผลมีลักษณะที่สวยงาม ใช้ปลูกเป็นไม้กระถางประดับได้เช่นกัน&lt;br /&gt;
*หากย้อนไปเมื่อสมัยก่อนนั้น การปลูกจากยังถือเป็นการจับจองที่ดิน หากใครปลูกในบริเวณไหนก็จะถือว่าเป็นที่ดินของคนนั้น ซึ่งปลูกโดยวิธีการลงแขก ผู้ที่ไปช่วยปลูกจะเป็นพยานในการจับจองที่ดินด้วย&lt;br /&gt;
*ประโยชน์ของลูกจากอ่อนหรือผลอ่อน สามารถนำไปแกงทำเป็นอาหาร ต้มกินกับน้ำพริก ใช้เป็นผักเหนาะน้ำพริก กินร่วมกับแกงไตปลา ทำเป็นแกงกะทิ ฯลฯ หรือหากปล่อยให้อ่อนพอเหมาะ หรือลูกจากหนุ่มก็ผ่าเอาเมล็ดมารับประทานสดเป็นผลไม้ได้ หรือจะนำมาลอยแก้ว หรือใช้เชื่อมรับประทานเป็นขนมหวานหรือรับประทานร่วมกับไอศกรีมก็อร่อยไม่ใช่น้อย&lt;br /&gt;
*ผลจากที่สุกแล้วจะมีเนื้อเยื่อสีขาวและใส นุ่ม มีรสหวาน ใช้รับประทานเป็นของหวาน หรือที่เรียกว่า &amp;quot;ลูกจากเชื่อม&lt;br /&gt;
*ผลอ่อนที่แตกหน่อจะมีจาวจากอยู่ข้างใน สามารถนำมารับประทานได้เช่นเดียวกับเหมือนจาวมะพร้าวและจาวตาล&lt;br /&gt;
*น้ำหวานของต้นจาก (ปลายช่อดอก) หรือที่เรียกว่า &amp;quot;น้ำตาลจาก&amp;quot; มีรสชาติเหมือนกับน้ำตาลโตนด และยังสามารถนำไปเคี่ยวเพื่อทำเป็น &amp;quot;น้ำผึ้งจาก&amp;quot; ได้ด้วย และจะได้ &amp;quot;น้ำตาลปึก&amp;quot; เมื่อเคี่ยวต่อไปก็จะได้เป็น &amp;quot;ตังเม&amp;quot; ซึ่งเป็นขนมที่เด็กจะชอบกันมากหรือจะนำไปหมักเพื่อเป็น &amp;quot;น้ำส้มจาก&amp;quot; ก็ได้เช่นกัน โดยน้ำส้มจากเมื่อนำไปหมักผสมกับอาหารกุ้งก็จะช่วยทำให้น้ำในบ่อกุ้งไม่เน่าเสียอีกด้วย และยังใช้น้ำส้มจากเพื่อนำไปทำเป็น &amp;quot;น้ำตาลเมา&amp;quot; ก็ได้&lt;br /&gt;
*งวงจากหนุ่มสามารถนำมาใช้ทำเป็นไม้กวาด หรือทำเป็นแส้สำหรับปัดแมลงได้ หรือทำชดหรือแปรงล้างกระบอกตาลตอนทำน้ำตาลจาก&lt;br /&gt;
*ใบจากสามารถนำมาใช้ห่อขนมจาก ใช้ทำแมงดากันฝน ทำเป็นของเล่นหรือลูกโตน ส่วนใบแก่จะเย็บเป็นตับจากแล้วนำมาใช้มุงหลังคาหรือใช้กั้นฝาบ้านได้ หรือทำกระแชงที่มีลักษณะคล้ายกับเต็นท์ แถมยังกันความร้อนได้ดีกว่าเต็นท์อีกด้วย หรือนำมาทำเป็นเพิงสำหรับอาศัยพักผ่อนของชาวไร่ชาวสวน ใช้ทำเป็นหมวกที่เรียกว่า &amp;quot;เปี้ยว&amp;quot; หรือจะใช้กันแดดกันฝนบนเรือแจวก็ได้ นอกจากนี้ยังนำมาใช้ทำฝาชีสำหรับครอบกับข้าว หรือทำเป็นฝาซึ้งสำหรับนึ่งอาหาร เพราะใบจากจะทนทานต่อความร้อนได้ดี เปรียบเสมือนกันความร้อน ส่วนก้านใบที่ลิดใบแล้วใช้ทำไม้กวาดและทำเสวียนหม้อได้&lt;br /&gt;
*ใบอ่อนที่เพิ่งแตกยอดใช้ทำมวนบุหรี่สูบ ทำเสวียนหม้อ ตอกบิด ห่อขนมจาก นอกจากนี้ยังใช้ทำที่ตักน้ำที่เรียกว่า &amp;quot;หมาจาก&amp;quot; สำหรับใช้วิดน้ำในเรือได้ แถมยังดีกว่าหมาวิดน้ำแบบอื่น ๆ เพราะหมาจากนั้นไม่กินเนื้อไม้ ทำให้เนื้อไม่มีเสีย เรือไม่ทะลุ&lt;br /&gt;
*พอนจาก หรือ ปงจาก ใช้ทำเป็นทุ่นสำหรับเกาะตอนว่ายน้ำเพื่อไม่ให้จม หรือนำไปทำเป็นของเล่นสำหรับเด็ก เช่น ทำเป็นดาบ ปืน เรือ ฯลฯ นอกจากนี้ส่วนที่เหนือขึ้นไปเล็กน้อยของพอนจากก็สามารถนำมาตัดทำเป็นไม้ดอกตีเงี่ยงปลาสำหรับชาวประมงได้ด้วย (โดยเลือกตัดเอาเฉพาะพอนจากที่มีขนาดพอดีมือ) หรือนำมาใช้ทำเป็นเชื้อเพลิงก็ได้&lt;br /&gt;
*ทางจาก สามารถนำมาทำปลอกสำหรับแจวเรือได้ โดยมีข้อดีกว่าปลอกแจวแบบเป็นเชือกไนลอนคือจะมีความเหนียวกว่า แต่ก็มีข้อเสียคือไม่ทนทานเท่าไหร่นัก นอกจากนี้ยังใช้ทำตับจากได้อีก แต่นำมาใช้ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นเพราะไม่แข็งแรง และชาวประมงก็ยังนำส่วนของทางจากแก่มาทำเป็นตะแกรงสำหรับย่างปลาอีกด้วย&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:d6.jpg]]     [[ไฟล์:d7.jpg]]     [[ไฟล์:d8.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/11/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/11/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/11/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/11/%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88&amp;diff=149</id>
		<title>โกงกางใบใหญ่</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88&amp;diff=149"/>
				<updated>2020-10-30T07:54:32Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:b10.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' โกงกางใบใหญ่&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Rhizophora mucronata'' &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Rhizophoraceae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 20-30 เมตร (บ้างก็ว่าสูงประมาณ 30-40 เมตร) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเหนือคอ ราก เมื่อโตเต็มที่ประมาณ 30 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะเปลาตรง ด้านรับแสงจะมีกิ่งก้านมาก เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลเทา เปลือกต้นค่อนข้างเรียบหรือแตกเป็นร่องตื้น ๆ ส่วนเปลือกในเป็นสีส้ม ในกระพี้เป็นสีเหลืองอ่อน และแก่นเป็นสีน้ำตาล ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้ฝักโดยตรง โดยใช้ฝักแก่ที่ยังสมบูรณ์ ไม่มีโรคและแมลงเข้ามาทำลาย โดยดูได้จากบริเวณรอยต่อของฝักกับผลจะมีปลอกสีขาวอมเหลืองหุ้มอยู่ ถ้าหากมีขนาดยาวประมาณ 1 เซนติเมตร และเป็นสีเหลืองแสดงว่าฝักแก่สมบูรณ์แล้ว หรือจะเก็บฝักที่ร่วงหล่นลงน้ำก็ได้ เพราะถ้าฝักแก่สมบูรณ์จะลอยน้ำได้ เมื่อได้ฝักมาแล้วก็ให้นำมาปลูกในทันที เพราะถ้าเก็บไว้นานเท่าไหร่ความสามารถในการงอกก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ สามารถพบได้ตามชายฝั่งทะเลตะวันออกของแอฟริกา ทวีปเอเชีย ภูมิภาคมาเลเซีย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย หมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนถึงหมู่เกาะตองกา สำหรับในประเทศไทยจะพบต้นโกงกางใบใหญ่ได้มากตามริมคลอง ริมชายฝั่งทะเลที่มีน้ำเค็มท่วมถึงเป็นระยะเวลานาน โดยจะชอบขึ้นในบริเวณที่เป็นดินเลนปนทราย และมักจะขึ้นอยู่ในบริเวณที่ชิดติดกับแม่น้ำ&lt;br /&gt;
*'''รากโกงกางใบใหญ่''' มีรากเป็นแบบค้ำจุนขนาดใหญ่ โดยจะงอกจากลำต้นออกเป็นจำนวนมาก ดูไม่เป็นระเบียบ เพราะแตกแขนงระเกะระกะ และมีลักษณะเป็นทรงเรือนยอดรูปกรวยคว่ำแบบแคบ ๆ&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับตรงข้ามกัน โดยใบแต่ละคู่จะออกแบบสลับทิศทางกัน ใบมีลักษณะเป็นรูปใบมนค่อนไปทางรูปหอก ปลายใบแหลมหรือเป็นติ่งแข็งเล็ก ๆ ส่วนฐานใบสอบเข้าหากันคล้ายกับรูปลิ่ม หน้าใบเป็นสีเขียวอ่อน ส่วนหลังใบเรียบเกลี้ยง เป็นสีเขียวอมเหลือง และยังมีจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ เห็นได้ชัดเจนอยู่ทั่วหลังใบ โดยใบมีความกว้างประมาณ 5-13 เซนติเมตรและยาวประมาณ 8-18 เซนติเมตร ส่วนก้านใบยาวประมาณ 2.5-5.5 เซนติเมตร และยังมีหูใบสีแดงเข้มยาวประมาณ 5-9 เซนติเมตร หุ้มใบอ่อนไว้&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกดอกเป็นช่อแบบ Cymes ในแต่ละช่อดอกจะประกอบไปด้วยดอกประมาณ 2-12 ดอก มีสีขาวอมเหลือง มีกลีบอยู่รอบดอก 4 กลีบ ลักษณะของกลีบรอบกลีบดอกเป็นรูปไข่ โคนกลีบติดกัน ส่วนกลีบดอกเป็นรูปใบหอก มีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ขอบของกลีบดอกจะมีขนยาวขึ้นปกคลุมอยู่ และดอกจะมีเกสรตัวผู้จำนวน 8 ก้าน ยาวประมาณ 0.5-0.8 เซนติเมตร&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ผลเป็นแบบ Drupebaceous มีลักษณะเป็นรูปทรงกลมคล้ายไข่ โดยจะเป็นผลแบบที่งอกก่อนผลจะร่วง ในส่วนใต้ใบเลี้ยงในเมล็ดจะงอกยื่นยาวออกมาคล้ายกับฝัก หรือที่เรียกว่า &amp;quot;ฝักโกงกางใบใหญ่&amp;quot; เมื่อผลหรือฝักแก่แล้วจะมีความยาวประมาณ 36-90 เซนติเมตร และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางส่วนที่โตสุดประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอโกงกางใบใหญ่'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=PGA2uQrcB6c วีดีโอโกงกางใบใหญ่]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของโกงกางใบใหญ่'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้อาการคลื่นเหียนอาเจียน ช่วยแก้อาเจียนเป็นเลือด (ใช้เปลือกต้นต้มกับน้ำดื่ม)&lt;br /&gt;
*ใช้เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ท้องร่วง หรือจะใช้น้ำจากเปลือกต้นนำมากินเป็นยาแก้ท้องร่วงได้เช่นกัน (เปลือกต้น)&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้บิด บิดเรื้อรัง ด้วยการใช้เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำดื่ม หรือจะใช้น้ำจากเปลือกต้นนำมากินก็ได้เช่นกัน (เปลือกต้น)&lt;br /&gt;
*เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาสมาน (เปลือกต้น)&lt;br /&gt;
*เปลือกต้นนำมาตำใช้เป็นยาพอกช่วยห้ามเลือดได้ดีและช่วยสมานแผล หรือจะใช้ใบอ่อนเคี้ยวหรือตำให้ละเอียดแล้วนำมาพอกบาดแผลสดและห้ามเลือดก็ได้เช่นกัน (ใบ, เปลือก)บ้างก็ว่าน้ำจากเปลือกต้นก็ใช้ชะล้างแผลและห้ามเลือดได้เช่นกัน (น้ำจากเปลือกต้น)&lt;br /&gt;
*เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำใช้ชะล้างรักษาบาดแผลเรื้อรัง หรือจะใช้น้ำจากเปลือกต้นก็ได้ (เปลือกต้น, น้ำจากเปลือกต้น)&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของต้นโกงกางใบใหญ่'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ไม้โกงกางมีลักษณะเปลาตรง เป็นไม้ที่มีคุณสมบัติแข็งแรง เหนียว ทนทาน จึงเหมาะสำหรับการนำมาแปรรูปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ใช้ในงานก่อสร้าง เช่น ทำกลอนหลังคาจาก รอด ตง อกไก่ของบ้าน หรือใช้ทำไม้เสาเข็ม ไม้ค้ำยันต่าง ๆ ทำเสาและหลักในที่มีน้ำทะเลขึ้นถึง ทำเยื่อกระดาษ&lt;br /&gt;
*ประโยชน์ไม้โกงกางที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการนำมาใช้ทำเป็นฟืนและถ่านเกรดคุณภาพดี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก เนื่องจากเป็นไม้ที่ให้ความร้อนสูงและนาน (ให้ค่าความร้อนประมาณ 6,600-7,200 แคลอรี) อีกทั้งยังมีขี้เถ้าน้อยและไม่เกิดสะเก็ดไฟเมื่อนำมาใช้งานอีกด้วย&lt;br /&gt;
*เปลือกของต้นโกงกางมีสารแทนนินและฟีนอลจากธรรมชาติสูงมาก อีกทั้งยังมีราคาถูกที่สุด ซึ่งสารดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ทำยา ทำหมึก ทำสี ใช้ในการฟอกหนัง ใช้ทำกาวสำหรับติดไม้ เป็นต้น&lt;br /&gt;
*เปลือกมีน้ำฝาดประเภท Catechol ให้สีน้ำตาลที่สามารถนำมาย้อมสีผ้าได้ เช่น ใช้ย้อมผ้า แห อวน หนัง ฯลฯ&lt;br /&gt;
*ป่าโกงกางมีความสำคัญอย่างมากสำหรับสัตว์ทะเลต่าง ๆ เนื่องจากเป็นที่วางไข่และฟักตัวอ่อน และเป็นแหล่งที่มีสภาพสมดุลทางธรรมชาติสูงมาก&lt;br /&gt;
*ป่าไม้โกงกางสามารถช่วยป้องกันรักษาชายฝั่งทะเลจากการกัดเซาะของกระแสน้ำได้ และยังใช้เป็นแนวกำบังคลื่นลมที่เคลื่อนเข้ามาปะทะชายฝั่งได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:b6.jpg]]     [[ไฟล์:b7.jpg]]     [[ไฟล์:b8.jpg]]     [[ไฟล์:b9.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/12/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/12/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/12/%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/12/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/12/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;diff=148</id>
		<title>หงอนไก่ทะเล</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;diff=148"/>
				<updated>2020-10-30T07:53:14Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:k2.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' หงอนไก่ทะเล&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Heritiera littoralis''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Malvaceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูง 5-20 เมตร มีพูพอนน้อยลำต้นมักบิด และคดงอ เปลือกสีน้ำตาล ถึงเทาเข้ม หยาบเป็นเกล็ด มีรอยแตกเป็นร่องลึกตามยาว เนื้อไม้สีขาว&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ อยู่เป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรี หรือรูปไข่แกมขอบขนาน ถึงรูปใบหอกแกมรูปไข่ ขนาด 5-9 x 10-22 ซม. ปลายใบกลม หรือเป็นติ่งหนาม ถึงค่อนข้างเรียวแหลม ฐานใบกลมถึงเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบด้านบนเกลี้ยงสีเขียวเข้ม ด้านท้องใบมีเกล็ดสีเทา-เงิน หนาแน่น เส้นใบ 7-15 คู่ ปลายเส้นประสานกันก่อนถึงขอบใบ เส้นกลางใบ และเส้นใบเห็นเด่นชัดมากทางด้านท้องใบ ก้านใบค่อนข้างอวบ ยาว 0.5-1.1 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่งเป็นช่อแยกแขนง ยาว 10-20 ซม. เป็นดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันดอกเล็ก รูประฆัง ยาว 0.3-0.7 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ผิวด้านนอก สีน้ำตาลแกมเขียวด้านในสีแดง-ส้ม วงกลีบรวม 4-6 กลีบ รูปสามเหลี่ยมแคบๆ ไม่มีกลีบดอก ดอกเพศผู้ยาว 0.3-0.5 ซม. ดอกเพศเมียยาว 0.3-0.7 ซม. ออกดอกเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน&lt;br /&gt;
*'''ผล''' รูปทรงรี ขนาด 4-6 x 5-11 ซม. เปลือกเป็นเส้นใยอัดแน่น ผิวเกลี้ยงเป็นมันผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้ำตาล ด้านบนทางปลายผลมีสันคล้ายครีบ เห็นเด่นชัด เมล็ดค่อนข้างกลม มี 1 เมล็ด มักขึ้นตามด้านในของป่าชายเลนทั่วๆ ไปในเขตน้ำกร่อยที่ดินค่อนข้างเป็นดินทราย&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของหงอนไก่ทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้รำมานาด ปากอักเสบ รักษาเหงือก&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของหงอนไก่ทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*เมล็ด ต้มเป็นยาหม้อดื่ม&lt;br /&gt;
*กิ่งอ่อน มีสารแทนนิน ใช้ถูฟันรักษาเหงือก&lt;br /&gt;
*เปลือก ต้มน้ำบ้วนปาก แก้รำมะนาด ปากอักเสบ&lt;br /&gt;
*เมล็ด รับประทาน แก้ท้องเสีย แก้บิด  &lt;br /&gt;
[[ไฟล์:k2.jpg]]     [[ไฟล์:k1.jpg]]     [[ไฟล์:k3.jpg]]     &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/33_01.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/33_02.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/33_023.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:K3.jpg&amp;diff=147</id>
		<title>ไฟล์:K3.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:K3.jpg&amp;diff=147"/>
				<updated>2020-10-30T07:52:44Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:K1.jpg&amp;diff=146</id>
		<title>ไฟล์:K1.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:K1.jpg&amp;diff=146"/>
				<updated>2020-10-30T07:52:27Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: Administrator อัปโหลดรุ่นใหม่ของ ไฟล์:K1.jpg&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:K2.jpg&amp;diff=145</id>
		<title>ไฟล์:K2.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:K2.jpg&amp;diff=145"/>
				<updated>2020-10-30T07:52:07Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:K1.jpg&amp;diff=144</id>
		<title>ไฟล์:K1.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:K1.jpg&amp;diff=144"/>
				<updated>2020-10-30T07:51:48Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;diff=143</id>
		<title>หงอนไก่ทะเล</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%AB%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;diff=143"/>
				<updated>2020-10-30T07:51:25Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' หงอนไก่ทะเล&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Heritiera littoralis''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Malvaceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง สูง 5-20 เมตร มีพูพอนน้อยลำต้นมักบิด และคดงอ เปลือกสีน้ำตาล ถึงเทาเข้ม หยาบเป็นเกล็ด มีรอยแตกเป็นร่องลึกตามยาว เนื้อไม้สีขาว&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ อยู่เป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรี หรือรูปไข่แกมขอบขนาน ถึงรูปใบหอกแกมรูปไข่ ขนาด 5-9 x 10-22 ซม. ปลายใบกลม หรือเป็นติ่งหนาม ถึงค่อนข้างเรียวแหลม ฐานใบกลมถึงเว้าเล็กน้อย ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวใบด้านบนเกลี้ยงสีเขียวเข้ม ด้านท้องใบมีเกล็ดสีเทา-เงิน หนาแน่น เส้นใบ 7-15 คู่ ปลายเส้นประสานกันก่อนถึงขอบใบ เส้นกลางใบ และเส้นใบเห็นเด่นชัดมากทางด้านท้องใบ ก้านใบค่อนข้างอวบ ยาว 0.5-1.1 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่งเป็นช่อแยกแขนง ยาว 10-20 ซม. เป็นดอกแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันดอกเล็ก รูประฆัง ยาว 0.3-0.7 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ผิวด้านนอก สีน้ำตาลแกมเขียวด้านในสีแดง-ส้ม วงกลีบรวม 4-6 กลีบ รูปสามเหลี่ยมแคบๆ ไม่มีกลีบดอก ดอกเพศผู้ยาว 0.3-0.5 ซม. ดอกเพศเมียยาว 0.3-0.7 ซม. ออกดอกเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน&lt;br /&gt;
*'''ผล''' รูปทรงรี ขนาด 4-6 x 5-11 ซม. เปลือกเป็นเส้นใยอัดแน่น ผิวเกลี้ยงเป็นมันผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้ำตาล ด้านบนทางปลายผลมีสันคล้ายครีบ เห็นเด่นชัด เมล็ดค่อนข้างกลม มี 1 เมล็ด มักขึ้นตามด้านในของป่าชายเลนทั่วๆ ไปในเขตน้ำกร่อยที่ดินค่อนข้างเป็นดินทราย&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของหงอนไก่ทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้รำมานาด ปากอักเสบ รักษาเหงือก&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของหงอนไก่ทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*เมล็ด ต้มเป็นยาหม้อดื่ม&lt;br /&gt;
*กิ่งอ่อน มีสารแทนนิน ใช้ถูฟันรักษาเหงือก&lt;br /&gt;
*เปลือก ต้มน้ำบ้วนปาก แก้รำมะนาด ปากอักเสบ&lt;br /&gt;
*เมล็ด รับประทาน แก้ท้องเสีย แก้บิด  &lt;br /&gt;
[[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]     &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/33_01.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/33_02.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/33_023.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%99&amp;diff=142</id>
		<title>ลำเเพน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%99&amp;diff=142"/>
				<updated>2020-10-30T07:49:54Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:p6.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ลำเเพน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Sonneratia ovata''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Lythraceae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;โกงกางใบเล็กเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 25-35 ม. ระบบรากเป็นระบบรากแก้วมีรากเสริมออกมาเหนือโคนต้น 3-8 กม. รากที่โคนต้นหรือรากค้ำยันลำต้นแตกแขนงระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ ทำมุมเกือบตั้งฉากกับลำต้นและหักเกือบเป็นมุมฉากลงดินเพื่อพยุงลำต้น เรือนยอดรูปกรวยคว่ำแคบ ๆ&lt;br /&gt;
*'''ลำต้น''' เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก-กลาง สูง 4-12 เมตร กิ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมเปราะ รากหายใจรูปคล้ายหมุด ยาว 15-30 ซม. เหนือผิวดิน&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่กว้างถึงรูปเกือบกลม ขนาด 3-8 x 4-9 ซม. ปลายใบกลม กว้างฐานใบกลม สีเขียวเข้ม ก้านใบยาว 0.3-1.5 ซม. ต้นที่มีอายุมากใบมักจะบิดเบี้ยวไม่สมมาตร&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อกระจุก ช่อละ 3 ดอก ก้านดอกย่อยยาว 1-2 ซม. บางครั้งไม่มีก้านดอกย่อย เมื่อเป็นตาดอกวงกลีบเลี้ยงรูปไข่กว้าง ยาว 2-3 ซม.หลอดกลีบเลี้ยงรูปถ้วย มีสันเด่นชัด กลีบเลี้ยงมักมี 6 กลีบ รูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่ ยาวกว่าหลอดเล็กน้อยด้านบนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ สีเหลืองอมเขียว และสีชมพูเรื่อๆ ที่โคนกลีบด้านใน กลีบดอกไม่ปรากฏ&lt;br /&gt;
*'''ผล''' เป็นผลมีเนื้อ และมีหลายเมล็ด ผลกลมด้านแนวนอนยาวกว่าแนวตั้ง ขนาด 3-4.5 x 2.5-3.5 ซม. กลีบเลี้ยงงอหุ้มติดผล ผลมีรสออกเปรี้ยว สามารถนำมารับประทานได้ ออกดอกและผลตลอดปี ขึ้นในพื้นที่ที่ความเค็มไม่มากนัก และดินค่อนข้างเหนียว น้ำท่วมถึงเป็นครั้งคราว&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอโกงกางใบเล็ก'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=EBG2kgbmy9c วีดีโอลำเเพน]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของลำเเพน'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
* แก้ปวด บวม เคล็ดขัดยอก ขับพยาธิ ขับเสมหะ แก้ท้องผูก ห้ามเลือด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของลำเเพน'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
* ผล ตำให้ละเอียดพอกบริเวณที่ปวด&lt;br /&gt;
* ผล ตำคั้นน้ำดื่มขับพยาธิ&lt;br /&gt;
* ผล มีรสเปรี้ยวกินแก้ท้องผูก&lt;br /&gt;
* ผล ตำน้ำคั้น หมัก ใช้ทาแผลห้ามเลือด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:p6.jpg]]                    [[ไฟล์:p7.jpg]]                 [[ไฟล์:p8.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/27_01.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/27_02.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/27_03.jpg&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P8.jpg&amp;diff=141</id>
		<title>ไฟล์:P8.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P8.jpg&amp;diff=141"/>
				<updated>2020-10-30T07:49:03Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P7.jpg&amp;diff=140</id>
		<title>ไฟล์:P7.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P7.jpg&amp;diff=140"/>
				<updated>2020-10-30T07:48:06Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P6.jpg&amp;diff=139</id>
		<title>ไฟล์:P6.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P6.jpg&amp;diff=139"/>
				<updated>2020-10-30T07:47:32Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%99&amp;diff=138</id>
		<title>ลำเเพน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%99&amp;diff=138"/>
				<updated>2020-10-30T07:47:01Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ลำเเพน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Sonneratia ovata''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Lythraceae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;โกงกางใบเล็กเป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 25-35 ม. ระบบรากเป็นระบบรากแก้วมีรากเสริมออกมาเหนือโคนต้น 3-8 กม. รากที่โคนต้นหรือรากค้ำยันลำต้นแตกแขนงระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ ทำมุมเกือบตั้งฉากกับลำต้นและหักเกือบเป็นมุมฉากลงดินเพื่อพยุงลำต้น เรือนยอดรูปกรวยคว่ำแคบ ๆ&lt;br /&gt;
*'''ลำต้น''' เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก-กลาง สูง 4-12 เมตร กิ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยมเปราะ รากหายใจรูปคล้ายหมุด ยาว 15-30 ซม. เหนือผิวดิน&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่กว้างถึงรูปเกือบกลม ขนาด 3-8 x 4-9 ซม. ปลายใบกลม กว้างฐานใบกลม สีเขียวเข้ม ก้านใบยาว 0.3-1.5 ซม. ต้นที่มีอายุมากใบมักจะบิดเบี้ยวไม่สมมาตร&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเดี่ยวๆ หรือเป็นช่อกระจุก ช่อละ 3 ดอก ก้านดอกย่อยยาว 1-2 ซม. บางครั้งไม่มีก้านดอกย่อย เมื่อเป็นตาดอกวงกลีบเลี้ยงรูปไข่กว้าง ยาว 2-3 ซม.หลอดกลีบเลี้ยงรูปถ้วย มีสันเด่นชัด กลีบเลี้ยงมักมี 6 กลีบ รูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่ ยาวกว่าหลอดเล็กน้อยด้านบนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ สีเหลืองอมเขียว และสีชมพูเรื่อๆ ที่โคนกลีบด้านใน กลีบดอกไม่ปรากฏ&lt;br /&gt;
*'''ผล''' เป็นผลมีเนื้อ และมีหลายเมล็ด ผลกลมด้านแนวนอนยาวกว่าแนวตั้ง ขนาด 3-4.5 x 2.5-3.5 ซม. กลีบเลี้ยงงอหุ้มติดผล ผลมีรสออกเปรี้ยว สามารถนำมารับประทานได้ ออกดอกและผลตลอดปี ขึ้นในพื้นที่ที่ความเค็มไม่มากนัก และดินค่อนข้างเหนียว น้ำท่วมถึงเป็นครั้งคราว&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอโกงกางใบเล็ก'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=EBG2kgbmy9c วีดีโอลำเเพน]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของลำเเพน'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
* แก้ปวด บวม เคล็ดขัดยอก ขับพยาธิ ขับเสมหะ แก้ท้องผูก ห้ามเลือด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของลำเเพน'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
* ผล ตำให้ละเอียดพอกบริเวณที่ปวด&lt;br /&gt;
* ผล ตำคั้นน้ำดื่มขับพยาธิ&lt;br /&gt;
* ผล มีรสเปรี้ยวกินแก้ท้องผูก&lt;br /&gt;
* ผล ตำน้ำคั้น หมัก ใช้ทาแผลห้ามเลือด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:.jpg]]                    [[ไฟล์:.jpg]]                 [[ไฟล์:.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/27_01.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/27_02.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/27_03.jpg&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P11.jpg&amp;diff=137</id>
		<title>ไฟล์:P11.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P11.jpg&amp;diff=137"/>
				<updated>2020-10-30T07:46:23Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P10.jpg&amp;diff=136</id>
		<title>ไฟล์:P10.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P10.jpg&amp;diff=136"/>
				<updated>2020-10-30T07:46:08Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P9.jpg&amp;diff=135</id>
		<title>ไฟล์:P9.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:P9.jpg&amp;diff=135"/>
				<updated>2020-10-30T07:45:53Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;diff=134</id>
		<title>ฝาดดอกขาว</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;diff=134"/>
				<updated>2020-10-30T07:45:22Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:j1.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ฝาดดอกขาว&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Lumnitzera racemosa''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :'''  Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :'''Combretaceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''ฝาดดอกขาว เป็นไม้ต้นกึ่งไม้พุ่มขนาดเล็ก - ขนาดกลาง สูง 5 - 10 เมตร มีรากพิเศษออกตามลำต้น เป็นรากหายใจรูปเข่าไม่ชัดเจน ลำต้น&lt;br /&gt;
ลำต้นตรง เนื้อแข็ง เปลือกเรียบ สีน้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;
*'''ใบ''ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายกิ่งรอบกิ่งกระจายตลอดกิ่ง ใบเล็ก เนื้อใบหนามันคล้ายแผ่นหนังทั้งสองด้าน อวบน้ำ แผ่นใบแคบ รูปไข่กลับ ปลายใบกลมเว้าตื้น ฐานใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ หรือ หยักมนถี่ แผ่นใบสีเขียวอ่อน ก้านใบสั้นมาก&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ดอกสมบูรณ์เพศ มีสีขาวออกปลายกิ่งหรือง่ามใบ ช่อคล้ายช่อกระจุก ไม่มีก้านดอก ฐานรองดอก และหลอดกลีบเลี้ยงรูปท่อ แบนด้านข้าง แคบลงทางส่วนปลาย ใบประดับย่อย 2 ใบ รูปไข่กว้าง เชื่อมติดกับฐานรองดอกใน ทิศตรงกันข้าม กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สั้นมาก รูปไข่กว้าง เรียวแหลม กลีบดอก 5 กลีบ รูปรีแคบถึงรูปใบหอก สีขาว เกสรเพศผู้ 10 อัน ยาวเท่ากับ กลีบดอก เกสรเพศเมียรังไข่ใต้วงกลีบ ผล เป็นกระจุก รูปทรงรี แบนด้านข้าง มีเหลี่ยมมนผิวผลเกลี้ยง&lt;br /&gt;
*'''ผล'''รูปทรงรี แบนด้านข้าง มีเหลี่ยมมน ผิวผลเกลี้ยง หรือมีขนละเอียดสั้นนุ่ม&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอฝาดดอกขาว'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=ltLhItWXi40 วีดีโอฝาดดอกขาว]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของฝาดดอกขาว'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
* ยอดอ่อนแก้ท้องอืดเฟ้อ&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของฝาดดอกขาว'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ลำต้นที่มีขนาดใหญ่เนื้อไม้ใช้สร้างบ้านเรือน ทำฟืน ทำถ่าน เปลือกนำมาทุบแช่น้ำ ให้ สีฝาด ใช้ย้อมผ้า ย้อมจีวรพระสงฆ์&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:j2.jpg]]     [[ไฟล์:j3.jpg]]     [[ไฟล์:j4.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_8692_field_65/s_2018-09-13_01.23.28.JPG&lt;br /&gt;
https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_8692_field_65/s_2018-09-13_01.22.44.JPG&lt;br /&gt;
https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_8692_field_65/s_2018-09-13_01.23.36.JPG&lt;br /&gt;
https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_8692_field_65/s_2018-09-13_01.23.45.JPG&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:J4.jpg&amp;diff=133</id>
		<title>ไฟล์:J4.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:J4.jpg&amp;diff=133"/>
				<updated>2020-10-30T07:44:59Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:J3.jpg&amp;diff=132</id>
		<title>ไฟล์:J3.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:J3.jpg&amp;diff=132"/>
				<updated>2020-10-30T07:44:16Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:J2.jpg&amp;diff=131</id>
		<title>ไฟล์:J2.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:J2.jpg&amp;diff=131"/>
				<updated>2020-10-30T07:43:51Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:J1.jpg&amp;diff=130</id>
		<title>ไฟล์:J1.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:J1.jpg&amp;diff=130"/>
				<updated>2020-10-30T07:43:33Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;diff=129</id>
		<title>ฝาดดอกขาว</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A7&amp;diff=129"/>
				<updated>2020-10-30T07:43:06Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ฝาดดอกขาว&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Lumnitzera racemosa''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :'''  Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :'''Combretaceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''ฝาดดอกขาว เป็นไม้ต้นกึ่งไม้พุ่มขนาดเล็ก - ขนาดกลาง สูง 5 - 10 เมตร มีรากพิเศษออกตามลำต้น เป็นรากหายใจรูปเข่าไม่ชัดเจน ลำต้น&lt;br /&gt;
ลำต้นตรง เนื้อแข็ง เปลือกเรียบ สีน้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;
*'''ใบ''ใบเดี่ยว ออกเวียนสลับหนาแน่นที่ปลายกิ่งรอบกิ่งกระจายตลอดกิ่ง ใบเล็ก เนื้อใบหนามันคล้ายแผ่นหนังทั้งสองด้าน อวบน้ำ แผ่นใบแคบ รูปไข่กลับ ปลายใบกลมเว้าตื้น ฐานใบรูปลิ่ม ขอบใบเรียบ หรือ หยักมนถี่ แผ่นใบสีเขียวอ่อน ก้านใบสั้นมาก&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ดอกสมบูรณ์เพศ มีสีขาวออกปลายกิ่งหรือง่ามใบ ช่อคล้ายช่อกระจุก ไม่มีก้านดอก ฐานรองดอก และหลอดกลีบเลี้ยงรูปท่อ แบนด้านข้าง แคบลงทางส่วนปลาย ใบประดับย่อย 2 ใบ รูปไข่กว้าง เชื่อมติดกับฐานรองดอกใน ทิศตรงกันข้าม กลีบเลี้ยง 5 กลีบ สั้นมาก รูปไข่กว้าง เรียวแหลม กลีบดอก 5 กลีบ รูปรีแคบถึงรูปใบหอก สีขาว เกสรเพศผู้ 10 อัน ยาวเท่ากับ กลีบดอก เกสรเพศเมียรังไข่ใต้วงกลีบ ผล เป็นกระจุก รูปทรงรี แบนด้านข้าง มีเหลี่ยมมนผิวผลเกลี้ยง&lt;br /&gt;
*'''ผล'''รูปทรงรี แบนด้านข้าง มีเหลี่ยมมน ผิวผลเกลี้ยง หรือมีขนละเอียดสั้นนุ่ม&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอฝาดดอกขาว'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=ltLhItWXi40 วีดีโอฝาดดอกขาว]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของฝาดดอกขาว'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
* ยอดอ่อนแก้ท้องอืดเฟ้อ&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของฝาดดอกขาว'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ลำต้นที่มีขนาดใหญ่เนื้อไม้ใช้สร้างบ้านเรือน ทำฟืน ทำถ่าน เปลือกนำมาทุบแช่น้ำ ให้ สีฝาด ใช้ย้อมผ้า ย้อมจีวรพระสงฆ์&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_8692_field_65/s_2018-09-13_01.23.28.JPG&lt;br /&gt;
https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_8692_field_65/s_2018-09-13_01.22.44.JPG&lt;br /&gt;
https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_8692_field_65/s_2018-09-13_01.23.36.JPG&lt;br /&gt;
https://www.scimath.org/images/stories/flexicontent/item_8692_field_65/s_2018-09-13_01.23.45.JPG&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%87&amp;diff=128</id>
		<title>โปรงเเดง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%87&amp;diff=128"/>
				<updated>2020-10-30T07:42:30Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:i1.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' โปรงแดง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''ceriops tagal''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Rhizophoraceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก-กลาง สูง 7-15 เมตร โคนต้นมีพูพอนเล็กน้อย มีรากค้ำจุนขนาดเล็ก รากหายใจรูปคล้ายเข่า อ้วนกลมยาว 12-20 ซม. เหนือผิวดิน สีน้ำตาลอมชมพู เรือนยอดเป็นกลุ่มกลม สีเข้ม กิ่งสีเขียว มีช่องอากาศเล็กๆ เปลือกสีชมพูเรื่อๆหรือน้ำตาลอ่อน เรียบ ถึงแตกเป็นสะเก็ด ต้นแก่มีรอยแผลเป็นช่องอากาศเห็นเด่นชัด สีน้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก เป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง แผ่นใบชี้ไปทางปลายกิ่ง รูปไข่กลับแกมขอบขนานถึงรูปไข่กลับ ขนาด 3-8 x 5-12 ซม. ปลายใบป้านมนหรือเว้าตื้นๆ ฐานใบรูปลิ่มขอบใบมักเป็นคลื่นผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มท้องใบสีซีด ก้านใบยาว 1.5-4 ซม. หูใบยาว 1-3 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ออกเป็นช่อกระจุกตามง่ามใบแต่ละช่อมี 4-8 ดอก ก้านดอกเรียวยาว 1-1.5 ซม. ก้านดอกย่อยสั้นวงกลีบเลี้ยงยาว 0.5-0.7 ซม. กลีบเลี้ยงหยักลึก 5 กลีบ รูปไข่ ยาว 0.4-0.5 ซม. แผ่บานออก ปลายโค้งเข้าหาผลใบประดับเชื่อมติดกันที่โคนหลอดกลีบเลี้ยงกลีบดอก 5 กลีบ รูปขอบขนาน สีขาว&lt;br /&gt;
*'''ผล'''รูปผลแพร์กลับ ยาว 1-3 ซม. สีเขียว ถึงน้ำตาลแกมเขียว เป็นผลแบบงอกตั้งแต่ติดอยู่บนต้น ลำต้นใต้ใบเลี้ยง หรือ “ฝัก” รูปทรงกระบอก ขนาด 0.5-0.8 x 15-35 ซม. ปลายเล็กขยายใหญ่ไปทางส่วนโคน แล้วสอบ แหลม มีสันแหลมตามยาว ผิวขรุขระ สีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ห้อยลงในแนวดิ่ง ออกดอกและผลเกือบตลอดปีขึ้นอยู่ด้านในของป่าชายเลนตามริมชายฝั่งแม่น้ำ ที่น้ำท่วมถึงอย่างสม่ำเสมอและดินมีการระบายน้ำดี&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอโปรงแดง'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=HFZ0r-sNG6g วีดีโอโปรงเเดง]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของโปรงแดง'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ห้ามเลือด รักษาแผลสด แก้ท้องร่วง คลื่นเหียน อาเจียน อาการโรคบิด รักษางูสวัด เริม แก้น้ำกัดเท้า แผลพุพอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของโปรงแดง'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*เปลือก ต้มเป็นยาหม้อดื่ม&lt;br /&gt;
*เปลือก ตำให้ละเอียดพอกแผลห้ามเลือด&lt;br /&gt;
*เปลือก นำมาฝนกับหินลับมีดแล้วผสมกับน้ำข้าว ทาในบริเวณที่เป็น รักษางูสวัด หรือเริม&lt;br /&gt;
*เปลือก ต้มกับน้ำใช้ชะล้างบาดแผล หรือเอาเท้าแช่น้ำ แก้น้ำกัดเท้า แผลพุพอง&lt;br /&gt;
*เปลือก ใช้ต้มไว้ชะล้างบาดแผล และใช้ย้อมแห อวน&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:i1.jpg]]     [[ไฟล์:i2.jpg]]     [[ไฟล์:i3.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/22_01.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/22_02.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/22_03.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:I3.jpg&amp;diff=127</id>
		<title>ไฟล์:I3.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:I3.jpg&amp;diff=127"/>
				<updated>2020-10-30T07:41:17Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:I2.jpg&amp;diff=126</id>
		<title>ไฟล์:I2.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:I2.jpg&amp;diff=126"/>
				<updated>2020-10-30T07:40:56Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:I1.jpg&amp;diff=125</id>
		<title>ไฟล์:I1.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:I1.jpg&amp;diff=125"/>
				<updated>2020-10-30T07:40:22Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%87&amp;diff=124</id>
		<title>โปรงเเดง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%87&amp;diff=124"/>
				<updated>2020-10-30T07:39:47Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' โปรงแดง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''ceriops tagal''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Rhizophoraceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก-กลาง สูง 7-15 เมตร โคนต้นมีพูพอนเล็กน้อย มีรากค้ำจุนขนาดเล็ก รากหายใจรูปคล้ายเข่า อ้วนกลมยาว 12-20 ซม. เหนือผิวดิน สีน้ำตาลอมชมพู เรือนยอดเป็นกลุ่มกลม สีเข้ม กิ่งสีเขียว มีช่องอากาศเล็กๆ เปลือกสีชมพูเรื่อๆหรือน้ำตาลอ่อน เรียบ ถึงแตกเป็นสะเก็ด ต้นแก่มีรอยแผลเป็นช่องอากาศเห็นเด่นชัด สีน้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก เป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง แผ่นใบชี้ไปทางปลายกิ่ง รูปไข่กลับแกมขอบขนานถึงรูปไข่กลับ ขนาด 3-8 x 5-12 ซม. ปลายใบป้านมนหรือเว้าตื้นๆ ฐานใบรูปลิ่มขอบใบมักเป็นคลื่นผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มท้องใบสีซีด ก้านใบยาว 1.5-4 ซม. หูใบยาว 1-3 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ออกเป็นช่อกระจุกตามง่ามใบแต่ละช่อมี 4-8 ดอก ก้านดอกเรียวยาว 1-1.5 ซม. ก้านดอกย่อยสั้นวงกลีบเลี้ยงยาว 0.5-0.7 ซม. กลีบเลี้ยงหยักลึก 5 กลีบ รูปไข่ ยาว 0.4-0.5 ซม. แผ่บานออก ปลายโค้งเข้าหาผลใบประดับเชื่อมติดกันที่โคนหลอดกลีบเลี้ยงกลีบดอก 5 กลีบ รูปขอบขนาน สีขาว&lt;br /&gt;
*'''ผล'''รูปผลแพร์กลับ ยาว 1-3 ซม. สีเขียว ถึงน้ำตาลแกมเขียว เป็นผลแบบงอกตั้งแต่ติดอยู่บนต้น ลำต้นใต้ใบเลี้ยง หรือ “ฝัก” รูปทรงกระบอก ขนาด 0.5-0.8 x 15-35 ซม. ปลายเล็กขยายใหญ่ไปทางส่วนโคน แล้วสอบ แหลม มีสันแหลมตามยาว ผิวขรุขระ สีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ห้อยลงในแนวดิ่ง ออกดอกและผลเกือบตลอดปีขึ้นอยู่ด้านในของป่าชายเลนตามริมชายฝั่งแม่น้ำ ที่น้ำท่วมถึงอย่างสม่ำเสมอและดินมีการระบายน้ำดี&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอโปรงแดง'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=HFZ0r-sNG6g วีดีโอโปรงเเดง]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของโปรงแดง'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ห้ามเลือด รักษาแผลสด แก้ท้องร่วง คลื่นเหียน อาเจียน อาการโรคบิด รักษางูสวัด เริม แก้น้ำกัดเท้า แผลพุพอง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของโปรงแดง'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*เปลือก ต้มเป็นยาหม้อดื่ม&lt;br /&gt;
*เปลือก ตำให้ละเอียดพอกแผลห้ามเลือด&lt;br /&gt;
*เปลือก นำมาฝนกับหินลับมีดแล้วผสมกับน้ำข้าว ทาในบริเวณที่เป็น รักษางูสวัด หรือเริม&lt;br /&gt;
*เปลือก ต้มกับน้ำใช้ชะล้างบาดแผล หรือเอาเท้าแช่น้ำ แก้น้ำกัดเท้า แผลพุพอง&lt;br /&gt;
*เปลือก ใช้ต้มไว้ชะล้างบาดแผล และใช้ย้อมแห อวน&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/22_01.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/22_02.jpg&lt;br /&gt;
https://km.dmcr.go.th/ckeditor/upload/files/Mangrove%20forest/22_03.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;diff=123</id>
		<title>ปอทะเล</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;diff=123"/>
				<updated>2020-10-30T07:39:09Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:n1.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ปอทะเล&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Hibiscus tiliaceus'' &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Malvaceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''ต้นปอทะเล จัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 3-5 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มแผ่กว้าง แตกกิ่งต่ำ ลำต้นมักคดงอและแตกกิ่งก้านมาก เปลือกลำต้นเป็นสีเทาอมสีน้ำตาล เปลือกต้นด้านนอกเรียบเกลี้ยงหรือแตกเป็นร่องตื้น ๆ มีช่องระบายอากาศเป็นแนวตามยาวของลำต้น ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีชมพูประขาว มีความเหนียว สามารถลอกออกจากลำต้นได้ง่าย โดยพันธุ์ไม้ชนิดนี้จะมีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ประเทศอินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย ส่วนในประเทศสามารถพบได้ทุกภาค โดยมักพบขึ้นตามชายฝั่งทะเล ป่าชายเลน ตามแม่น้ำลำคลองภายใต้อิทธิพลของน้ำกร่อย หรือตามป่าดิบชื้นใกล้ชายฝั่ง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา ไปจนถึงระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''ปอทะเล ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ โคนใบกว้าง ใบมีขนาดกว้างประมาณ 7-15 เซนติเมตรและยาวประมาณ 8-15 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลมเป็นหางยาว โคนใบเว้า ส่วนขอบใบเรียบ บ้างว่าหยักแบบถี่ ๆ เนื้อใบมีลักษณะค่อนข้างหนา ผิวใบด้านบนมีขนบาง ๆ ถึงเกลี้ยง ส่วนท้องใบเกลี้ยงหรือมีขนละเอียดรูปดาวสีขาว มีเส้นแขนงใบออกจากโคนใบประมาณ 7-9 เส้น และที่เส้นกลางใบอีก 4-6 เส้น ก้านใบเป็นสีแดงยาวประมาณ 2-7 เซนติเมตร และมีหูใบขนาดใหญ่ที่โคนก้านใบ ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร และร่วงได้ง่าย&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ตะบูนขาว ดอกมีสีขาวอมเหลือง ส่งกลิ่นหอมในช่วงบ่ายถึงค่ำ ดอกออกรวมเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามซอกใบ กลีบเลี้ยงเป็นรูปสามเหลี่ยมสั้นมี 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ เมื่อดอกบานเต็มที่จะกว้างประมาณ 1-1.2 เซนติเมตร ออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน&lt;br /&gt;
*'''ผล'''ปอทะเล ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมหรือเป็นรูปไข่เกือบกลม มีขนาดกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร เปลือกผลแข็งและมีขนสั้นละเอียดคล้ายขนกำมะหยี่ ผลเมื่อแก่จะแตกเป็น 5 พู อ้าออกและติดอยู่กับต้น ภายในผลมีเมล็ดขนาดเล็กสีดำอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไต เกลี้ยง สามารถออกผลได้เกือบตลอดทั้งปี&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอปอทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=ozRyLwpurOI วีดีโอปอทะเล]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของปอทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ใบสดนำมาคั้นเอาแต่น้ำใช้เป็นยาหยอดหู แก้หูอักเสบและหูเป็นฝี (ใบ)&lt;br /&gt;
*ใช้ดอกนำมาต้มกับน้ำนม ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมาหยอดหูเพื่อรักษาอาการเจ็บในหู (ดอก)&lt;br /&gt;
*รากใช้เป็นยาแก้ไข้ รักษาอาการไข้ (ราก)&lt;br /&gt;
*ใบอ่อนนำมาตากแห้งใช้ชงกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไอ แก้หลอดลมอักเสบ (ใบอ่อน)[6]&lt;br /&gt;
*เปลือกมีสรรพคุณทำให้อาเจียน (เปลือก)&lt;br /&gt;
*เมือกที่ได้จากการนำเปลือกสดมาแช่กับน้ำ ใช้ดื่มเป็นยาแก้โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร (เปลือก)&lt;br /&gt;
*รากมีสรรพคุณเป็นยาระบายท้อง (ราก) ส่วนใบใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ &lt;br /&gt;
*รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)&lt;br /&gt;
*ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประก์ ที่ประเทศมาเลเซียจะใช้เปลือกปอทะเลทำเป็นยาผงเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์&lt;br /&gt;
*ใบนำมาบดให้เป็นผงใช้เป็นยาใส่แผลสด แผลเรื้อรัง (ใบ)&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของปอทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผักได้&lt;br /&gt;
*ใบใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว ควาย&lt;br /&gt;
*ใยจากเปลือกต้นจะมีความเหนียวและคงทนกว่าปอ สามารถนำมาใช้ทำเชือก ทำกระดาษห่อของ เส้นใยสั้น เมื่อทำแล้วจะได้กระดาษที่มีคุณภาพต่ำ และยังใช้ทำหมันยาเรือได้ด้วย&lt;br /&gt;
*เนื้อไม้ของต้นปอทะเลมีความถ่วงเพาะ 0.6 สามารถนำไปใช้ในงานไม้ได้ เช่น การทำเรือ (ชาวพื้นเมืองในฮาวายจะใช้เนื้อไม้มาทำเรือแคนู)&lt;br /&gt;
*ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ในแถบเอเชียจะนิยมนำต้นปอทะเลมาทำบอนไซ&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:n2.jpg]]     [[ไฟล์:n3.jpg]]     [[ไฟล์:n4.jpg]]     [[ไฟล์:n5.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:N5.jpg&amp;diff=122</id>
		<title>ไฟล์:N5.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:N5.jpg&amp;diff=122"/>
				<updated>2020-10-30T07:38:35Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:N4.jpg&amp;diff=121</id>
		<title>ไฟล์:N4.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:N4.jpg&amp;diff=121"/>
				<updated>2020-10-30T07:37:56Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:N3.jpg&amp;diff=120</id>
		<title>ไฟล์:N3.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:N3.jpg&amp;diff=120"/>
				<updated>2020-10-30T07:37:30Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:N2.jpg&amp;diff=119</id>
		<title>ไฟล์:N2.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:N2.jpg&amp;diff=119"/>
				<updated>2020-10-30T07:37:08Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:N1.jpg&amp;diff=118</id>
		<title>ไฟล์:N1.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:N1.jpg&amp;diff=118"/>
				<updated>2020-10-30T07:36:48Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;diff=117</id>
		<title>ปอทะเล</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;diff=117"/>
				<updated>2020-10-30T07:36:14Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ปอทะเล&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Hibiscus tiliaceus'' &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Malvaceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''ต้นปอทะเล จัดเป็นไม้พุ่มกึ่งไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็ก มีความสูงของต้นประมาณ 3-5 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มแผ่กว้าง แตกกิ่งต่ำ ลำต้นมักคดงอและแตกกิ่งก้านมาก เปลือกลำต้นเป็นสีเทาอมสีน้ำตาล เปลือกต้นด้านนอกเรียบเกลี้ยงหรือแตกเป็นร่องตื้น ๆ มีช่องระบายอากาศเป็นแนวตามยาวของลำต้น ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีชมพูประขาว มีความเหนียว สามารถลอกออกจากลำต้นได้ง่าย โดยพันธุ์ไม้ชนิดนี้จะมีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ประเทศอินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย ส่วนในประเทศสามารถพบได้ทุกภาค โดยมักพบขึ้นตามชายฝั่งทะเล ป่าชายเลน ตามแม่น้ำลำคลองภายใต้อิทธิพลของน้ำกร่อย หรือตามป่าดิบชื้นใกล้ชายฝั่ง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา ไปจนถึงระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''ปอทะเล ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ แผ่นใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ โคนใบกว้าง ใบมีขนาดกว้างประมาณ 7-15 เซนติเมตรและยาวประมาณ 8-15 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลมเป็นหางยาว โคนใบเว้า ส่วนขอบใบเรียบ บ้างว่าหยักแบบถี่ ๆ เนื้อใบมีลักษณะค่อนข้างหนา ผิวใบด้านบนมีขนบาง ๆ ถึงเกลี้ยง ส่วนท้องใบเกลี้ยงหรือมีขนละเอียดรูปดาวสีขาว มีเส้นแขนงใบออกจากโคนใบประมาณ 7-9 เส้น และที่เส้นกลางใบอีก 4-6 เส้น ก้านใบเป็นสีแดงยาวประมาณ 2-7 เซนติเมตร และมีหูใบขนาดใหญ่ที่โคนก้านใบ ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร และร่วงได้ง่าย&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ตะบูนขาว ดอกมีสีขาวอมเหลือง ส่งกลิ่นหอมในช่วงบ่ายถึงค่ำ ดอกออกรวมเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงตามซอกใบ กลีบเลี้ยงเป็นรูปสามเหลี่ยมสั้นมี 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ เมื่อดอกบานเต็มที่จะกว้างประมาณ 1-1.2 เซนติเมตร ออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน&lt;br /&gt;
*'''ผล'''ปอทะเล ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมหรือเป็นรูปไข่เกือบกลม มีขนาดกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร เปลือกผลแข็งและมีขนสั้นละเอียดคล้ายขนกำมะหยี่ ผลเมื่อแก่จะแตกเป็น 5 พู อ้าออกและติดอยู่กับต้น ภายในผลมีเมล็ดขนาดเล็กสีดำอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไต เกลี้ยง สามารถออกผลได้เกือบตลอดทั้งปี&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอปอทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=ozRyLwpurOI วีดีโอปอทะเล]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของปอทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ใบสดนำมาคั้นเอาแต่น้ำใช้เป็นยาหยอดหู แก้หูอักเสบและหูเป็นฝี (ใบ)&lt;br /&gt;
*ใช้ดอกนำมาต้มกับน้ำนม ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมาหยอดหูเพื่อรักษาอาการเจ็บในหู (ดอก)&lt;br /&gt;
*รากใช้เป็นยาแก้ไข้ รักษาอาการไข้ (ราก)&lt;br /&gt;
*ใบอ่อนนำมาตากแห้งใช้ชงกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไอ แก้หลอดลมอักเสบ (ใบอ่อน)[6]&lt;br /&gt;
*เปลือกมีสรรพคุณทำให้อาเจียน (เปลือก)&lt;br /&gt;
*เมือกที่ได้จากการนำเปลือกสดมาแช่กับน้ำ ใช้ดื่มเป็นยาแก้โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร (เปลือก)&lt;br /&gt;
*รากมีสรรพคุณเป็นยาระบายท้อง (ราก) ส่วนใบใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ &lt;br /&gt;
*รากนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ (ราก)&lt;br /&gt;
*ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประก์ ที่ประเทศมาเลเซียจะใช้เปลือกปอทะเลทำเป็นยาผงเพื่อใช้เป็นยารักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์&lt;br /&gt;
*ใบนำมาบดให้เป็นผงใช้เป็นยาใส่แผลสด แผลเรื้อรัง (ใบ)&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของปอทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ใบอ่อนใช้รับประทานเป็นผักได้&lt;br /&gt;
*ใบใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว ควาย&lt;br /&gt;
*ใยจากเปลือกต้นจะมีความเหนียวและคงทนกว่าปอ สามารถนำมาใช้ทำเชือก ทำกระดาษห่อของ เส้นใยสั้น เมื่อทำแล้วจะได้กระดาษที่มีคุณภาพต่ำ และยังใช้ทำหมันยาเรือได้ด้วย&lt;br /&gt;
*เนื้อไม้ของต้นปอทะเลมีความถ่วงเพาะ 0.6 สามารถนำไปใช้ในงานไม้ได้ เช่น การทำเรือ (ชาวพื้นเมืองในฮาวายจะใช้เนื้อไม้มาทำเรือแคนู)&lt;br /&gt;
*ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป ในแถบเอเชียจะนิยมนำต้นปอทะเลมาทำบอนไซ&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/04/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B9%88&amp;diff=116</id>
		<title>ไทรย้อยใบทู่</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B9%88&amp;diff=116"/>
				<updated>2020-10-30T07:35:26Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:m1.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :'''ไทรย้อยใบทู่&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :'''  ''Ficus microcarpa'' &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :'''  Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Moraceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''ลักษณะเนื้อไม้เปลือกสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับหรือรูปไข่แกมรูปรี โคนใบกลม ปลายใบแหลม เนื้อใบหนา สีเขียวเป็นมัน&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ดอกช่อ ช่อย่อยเป็นแบบดอกมะเดื่อ รูปค่อนข้างกลมหรือรูปไข่ ดอกขนาดเล็ก ออกเป็นคู่จากข้างกิ่ง ไม่มีกลีบดอกเมื่อติดผล &lt;br /&gt;
*'''ผล'''ทรงกลม ไม่มีก้านผล ผลออกเป็นคู่ติดกันอยู่ตรงซอกใบ ผลมีสีเขียวอ่อน แก่เป็นสีเหลือง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอไทรย้อยใบทู่'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=yg1yKTKUDEM&amp;amp;t=3s วีดีโอไทรย้อยใบทู่]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของไทรย้อยใบทู่'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ราก รากอากาศใช้ต้มดื่มขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา แก้นิ่ว บำรุงน้ำนม รากสมานลำไส้ แก้ท้องเสีย&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของไทรย้อยใบทู่'''&lt;br /&gt;
*เพื่อเป็นอาหาร โดยเฉพาะไทรบางชนิดที่สามารถนำมาใช้เป็นอาหารได้ ได้แก่&lt;br /&gt;
ดอกของชิ้งขาว&lt;br /&gt;
ผลสุกของโพะ&lt;br /&gt;
ยอดอ่อนของผักเลือด&lt;br /&gt;
ผลสุกของมะเดื่อ&lt;br /&gt;
*การปลูกเป็นไม้ประดับ&lt;br /&gt;
ปลูกเป็นไม้ประดับในกระถาง ที่สามารถยกเคลื่อนย้ายปลูกทั้งในอาคาร และนอกอาคาร เนื่องจากเป็นไม้ที่ทนต่อสภาพต่างๆได้ดี ทั้งสภาพน้ำน้อย น้ำมาก และมีแสงน้อย ทำให้สถานที่ดูร่มรื่น เป็นธรรมชาติ รวมถึงช่วยในการกรองอากาศ ดักจับฝุ่น และมีรูปทรงสวยงาม เช่น ไทรย้อยใบแหลมที่ได้จากกิ่งตอนจะมีรูปทรงปิรามิด ฐานกว้าง และค่อยเรียวส่วนปลาย&lt;br /&gt;
ปลูกเป็นไม้ประดับแคระ หรือเรียก บอนไซ เนื่องจากใบไทรบางชนิดมีรากน้อย ใบขนาดเล็ก ลำต้น และกิ่งสามารถดัดให้เกิดรูปทรงได้ง่าย เช่น ไทรย้อยใบทู่ ไทรจีนใบแหลม และโพธิ์ตัวผู้ เป็นต้น&lt;br /&gt;
ปลูกเป็นไม้ประดับในกระถางแขวน เนื่องจากไทรบางชนิดมีขนาดเล็ก เช่น ไทรใบโพธิ์หัวกลับ และไทรหิน เป็นต้น&lt;br /&gt;
ปลูกเป็นไม้ประดับสำหรับไต่ตามกำแพง หรือ ไต่ตามเสา เช่น ตีนตุ๊กแก (F. pumila) และไทรเลื้อย&lt;br /&gt;
* การปลูกเป็นไม้มงคล และไม้ที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนา&lt;br /&gt;
*เนื่องจากไทรบางชนิดที่โตด้วยเมล็ดจะมีลำต้นที่แตกกิ่งมาก มีใบมาก ทรงพุ่มหนาแบนกว้าง เมื่อปลูกจะช่วยให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;
*ใช้ปลูกเป็นแนวกำแพงบังลม เช่น ปลูกเพื่อบังลมให้แก้บ้าน หรือ แนวสวนผัก ผลไม้ เป็นต้น&lt;br /&gt;
*ใช้ปลูกเป็นแนวแนวรั้ว แนวกำแพง และปลูกเพื่อแสดงเขตแดน&lt;br /&gt;
*ไทรบางชนิดที่ติดผลสามารถเป็นอาหารป่าให้แก่สัตว์ป่า เช่น นก กระรอก เป็นต้น&lt;br /&gt;
*เนื้อไม้ของไทรบางชนิดมีความเหนียวสูง สามารถใช้ทำเป็นเครื่องเรือน เรือ และไม้ก่อสร้างได้ เช่น ไทรย้อย&lt;br /&gt;
*เปลือกของไทรบางชนิดนำมาจักสอยเป็นเส้นเล็กๆใช้ทำเชือกรัดของ เช่น เปลือกของไทรย้อย และมะเดื่อ&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:m2.jpg]]     [[ไฟล์:m3.jpg]]     [[ไฟล์:m4.jpg]] &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/12/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/12/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/12/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A1.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/12/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A1.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:M4.jpg&amp;diff=115</id>
		<title>ไฟล์:M4.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:M4.jpg&amp;diff=115"/>
				<updated>2020-10-30T07:35:01Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:M3.jpg&amp;diff=114</id>
		<title>ไฟล์:M3.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:M3.jpg&amp;diff=114"/>
				<updated>2020-10-30T07:34:41Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:M2.jpg&amp;diff=113</id>
		<title>ไฟล์:M2.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:M2.jpg&amp;diff=113"/>
				<updated>2020-10-30T07:34:17Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:M1.jpg&amp;diff=112</id>
		<title>ไฟล์:M1.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:M1.jpg&amp;diff=112"/>
				<updated>2020-10-30T07:33:53Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B9%88&amp;diff=111</id>
		<title>ไทรย้อยใบทู่</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B9%88&amp;diff=111"/>
				<updated>2020-10-30T07:33:18Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :'''ไทรย้อยใบทู่&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :'''  ''Ficus microcarpa'' &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :'''  Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Moraceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''ลักษณะเนื้อไม้เปลือกสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับหรือรูปไข่แกมรูปรี โคนใบกลม ปลายใบแหลม เนื้อใบหนา สีเขียวเป็นมัน&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ดอกช่อ ช่อย่อยเป็นแบบดอกมะเดื่อ รูปค่อนข้างกลมหรือรูปไข่ ดอกขนาดเล็ก ออกเป็นคู่จากข้างกิ่ง ไม่มีกลีบดอกเมื่อติดผล &lt;br /&gt;
*'''ผล'''ทรงกลม ไม่มีก้านผล ผลออกเป็นคู่ติดกันอยู่ตรงซอกใบ ผลมีสีเขียวอ่อน แก่เป็นสีเหลือง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอไทรย้อยใบทู่'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=yg1yKTKUDEM&amp;amp;t=3s วีดีโอไทรย้อยใบทู่]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของไทรย้อยใบทู่'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ราก รากอากาศใช้ต้มดื่มขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา แก้นิ่ว บำรุงน้ำนม รากสมานลำไส้ แก้ท้องเสีย&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของไทรย้อยใบทู่'''&lt;br /&gt;
*เพื่อเป็นอาหาร โดยเฉพาะไทรบางชนิดที่สามารถนำมาใช้เป็นอาหารได้ ได้แก่&lt;br /&gt;
ดอกของชิ้งขาว&lt;br /&gt;
ผลสุกของโพะ&lt;br /&gt;
ยอดอ่อนของผักเลือด&lt;br /&gt;
ผลสุกของมะเดื่อ&lt;br /&gt;
*การปลูกเป็นไม้ประดับ&lt;br /&gt;
ปลูกเป็นไม้ประดับในกระถาง ที่สามารถยกเคลื่อนย้ายปลูกทั้งในอาคาร และนอกอาคาร เนื่องจากเป็นไม้ที่ทนต่อสภาพต่างๆได้ดี ทั้งสภาพน้ำน้อย น้ำมาก และมีแสงน้อย ทำให้สถานที่ดูร่มรื่น เป็นธรรมชาติ รวมถึงช่วยในการกรองอากาศ ดักจับฝุ่น และมีรูปทรงสวยงาม เช่น ไทรย้อยใบแหลมที่ได้จากกิ่งตอนจะมีรูปทรงปิรามิด ฐานกว้าง และค่อยเรียวส่วนปลาย&lt;br /&gt;
ปลูกเป็นไม้ประดับแคระ หรือเรียก บอนไซ เนื่องจากใบไทรบางชนิดมีรากน้อย ใบขนาดเล็ก ลำต้น และกิ่งสามารถดัดให้เกิดรูปทรงได้ง่าย เช่น ไทรย้อยใบทู่ ไทรจีนใบแหลม และโพธิ์ตัวผู้ เป็นต้น&lt;br /&gt;
ปลูกเป็นไม้ประดับในกระถางแขวน เนื่องจากไทรบางชนิดมีขนาดเล็ก เช่น ไทรใบโพธิ์หัวกลับ และไทรหิน เป็นต้น&lt;br /&gt;
ปลูกเป็นไม้ประดับสำหรับไต่ตามกำแพง หรือ ไต่ตามเสา เช่น ตีนตุ๊กแก (F. pumila) และไทรเลื้อย&lt;br /&gt;
* การปลูกเป็นไม้มงคล และไม้ที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนา&lt;br /&gt;
*เนื่องจากไทรบางชนิดที่โตด้วยเมล็ดจะมีลำต้นที่แตกกิ่งมาก มีใบมาก ทรงพุ่มหนาแบนกว้าง เมื่อปลูกจะช่วยให้ร่มเงาได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;
*ใช้ปลูกเป็นแนวกำแพงบังลม เช่น ปลูกเพื่อบังลมให้แก้บ้าน หรือ แนวสวนผัก ผลไม้ เป็นต้น&lt;br /&gt;
*ใช้ปลูกเป็นแนวแนวรั้ว แนวกำแพง และปลูกเพื่อแสดงเขตแดน&lt;br /&gt;
*ไทรบางชนิดที่ติดผลสามารถเป็นอาหารป่าให้แก่สัตว์ป่า เช่น นก กระรอก เป็นต้น&lt;br /&gt;
*เนื้อไม้ของไทรบางชนิดมีความเหนียวสูง สามารถใช้ทำเป็นเครื่องเรือน เรือ และไม้ก่อสร้างได้ เช่น ไทรย้อย&lt;br /&gt;
*เปลือกของไทรบางชนิดนำมาจักสอยเป็นเส้นเล็กๆใช้ทำเชือกรัดของ เช่น เปลือกของไทรย้อย และมะเดื่อ&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]] &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/12/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/12/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/12/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A1.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2014/12/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A1.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3&amp;diff=110</id>
		<title>ถั่วดำ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3&amp;diff=110"/>
				<updated>2020-10-30T07:32:26Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:h1.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ถั่วดำ&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''bruguiera parviflora''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Rhizophoraceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''ถั่วดำ จัดเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นตั้งตรงเป็นพุ่ม มีความสูงประมาณ 30-100 เซนติเมตร บางสายพันธุ์มีลำต้นแบบกึ่งเลื้อย ส่วนของลำต้นที่อยู่เหนือใบเลี้ยงจะค่อนข้างเป็นเหลี่ยม และมีขนปกคลุมอยู่ทั่วไป&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''ถั่วดำ ใบจริงคู่แรกจะเป็นใบเดี่ยวอยู่ตรงข้ามกัน และใบจริงในลำดับต่อไปจะเกิดแบบสลับอยู่บนลำต้น แต่ละใบประกอย จะมีใบย่อย 3 ใบ มีขนาดเล็ก สีเขียวเข้ม และหนา เป็นรูปไข่ (ใบย่อยมีขนาดเล็กกว่าใบย่อยถั่วเขียว) ส่วนก้านใบยาวประมาณ 6-20 เซนติเมตร ที่ฐานของก้านใบจะมีหูใบอยู่ 2 อัน ส่วนก้านใบย่อยจะสั้น ใบย่อยใบกลางมีหูใบย่อย 2 อัน ส่วนใบย่อย 2 ใบล่าง จะมีหูใบย่อยอยู่ข้างละอัน และใบมีขนปกคลุมยาวและหนาแน่นอยู่ทั่วไป&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ถั่วดำ ออกดอกเป็นช่อ มีก้านดอกยาวและดอกเกิดเป็นกลุ่มที่ปลาย ในหนึ่งช่อจะมีดอกประมาณ 5-6 ดอก โดยดอกจะเกิดตามมุมใบ ก้านช่อดอกยาวประมาณ 18 เซนติเมตร ส่วนดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีเหลืองหรือสีเขียวอ่อน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.75 เซนติเมตรดอก มีกลีบ 5 กลีบ โดยมีกลีบใหญ่ 1 กลีบ กลีบข้าง 2 กลีบ และกลีบหุ้มเกสร 2 กลีบ โดยกลีบหุ้มเกสรจะมีลักษณะม้วนเป็นเกลียว ปลายมีลักษณะคล้ายปากแตร ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน&lt;br /&gt;
*'''ฝัก'''ถั่วดำ ฝักมีลักษณะเป็นทรงกระบอกยาว ฝักสั้นตรง ฝักเมื่อแก่อาจมีสีขาวนวล น้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลเข้ม หรือสีดำ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ปลูก ในฝักจะมีเมล็ดอยู่ไม่เกิน 8 เมล็ด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอถั่วดำ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=_gpR0SOlAFU วีดีโอถั่วดำ]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของถั่วดำ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ถั่วดำมีรสหวาน ช่วยบำรุงโลหิต&lt;br /&gt;
*ช่วยบำรุงสายตา&lt;br /&gt;
*ช่วยขจัดพิษในร่างกาย&lt;br /&gt;
*ช่วยขับเหงื่อ&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้อาการร้อนใน&lt;br /&gt;
*ช่วยรักษาดีซ่าน&lt;br /&gt;
*ถั่วดำมีสารที่ช่วยบรรเทาอาการปวดลำไส้เล็ก&lt;br /&gt;
*ช่วยขับลมในกระเพาะ&lt;br /&gt;
*ช่วยขับของเหลวในร่างกาย&lt;br /&gt;
*ช่วยบำรุงไต ป้องกันไตเสื่อม&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้อาการบวมน้ำ&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้อาการเหน็บชา&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้อาการปวดเอว&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของถั่วดำ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย&lt;br /&gt;
*ช่วยบำรุงหัวใจ&lt;br /&gt;
*ถั่วดำอุดมไปด้วยแคลเซียมซึ่งช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง&lt;br /&gt;
*นอกจากถั่วดำจะให้โปรตีนแล้ว ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือเส้นใยซึ่งช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูก&lt;br /&gt;
*ถั่วดำมีคุณสมบัติในการช่วยลดความอ้วนได้ เนื่องจากในถั่วดำมีสัดส่วนของโปรตีนถึง 40% และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว 20% โดยอุดมไปด้วยสารลดความอ้วนและสารที่ช่วยกำจัดสารพิษ&lt;br /&gt;
*ช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเส้นใยที่มีมากในถั่วจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้นและทำให้ร่างกายมีพลังงานสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;
*ในถั่วดำมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคต่าง ๆ ในผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือบทบาทในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึงร้อยละ 40 และมะเร็งลำไส้ตรงได้ถึงร้อยละ 80 นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ด้วย ซึ่งจากงานวิจัยระบุว่าผู้ที่รับประทานบ่อย ๆ จะมีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานถึงร้อยละ 30 รวมไปถึงฤทธิ์ในการป้องกันมะเร็งปอดได้ถึงร้อยละ 50&lt;br /&gt;
*ถั่วดำมีสารไอโซฟลาโวนส์ซึ่งเป็นสารที่ช่วยป้องกันเซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ จากปัญหาการหลั่งฮอร์โมนผิดปกติจนกลายเป็นโรคอ้วน และยังช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก อันมีสาเหตุมาจากการหลั่งฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชาย มากเกินไปได้&lt;br /&gt;
*ถั่วดำมีสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส ซึ่งช่วยป้องกันและลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้ ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม และยังส่งผลดีต่อฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วย&lt;br /&gt;
*ช่วยยับยั้งโรคเบาหวาน เนื่องจากเส้นใยในถั่วดำเป็นเส้นใยชนิดละลายน้ำ จึงช่วยลดความเร็วของการดูดซึมกลูโคสให้ดูดซึมในร่างกายช้าลง จึงสามารถยับยั้งโรคเบาหวานได้&lt;br /&gt;
*ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล&lt;br /&gt;
*ช่วยป้องกันและรักษาโรคโลหิตจาง เนื่องจากถั่วดำอุดมไปด้วยวิตามินบี 12 วิตามินบี 9 หรือกรดโฟลิก และเบตาแคโรทีน แถมยังมีธาตุเหล็กที่สูงกว่าเนื้อสัตว์ถึง 4 เท่า มันจึงมีประโยชน์โดยตรงต่อผู้เป็นโรคโลหิตจางอย่างมาก&lt;br /&gt;
*ถั่วดำอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงโลหิต และเป็นส่วนหนึ่งของสารในเม็ดเลือดแดงที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย จึงช่วยป้องกันภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง สมองไม่ดี หรือคิดอะไรไม่ค่อยออก ฯลฯ&lt;br /&gt;
*ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและช่วยลดคอเลสเตอรอล เนื่องจากถั่วดำอุดมไปด้วยวิตามินอีและโพแทสเซียมที่ช่วยลดความดันโลหิต ด้วยการขยายเส้นโลหิตให้กว้างมากขึ้น ทั้งยังมีแคลเซียมที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเส้นเลือดเกิดความยืดหยุ่นมากขึ้นอีกด้วย&lt;br /&gt;
*ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ซึ่งจากผลการวิจัยระบุว่าผู้ที่รับประทานถั่วดำในปริมาณมากกว่าจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ที่รับประทานถั่วดำน้อยกว่าหรือไม่รับประทานเลย&lt;br /&gt;
*ล้างพิษด้วยถั่วดำ ถั่วดําช่วยล้างพิษในร่างกาย เนื่องจากถั่วดำมีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นถั่วที่มีสารล้างพิษที่มีปริมาณสูงสุด และยังมีสารสำคัญอย่างแอนโทไซยานินที่เป็นสารล้างพิษที่ดี โดยเมื่อเทียบกับผลไม้อย่างส้มแล้ว พบว่าถั่วดำจะมีปริมาณของสารล้างพิษมากกว่าส้มถึง 10 เท่า ! แต่การทำให้ถั่วดำสุกจะสูญเสียสารล้างพิษไปบ้าง แต่ก็ยังสามารถช่วยล้างพิษในร่างกายได้อย่างประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;
*การรับประทานถั่วดำเป็นประจำช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส ช่วยเพิ่มความกระชับ ทำให้ผิวหน้าดูมีชีวิตชีวา อีกทั้งยังช่วยลดเลือนรอยแดงจากสิว ป้องกันการเกิดกระบนผิว เพราะอุดมไปด้วยวิตามินอี และสารแอนโทไซนานินที่ช่วยเพิ่มการทำงานของคอลลาเจน&lt;br /&gt;
*มีคำกล่าวว่าการรับประทานถั่วจะช่วยทำให้ฉลาดขึ้น ซึ่งก็ใกล้เคียงกับความจริง เนื่องจากมีสารเลซิตินที่ช่วยบำรุงสมอง ช่วยในการทำงานของสมอง จึงมีผลดีต่อผู้ที่ต้องใช้ความจำ และสำหรับคนชราก็สามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย&lt;br /&gt;
*ถั่วดำยังเป็นแหล่งสำคัญของธาตุโบรอน (Boron) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งกระแสประสาทของสมอง ทำให้ช่วยสมองทำงานได้ฉับไวขึ้น&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ ด้วยการนึ่งถั่วแล้วใส่ไว้ในหมอน ขณะที่ยังอุ่น ๆ ก็จะช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้&lt;br /&gt;
*ถั่วดำเป็นแหล่งอาหารจากธรรมชาติที่มีโฟเลตสูง มีความสำคัญอย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วยป้องกันการพิการแต่กำเนิดของทารกได้ นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กที่ช่วยลดอาการอ่อนเพลียของสตรีขณะตั้งครรภ์ได้อีกด้วย&lt;br /&gt;
*เมล็ดถั่วดำมีคุณค่าทางอาหารที่สูงใกล้เคียงพอ ๆ กับเมล็ดถั่วเขียว&lt;br /&gt;
*ถั่วดำสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย แต่น้อยกว่าถั่วเขียว เช่น ในญี่ปุ่นจะนำไปใช้เพื่อเพาะถั่วงอกเป็นหลัก ส่วนอินเดียนิยมนำไปทำถั่วซีก ตลอดจนใช้บริโภคทั้งเมล็ด ด้วยการใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารจำพวกซุปหรือแกงต่าง ๆ หรือใช้ในอาหารประเภทหมัก ส่วนในบ้านเราจะใช้ทำถั่วงอกเป็นหลักและทำแป้ง เป็นต้น&lt;br /&gt;
*ถั่วดำอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย&lt;br /&gt;
*เปลือกหุ้มเมล็ดมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งสามารถนำมาใช้แต่งสีขนมต่าง ๆ ได้ เช่น ขนมถั่วแปป แป้งจี่ เป็นต้น ด้วยการนำเมล็ดถั่วดำมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปต้มเคี่ยวกับน้ำแล้วจะได้น้ำที่มีสีม่วง&lt;br /&gt;
*เมล็ดถั่วดำเมื่อนำมาบดกับแป้งใช้ทำเป็นขนมได้ เช่น ขนมลูกชุบ ขนมเปี๊ยะ เป็นต้น&lt;br /&gt;
*ถั่วดำเป็นพืชทนแล้ง สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด มักนิยมใช้ปลูกเป็นพืชรองในปลายฤดูฝนตามหลังพืชหลัก เช่น ถั่วเหลืองหรือข้าวโพด โดยเป็นพืชที่มีบทบาทในด้านเศรษฐกิจของประเทศเช่นเดียวกับถั่วเขียว&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:h2.jpg]]     [[ไฟล์:h3.jpg]]     [[ไฟล์:h4.jpg]]     [[ไฟล์:h5.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:H5.jpg&amp;diff=109</id>
		<title>ไฟล์:H5.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:H5.jpg&amp;diff=109"/>
				<updated>2020-10-30T07:31:58Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:H4.jpg&amp;diff=108</id>
		<title>ไฟล์:H4.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:H4.jpg&amp;diff=108"/>
				<updated>2020-10-30T07:31:36Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:H3.jpg&amp;diff=107</id>
		<title>ไฟล์:H3.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:H3.jpg&amp;diff=107"/>
				<updated>2020-10-30T07:31:15Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:H2.jpg&amp;diff=106</id>
		<title>ไฟล์:H2.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:H2.jpg&amp;diff=106"/>
				<updated>2020-10-30T07:30:55Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:H1.jpg&amp;diff=105</id>
		<title>ไฟล์:H1.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:H1.jpg&amp;diff=105"/>
				<updated>2020-10-30T07:30:37Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3&amp;diff=104</id>
		<title>ถั่วดำ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3&amp;diff=104"/>
				<updated>2020-10-30T07:30:05Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ถั่วดำ&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''bruguiera parviflora''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Rhizophoraceae&lt;br /&gt;
*'''ต้น'''ถั่วดำ จัดเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นตั้งตรงเป็นพุ่ม มีความสูงประมาณ 30-100 เซนติเมตร บางสายพันธุ์มีลำต้นแบบกึ่งเลื้อย ส่วนของลำต้นที่อยู่เหนือใบเลี้ยงจะค่อนข้างเป็นเหลี่ยม และมีขนปกคลุมอยู่ทั่วไป&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''ถั่วดำ ใบจริงคู่แรกจะเป็นใบเดี่ยวอยู่ตรงข้ามกัน และใบจริงในลำดับต่อไปจะเกิดแบบสลับอยู่บนลำต้น แต่ละใบประกอย จะมีใบย่อย 3 ใบ มีขนาดเล็ก สีเขียวเข้ม และหนา เป็นรูปไข่ (ใบย่อยมีขนาดเล็กกว่าใบย่อยถั่วเขียว) ส่วนก้านใบยาวประมาณ 6-20 เซนติเมตร ที่ฐานของก้านใบจะมีหูใบอยู่ 2 อัน ส่วนก้านใบย่อยจะสั้น ใบย่อยใบกลางมีหูใบย่อย 2 อัน ส่วนใบย่อย 2 ใบล่าง จะมีหูใบย่อยอยู่ข้างละอัน และใบมีขนปกคลุมยาวและหนาแน่นอยู่ทั่วไป&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ถั่วดำ ออกดอกเป็นช่อ มีก้านดอกยาวและดอกเกิดเป็นกลุ่มที่ปลาย ในหนึ่งช่อจะมีดอกประมาณ 5-6 ดอก โดยดอกจะเกิดตามมุมใบ ก้านช่อดอกยาวประมาณ 18 เซนติเมตร ส่วนดอกย่อยมีขนาดเล็ก สีเหลืองหรือสีเขียวอ่อน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.75 เซนติเมตรดอก มีกลีบ 5 กลีบ โดยมีกลีบใหญ่ 1 กลีบ กลีบข้าง 2 กลีบ และกลีบหุ้มเกสร 2 กลีบ โดยกลีบหุ้มเกสรจะมีลักษณะม้วนเป็นเกลียว ปลายมีลักษณะคล้ายปากแตร ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน&lt;br /&gt;
*'''ฝัก'''ถั่วดำ ฝักมีลักษณะเป็นทรงกระบอกยาว ฝักสั้นตรง ฝักเมื่อแก่อาจมีสีขาวนวล น้ำตาลอ่อน สีน้ำตาลเข้ม หรือสีดำ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ปลูก ในฝักจะมีเมล็ดอยู่ไม่เกิน 8 เมล็ด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอถั่วดำ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=_gpR0SOlAFU วีดีโอถั่วดำ]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของถั่วดำ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ถั่วดำมีรสหวาน ช่วยบำรุงโลหิต&lt;br /&gt;
*ช่วยบำรุงสายตา&lt;br /&gt;
*ช่วยขจัดพิษในร่างกาย&lt;br /&gt;
*ช่วยขับเหงื่อ&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้อาการร้อนใน&lt;br /&gt;
*ช่วยรักษาดีซ่าน&lt;br /&gt;
*ถั่วดำมีสารที่ช่วยบรรเทาอาการปวดลำไส้เล็ก&lt;br /&gt;
*ช่วยขับลมในกระเพาะ&lt;br /&gt;
*ช่วยขับของเหลวในร่างกาย&lt;br /&gt;
*ช่วยบำรุงไต ป้องกันไตเสื่อม&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้อาการบวมน้ำ&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้อาการเหน็บชา&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้อาการปวดเอว&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของถั่วดำ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย&lt;br /&gt;
*ช่วยบำรุงหัวใจ&lt;br /&gt;
*ถั่วดำอุดมไปด้วยแคลเซียมซึ่งช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง&lt;br /&gt;
*นอกจากถั่วดำจะให้โปรตีนแล้ว ยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือเส้นใยซึ่งช่วยในการขับถ่ายและป้องกันอาการท้องผูก&lt;br /&gt;
*ถั่วดำมีคุณสมบัติในการช่วยลดความอ้วนได้ เนื่องจากในถั่วดำมีสัดส่วนของโปรตีนถึง 40% และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว 20% โดยอุดมไปด้วยสารลดความอ้วนและสารที่ช่วยกำจัดสารพิษ&lt;br /&gt;
*ช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากเส้นใยที่มีมากในถั่วจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นานขึ้นและทำให้ร่างกายมีพลังงานสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;
*ในถั่วดำมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคต่าง ๆ ในผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ที่เห็นได้ชัดเจนก็คือบทบาทในการช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึงร้อยละ 40 และมะเร็งลำไส้ตรงได้ถึงร้อยละ 80 นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันมะเร็งในกระเพาะอาหารได้ด้วย ซึ่งจากงานวิจัยระบุว่าผู้ที่รับประทานบ่อย ๆ จะมีความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานถึงร้อยละ 30 รวมไปถึงฤทธิ์ในการป้องกันมะเร็งปอดได้ถึงร้อยละ 50&lt;br /&gt;
*ถั่วดำมีสารไอโซฟลาโวนส์ซึ่งเป็นสารที่ช่วยป้องกันเซลล์เจริญเติบโตผิดปกติ จากปัญหาการหลั่งฮอร์โมนผิดปกติจนกลายเป็นโรคอ้วน และยังช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก อันมีสาเหตุมาจากการหลั่งฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชาย มากเกินไปได้&lt;br /&gt;
*ถั่วดำมีสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส ซึ่งช่วยป้องกันและลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้ ช่วยป้องกันมะเร็งเต้านม และยังส่งผลดีต่อฮอร์โมนเพศหญิงอีกด้วย&lt;br /&gt;
*ช่วยยับยั้งโรคเบาหวาน เนื่องจากเส้นใยในถั่วดำเป็นเส้นใยชนิดละลายน้ำ จึงช่วยลดความเร็วของการดูดซึมกลูโคสให้ดูดซึมในร่างกายช้าลง จึงสามารถยับยั้งโรคเบาหวานได้&lt;br /&gt;
*ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุล&lt;br /&gt;
*ช่วยป้องกันและรักษาโรคโลหิตจาง เนื่องจากถั่วดำอุดมไปด้วยวิตามินบี 12 วิตามินบี 9 หรือกรดโฟลิก และเบตาแคโรทีน แถมยังมีธาตุเหล็กที่สูงกว่าเนื้อสัตว์ถึง 4 เท่า มันจึงมีประโยชน์โดยตรงต่อผู้เป็นโรคโลหิตจางอย่างมาก&lt;br /&gt;
*ถั่วดำอุดมไปด้วยธาตุเหล็กที่ช่วยบำรุงโลหิต และเป็นส่วนหนึ่งของสารในเม็ดเลือดแดงที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย จึงช่วยป้องกันภาวะขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง สมองไม่ดี หรือคิดอะไรไม่ค่อยออก ฯลฯ&lt;br /&gt;
*ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและช่วยลดคอเลสเตอรอล เนื่องจากถั่วดำอุดมไปด้วยวิตามินอีและโพแทสเซียมที่ช่วยลดความดันโลหิต ด้วยการขยายเส้นโลหิตให้กว้างมากขึ้น ทั้งยังมีแคลเซียมที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเส้นเลือดเกิดความยืดหยุ่นมากขึ้นอีกด้วย&lt;br /&gt;
*ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ซึ่งจากผลการวิจัยระบุว่าผู้ที่รับประทานถั่วดำในปริมาณมากกว่าจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ที่รับประทานถั่วดำน้อยกว่าหรือไม่รับประทานเลย&lt;br /&gt;
*ล้างพิษด้วยถั่วดำ ถั่วดําช่วยล้างพิษในร่างกาย เนื่องจากถั่วดำมีสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นถั่วที่มีสารล้างพิษที่มีปริมาณสูงสุด และยังมีสารสำคัญอย่างแอนโทไซยานินที่เป็นสารล้างพิษที่ดี โดยเมื่อเทียบกับผลไม้อย่างส้มแล้ว พบว่าถั่วดำจะมีปริมาณของสารล้างพิษมากกว่าส้มถึง 10 เท่า ! แต่การทำให้ถั่วดำสุกจะสูญเสียสารล้างพิษไปบ้าง แต่ก็ยังสามารถช่วยล้างพิษในร่างกายได้อย่างประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;
*การรับประทานถั่วดำเป็นประจำช่วยส่งผลดีต่อสุขภาพผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยทำให้ผิวหน้ากระจ่างใส ช่วยเพิ่มความกระชับ ทำให้ผิวหน้าดูมีชีวิตชีวา อีกทั้งยังช่วยลดเลือนรอยแดงจากสิว ป้องกันการเกิดกระบนผิว เพราะอุดมไปด้วยวิตามินอี และสารแอนโทไซนานินที่ช่วยเพิ่มการทำงานของคอลลาเจน&lt;br /&gt;
*มีคำกล่าวว่าการรับประทานถั่วจะช่วยทำให้ฉลาดขึ้น ซึ่งก็ใกล้เคียงกับความจริง เนื่องจากมีสารเลซิตินที่ช่วยบำรุงสมอง ช่วยในการทำงานของสมอง จึงมีผลดีต่อผู้ที่ต้องใช้ความจำ และสำหรับคนชราก็สามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วย&lt;br /&gt;
*ถั่วดำยังเป็นแหล่งสำคัญของธาตุโบรอน (Boron) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งกระแสประสาทของสมอง ทำให้ช่วยสมองทำงานได้ฉับไวขึ้น&lt;br /&gt;
*ช่วยแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ ด้วยการนึ่งถั่วแล้วใส่ไว้ในหมอน ขณะที่ยังอุ่น ๆ ก็จะช่วยแก้อาการนอนไม่หลับได้&lt;br /&gt;
*ถั่วดำเป็นแหล่งอาหารจากธรรมชาติที่มีโฟเลตสูง มีความสำคัญอย่างมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ เพราะช่วยป้องกันการพิการแต่กำเนิดของทารกได้ นอกจากนี้ยังมีธาตุเหล็กที่ช่วยลดอาการอ่อนเพลียของสตรีขณะตั้งครรภ์ได้อีกด้วย&lt;br /&gt;
*เมล็ดถั่วดำมีคุณค่าทางอาหารที่สูงใกล้เคียงพอ ๆ กับเมล็ดถั่วเขียว&lt;br /&gt;
*ถั่วดำสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย แต่น้อยกว่าถั่วเขียว เช่น ในญี่ปุ่นจะนำไปใช้เพื่อเพาะถั่วงอกเป็นหลัก ส่วนอินเดียนิยมนำไปทำถั่วซีก ตลอดจนใช้บริโภคทั้งเมล็ด ด้วยการใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารจำพวกซุปหรือแกงต่าง ๆ หรือใช้ในอาหารประเภทหมัก ส่วนในบ้านเราจะใช้ทำถั่วงอกเป็นหลักและทำแป้ง เป็นต้น&lt;br /&gt;
*ถั่วดำอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต แคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย&lt;br /&gt;
*เปลือกหุ้มเมล็ดมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งสามารถนำมาใช้แต่งสีขนมต่าง ๆ ได้ เช่น ขนมถั่วแปป แป้งจี่ เป็นต้น ด้วยการนำเมล็ดถั่วดำมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปต้มเคี่ยวกับน้ำแล้วจะได้น้ำที่มีสีม่วง&lt;br /&gt;
*เมล็ดถั่วดำเมื่อนำมาบดกับแป้งใช้ทำเป็นขนมได้ เช่น ขนมลูกชุบ ขนมเปี๊ยะ เป็นต้น&lt;br /&gt;
*ถั่วดำเป็นพืชทนแล้ง สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด มักนิยมใช้ปลูกเป็นพืชรองในปลายฤดูฝนตามหลังพืชหลัก เช่น ถั่วเหลืองหรือข้าวโพด โดยเป็นพืชที่มีบทบาทในด้านเศรษฐกิจของประเทศเช่นเดียวกับถั่วเขียว&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]     [[ไฟล์:.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
https://medthai.com/images/2013/10/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%B3.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;diff=103</id>
		<title>ตาตุ่มทะเล</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5&amp;diff=103"/>
				<updated>2020-10-30T07:29:24Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[File:o1.jpg|right]]&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ตาตุ่มทะเล&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Excoecaria agallocha''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''อาณาจักร :''' Plantae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Euphorbiaceae &lt;br /&gt;
*'''ต้น'''ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูง 10-18 ม. ผลัดใบ มียางสีขาวมาก ส่วนมากลำต้นจะตรง มักแตกกิ่งในระดับต่ำคล้ายไม้พุ่ม เปลือกต้นเรียบถึงแตกเป็นร่อง สีนํ้าตาลอ่อน หรือสีน้ำตาลอมเทา กิ่งอ่อน มีช่องอากาศเล็ก รากหายใจแผ่กระจายไปตามผิวดิน&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปไข่ แกมรีถึงรูปไข่กลับ กว้าง 2-5ซม. ยาว 4-9 ซม. ปลายใบกลมถึงเว้าตื้นๆ หรือเรียวแหลม มนโคนใบมน ขอบใบหยัก เป็นคลื่นเล็กน้อยใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน แผ่นใบนิ่มคล้ายหนัง มีสีเขียวเป็นมัน และจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐ เมื่อใบใกล้ร่วง ก้านใบ เรียวยาว 1-2.5 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''ออกเป็นช่อตามง่ามใบ เป็นช่อเชิงลด ดอกมีขนาดเล็กมาก ติดกันเป็นกระจุก ช่อดอกเพศผู้มีสีเหลืองแกมเขียวยาว 5-10 ซม. ช่อดอกเพศเมียสั้น 2-3 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ผล'''ผลแห้งแตก มี 3 พู รูปเกือบกลม กว้าง 0.5-0.7 ซม. ยาว 0.3-0.4 ซม. ด้านแนวนอนยาวกว่าแนวตั้ง ผลเกลี้ยง สีเขียวถึงน้ำตาลเข้ม เมล็ดเกือบกลม สีดำ ออกดอกและติดผลเดือน พ.ค.-พ.ย.&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ตัวอย่างวีดีโอตาตุ่มทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
[https://www.youtube.com/watch?v=sACKpFzdOwQ วีดีโอตุ่มทะเล]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''สรรพคุณของตาตุ่มทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*รักษาโรคโลน โรคท้องผูก สังคัง โรคเรื้อน ช่วยในการขับลม ขับเสมหะ ริดสีดวงทวาร ช่วยรักษาอาการชัก ตัวเกร็ง มือเกร็ง(ลมบ้าหมู) แก้บิด แก้คัน&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''ประโยชน์ของตาตุ่มทะเล'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
*บ แก้ลมบ้าหมู เปลือกต้น ทำให้ อาเจียน เป็นยาถ่าย แก้โรคลมชัก ต้น ถ่ายเสมหะและโลหิต เผาเอาควัน รมฆ่าเชื้อโรคผิวหนัง โรคเรื้อน ราก ถ่ายหนองและลม ฝนทาแก้บวม ตามมือตามเท้า แก้คัน ยาง มีฤทธิ์ถ่ายอย่างแรง โทษ น้ำยาง สีขาวถ้าถูกนัยน์ตา ทำให้ตาบอด ถูกผิวหนังทำใหผิวหนังไหม้ คัน หอยแมลงภู่ ปู ที่เกาะอยู่ที่ไม้ตาตุ่มทะเล ถ้านำมากินจะทำให้ท้องร่วงและอาเจียนอย่างรุนแรง วิธีการรักษา ล้างน้ำยางออกจากผิวหนังโดยใช้สบู่ อาจให้ทายาสเตียรอยด์ ถ้ารับประทานเข้าไปให้เอาส่วนที่ไม่ถูกดูดซึมออกใช้ activated charcoal ล้างท้อง หรือทำให้อาเจียนและรักษาตามอาการ&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:o2.jpg]]     [[ไฟล์:o1.jpg]]     [[ไฟล์:o3.jpg]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A5#/media/%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:Excoecaria_agallocha_(Blind_Your_Eye)_W_IMG_6929.jpg&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/botany/image/Web_dict/Excoecaria_agallocha1.jpg&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/botany/image/Web_dict/Excoecaria_agallocha2.jpg&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''อ้างอิงเนื้อหา'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
ป่าชายเลนนิเวศวิทยาเเละพรรณไม้:สรายุทธ บุณยะเวชชีวิน เเละ รุ่งสุริยา บัวสาลี&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:O3.jpg&amp;diff=102</id>
		<title>ไฟล์:O3.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:O3.jpg&amp;diff=102"/>
				<updated>2020-10-30T07:28:33Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:O2.jpg&amp;diff=101</id>
		<title>ไฟล์:O2.jpg</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/leeledmangrove/index.php?title=%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9%8C:O2.jpg&amp;diff=101"/>
				<updated>2020-10-30T07:28:09Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Administrator: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Administrator</name></author>	</entry>

	</feed>