<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php?feed=atom&amp;namespace=0&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%3A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88</id>
		<title>การจัดเก็บข้อมูลพรรณไม้ป่าภาคใต้ในอุทยานแห่งชาติแก่งกรุงอำเภอวิภาวดีจังหวัดสุราษฎร์ธานี - หน้าใหม่ [th]</title>
		<link rel="self" type="application/atom+xml" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php?feed=atom&amp;namespace=0&amp;title=%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%3A%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88"/>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9:%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88"/>
		<updated>2026-06-13T14:41:27Z</updated>
		<subtitle>จาก การจัดเก็บข้อมูลพรรณไม้ป่าภาคใต้ในอุทยานแห่งชาติแก่งกรุงอำเภอวิภาวดีจังหวัดสุราษฎร์ธานี</subtitle>
		<generator>MediaWiki 1.25.3</generator>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3</id>
		<title>อินทนิลน้ำ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3"/>
				<updated>2018-03-04T09:21:11Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;อินทนิลน้ำ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:in.jpg|300px]]&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' อินทนิลน้ำ ตะแบกดำ อินทนิล บาเย บาเอ&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Lagerstroemia speciosa (L.) Pers.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LYTHRACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ สูงประมาณ 10-15 ม. ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นสีเทา หรือสีน้ำตาลอ่อน เปลือกชั้นในสีส้ม หรือน้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เดี่ยว เรียงตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย ใบรูปขอบขนานหรือแกมรูปหอก ขนาด 6-10 x 12-26 ซม. ใบค่อนข้างหนา เกลี้ยงเป็นมันทั้งสองด้าน ปลายใบเรียว และเป็นติ่งแหลม โคนใบมนหรือเบี้ยว ใบอ่อนสีน้ำตาลอ่อนๆ เกลี้ยง เป็นมัน แกนกลางก้านใบและก้านใบสีชมพู &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ช่อแบบช่อแยกแขนงออกตามปลายกิ่งหรือตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ช่อดอกยาวถึง 30 ซม. สีม่วงเข้มถึงม่วงอมชมพู กลีบเลี้ยงเป็นรูปถ้วย ปลายแยก 6 แฉก มีสันนูนตามยาวกลีบดอก มี 6 กลีบ รูปช้อน ปลายแผ่ออกโคนกลีบเป็นก้านเรียว แผ่นกลีบเป็นคลื่นมีเกสรเพศผู้จำนวนมาก ตรงกลางดอกยอดเกสรสีเหลือง&lt;br /&gt;
*'''ผล''' แห้งแตก แข็ง รูปทรงกลมรีหรือรูปกระสวยป่องกลาง ผิวแข็ง เกลี้ยง ยาว 2-2.5 ซม. ผลแก่แตกออก 6 ซีก ภายในมีเมล็ดขนาดเล็กและมีปีกบางโค้งทางด้านบน 1 ปีก&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;[[ภาพ:In1.JPG|300px]][[ภาพ:In2.JPG|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/d093acd83158ea24d1384303f937d1fa.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/620845552177a41455ea0861cb48df34.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/a865625856dd941b4716d6049b8830c0.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87</id>
		<title>อะราง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-04T09:16:44Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;อะราง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:arang.jpg|300px]]&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' อะราง นนทรี อินทรี ราง ร้าง อะล้าง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Peltophorum dasyrachis (Miq.) Kurz''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นผลัดใบขนาดกลางถึงใหญ่ สูงประมาณ 10-30 ม. เรือนยอดโปร่ง กลม เปลือกต้นเรียบสีเทาปนน้ำตาล เปลือกชั้นใน สีส้ม-แดง&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ประกอบแบบขนนก 2 ชั้น เรียงสลับ ใบย่อย 6-16 คู่ เรียงตรงข้าม รูปขอบขนานแคบ ขนาด 5-8 x 10-15 มม. ปลายใบมน โคนใบเบี้ยว ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาล-แดง ปกคลุม มีหูใบคล้ายเขากวาง ขนาด 2 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''  เป็นช่อแบบช่อกระจะตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง สีเหลือง ช่อดอกห้อยลง ยาว 10-20 ซม. กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ 5 กลีบ รูปป้อม ผิวกลีบย่น เกสรเพศผู้ มี 10 อัน ก้านเกสรเพศเมีย มียอดกลม รังไข่มีขน&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ฝักแห้งแก่ไม่แตก แบน ขนาด 2-8 x 10-15 ซม. โคนและปลายเรียวแหลม เป็นช่อห้อยลง เมล็ด มี 4-8 เมล็ด เรียงตามขวาง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;[[ภาพ:arang2.jpg|300px]][[ภาพ:arang3.jpg|300px]][[ภาพ:arang4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/06b7f3aff4ba9350506e66372c630d52.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/4737346e5b202ddbbf6c4438449f12dd.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/f8458e4088f1989512c32747d346b813.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/c653813368c81817732709df437e1144.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A5</id>
		<title>อโศกเซนคาเบรียล</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A5"/>
				<updated>2018-03-04T09:07:27Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;อโศกเซนคาเบรียล&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ภาพ:asok.jpg|300px]]&amp;lt;br/&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' อโศกเซนคาเบรียล&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Polyalthia longifolia (Benth.) Hook.f.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' ANNONACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;เป็นไม้ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มเป็นรูปปิรามิดแคบๆ สูงเต็มที่ได้ถึง 25 m . กิ่งโน้มลู่ลงทั้งต้น ทำให้แลดูต้นสูงชลูดมาก เปลือกต้นเกลี้ยงสีเทาเข้ม หรือเทาปนน้ำตาล&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใบเดี่ยวรูปใบหอกแคบๆ ปลายแหลมยาว 15- 20 cm . สีเขียวเป็นมันเงางาม ขอบใบเป็นคลื่น&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกดอกในระหว่างเดือน มี.ค. - เม.ย. จะออกดอกสีเขียวอ่อนเป็นกระจุกตามข้างๆ กิ่ง แต่ละดอกเป็นรูปดาว 6 แฉก กลีบดอกเป็นคลื่นน้อยๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.5- 2 cm . ดอกบานอยู่นาน 3 สัปดาห์&lt;br /&gt;
*'''ผล'''ผลรูปไข่ ยาว 2 cm . เมื่อสุกสีดำ&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ภาพ:asok3.jpg|300px]][[ภาพ:asok4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.niyommit.org/botanic/plant/009asokesenkabrean/show.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.niyommit.org/botanic/plant/009asokesenkabrean/leaf.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.niyommit.org/botanic/plant/009asokesenkabrean/tree.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81</id>
		<title>แหลบุก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%81"/>
				<updated>2018-03-04T09:00:55Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;แหลบุก&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:lae.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' แหลบุก จันทิต พังตานเขา แหลช่อ แหลทอบ รังกะแท้&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Phoebe declinata Nees''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LAURACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นไม่ผลัดใบ สูงถึง 15 ม. เรือนยอด แผ่กว้าง ค่อนข้างทึบ ลำต้นเปลาตรง เปลือกนอกเรียบ หรือแตกเป็นร่องตื้น สีน้ำตาลเทา เปลือกในสีน้ำตาลอ่อน กระพี้สีเหลือง&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''  เดี่ยว เรียงเวียนสลับ ออกเป็นกลุ่มที่ ปลายกิ่ง แผ่นใบรูปขอบขนานแกมรูปรี ขนาด 2-8 x 10-25 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ เนื้อบาง ผิวเกลี้ยง ทั้งสองด้าน เมื่อขยี้มีกลิ่นอบเชย &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง ที่ง่ามใบ และปลายกิ่ง ยาวถึง 20 ซม. กลีบเลี้ยงโคน เชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยก 6 พู แยกเป็น 2 ชั้น ชั้นละ 3 พู ผิวเกลี้ยง สีเขียว ไม่มีกลีบดอก เกสรเพศผู้ไม่เป็นหมัน 9 อัน&lt;br /&gt;
*'''ผล''' สด เมล็ดเดียวแข็ง รูปขอบขนานหรือ รูปไข่แคบ ขนาด 0.5-1.0 x 0.8-1.2 ซม. ผิวเกลี้ยงเป็นมัน ด้านบนและด้านล่างแบน หรือบุ๋มเล็กน้อย กลีบเลี้ยงติดทนที่โคนผล ผลสุกสีดำ &lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:lae2.jpg|300px]][[ไฟล์:lae3.jpg|300px]][[ไฟล์:lae4.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/31e535f5a8212fff39101d7570a364c7.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/d57bf264188bb09d8aaca1c257a75aac.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/9f5b229fd93275ad0a7df2ccfcb71291.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/2828bbd67c685bc85d2337dddd211252.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87</id>
		<title>เหรียง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-04T08:53:06Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;เหรียง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:riang.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' เหรียง กะเหรี่ยง นะกิง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Parkia timoriana Merr.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง มีลำต้นเป็นเปลาตรง มีความสูงได้ถึง 50 เมตร มีพูพอนสูงถึง 6 เมตร ลักษณะโดยทั่วไปจะคล้ายคลึงกับสะตอ แต่จะแตกต่างกันตรงที่พุ่มใบของต้นเหรียงมักจะเป็นพุ่มกลม ไม่แผ่กว้างมากนัก และมีพุ่มใบแน่นเป็นสีเขียวทึบกว่าพุ่มใบของสะตอ เปลือกต้นเรียบ ที่กิ่งก้านมีขนปกคลุมขึ้นอยู่ประปราย และเป็นต้นไม้ที่ชอบแสงสว่างและพื้นที่ค่อนข้างชุ่มชื้น มักจะเริ่มผลัดใบในช่วงที่ออกช่อดอก และใบจะหลุดร่วงจนหมดต้นเมื่อผลเริ่มแก่พร้อม ๆ ไปกับใบอ่อนที่จะเริ่มผลิออกมาใหม่ ส่วนวิธีการปลูกต้นเหรียงจะนิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดเป็นหลัก นอกจากนี้ยังสามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีอื่น ๆ ได้อีก เช่น การตัดกิ่งปักชำและการติดตา แต่ไม่เป็นที่นิยม&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' มีก้านใบยาวประมาณ 4-12 เซนติเมตร มีต่อมเป็นรูปมนยาว 3.5-5 มิลลิเมตร อยู่เหนือโคน ส่วนก้านแกนช่อใบจะยาวประมาณ 25-40 เซนติเมตร มีช่อใบแขนงด้านข้างประมาณ 18-33 คู่ ใต้รอยต่อของก้านช่อใบแขนงด้านข้างมักมีต่อมเล็ก ๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตร ส่วนช่อแขนงยาวประมาณ 7-12 เซนติเมตร ในแต่ละช่อมีใบย่อยประมาณ 40-70 คู่ โดยใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานแคบ มีความกว้างประมาณ 5-7 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 1.5-1.8 มิลลิเมตร ส่วนปลายใบแหลมโค้งไปทางด้านหน้า ฐานใบมักยื่นเป็นติ่งเล็กน้อย เส้นแขนงของใบด้านข้างไม่ปรากฏชัดเจน&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกดอกเป็นช่อกลม มีขนาดของดอกกว้างประมาณ 2 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5 เซนติเมตร มีก้านช่อดอกยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร ส่วนก้านดอกย่อยมีก้านดอกสั้น ๆ และมีใบประดับยาวประมาณ 4-10 มิลลิเมตรรองรับกลีบรอง กลีบดอกของดอกสมบูรณ์เพศเชื่อมติดกันเป็นหลอด โดยจะออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ผลเป็นฝักกว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตรและยาวประมาณ 22-28 เซนติเมตร ตัวฝักตรงไม่บิดเวียนเหมือนกับสะตอบางพันธุ์ และเมล็ดก็ไม่นูนอย่างชัดเจน ฝักเมื่อแก่เต็มที่เปลือกจะแข็งและมีสีดำ ในแต่ละฝักจะมีเมล็ดลักษณะเป็นรูปไข่ มีขนาดประมาณ 11 x 20 เซนติเมตร หนึ่งฝักมีเมล็ดประมาณ 20 เมล็ด โดยจะออกผลหรือฝักในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม และฝักจะแก่ในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:riang2.jpg|300px]][[ไฟล์:riang3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/11/รูปเหรียง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/11/ต้นลูกเหรียง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/11/ใบเหรียง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87</id>
		<title>หางนกยูงฝรั่ง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B8%9D%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-04T08:46:29Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;หางนกยูงฝรั่ง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:hang.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' หางนกยูงฝรั่ง อินทรี ส้มพอหลวง หงอนยูง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Delonix regia (Bojer ex Hook.) Raf.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE&lt;br /&gt;
:ไม้ยืนต้นขนาดกลาง เมื่อต้นโตเต็มที่จะมีความสูงประมาณ 12-18 เมตร มีเรือนยอดแบแผ่กว้างเป็นทรงกลมคล้ายร่ม และแผ่กิ่งก้านออกคล้ายกับต้นจามจุรี แต่จะมีขนาดเล็กกว่า ลำต้นหางนกยูงฝรั่ง ลักษณะลำต้นจะเกลี้ยง เปลือกมีสีน้ำตาลอ่อนอมขาวถึงสีน้ำตาลเข้ม โคนต้นเป็นพูพอน และเมื่อต้นโตเต็มที่มักจะมีรากโผล่ขึ้นมาบนดินโดยรอบ ซึ่งต้นหางนกยูงฝรั่งจะขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดเป็นหลัก แต่ก็สามารถใช้วิธีการติดตา ต่อกิ่ง และเสียบยอดก็ได้เช่นกัน โดยจะเจริญเติบโตได้ดีในดินทั่วไป&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ใบ''' ลักษณะของใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้นเรียงเวียนสลับกัน และมีใบย่อยเรียงตรงข้ามกัน โดยขนาดของใบย่อยจะมีขนาดใกล้เคียงกับใบย่อยของมะขาม แผ่นใบเป็นรูปขอบขนาน ปลายกลมโคนเบี้ยว ผิวใบเกลี้ยง ต้นหางนกยูงฝรั่งเป็นพืชผลัดใบ ซึ่งมักจะผลัดใบในช่วงเดือนมีนาคมถึงช่วงเดือนมิถุนายน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ดอก''' ลักษณะเป็นช่อดอก ออกดอกตามปลายกิ่งและตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ยาวงอนออกมาเหนือกลีบดอก กลีบดอกประกอบด้วย 2 สี คือสีแดงและสีเหลือง แต่เวลามองอาจจะเห็นเป็นสีแสด ซึ่งดอกใดที่มีสีเหลืองมากกว่า ดอกก็เป็นสีแสดออกเหลือง ๆ แต่ถ้าดอกใดมีสีแดงมากกว่าก็จะออกเป็นสีแสดออกแดง (แต่ก็มีหางนกยูงบางต้นที่สามารถออกดอกเป็นสีแดงแท้ ๆ และดอกหางนกยูงฝรั่งสีเหลืองแท้ได้เหมือนกัน แต่ก็หาดูได้ยากนัก) ปกติแล้วโดยทั่วไปจะพบแต่หางนกยูงดอกสีแสด และดอกหางนกยูงฝรั่งจะออกดอกและทิ้งใบอยู่ใต้ต้นเหลือแต่บอกที่บานสะพรั่ง ทำให้ดูงดงามมากเป็นพิเศษ โดยในประเทศไทยฤดูที่ออกดอกของต้นหางนกยูงฝรั่ง ก็คือในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ผล''' ลักษณะของผลเป็นฝักแบนแข็ง โค้งเป็นรูปดาบ ยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตร และกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ลักษณะของฝักเป็นข้อ ๆ แต่ละข้อจะมีเมล็ด 1 เมล็ด เมื่อฝักแก่จะแตกออก และในฝักมีเมล็ดเรียงอยู่ตามขวางประมาณ 20-40 เมล็ด เมล็ดอ่อนมีสีเขียว ส่วนเมล็ดแก่เต็มที่จะเป็นสีเทาอมขาว ลักษณะค่อนข้างเป็นทรงกลม (หรือทรงกระบอกหัวท้ายมน)&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:hang2.jpg|300px]][[ไฟล์:hang3.jpg|300px]][[ไฟล์:hang4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
http://halsat.com/wp-content/uploads/2016/12/หางนกยูงฝรั่ง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/08/รูปหางนกยูงฝรั่ง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/08/ใบหางนกยูงฝรั่ง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/08/ดอกหางนกยูงฝรั่ง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87</id>
		<title>หูกวาง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-04T08:40:21Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;หูกวาง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:hoo.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' หูกวาง โคน ดัดมือ ตัดมือ ตาปัง ตาแปห์ หลุมปัง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Terminalia catappa L.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' COMBRETACEAE&lt;br /&gt;
:หูกวางเป็นไม้ต้นผลัดใบช่วงสั้น สูงถึง 25 ม. ทรงต้นเมื่ออายุยังไม่มากรูปเจดีย์ โดยมีกิ่งเรียงเวียนแบนเป็นชั้นในแนวราบ ต้นแก่ลำต้นใหญ่โค้งงอ เรือนยอดไม่เป็นระเบียบแต่ยังคงแตกกิ่งด้านข้างชัด &lt;br /&gt;
'''เปลือก''' สีครีมถึงสีน้ำตาลอมเทา แตกเป็นร่องตื้นและเป็นชิ้นเล็กๆ เปลือกในสีน้ำตาลอมชมพู ยอดอ่อนปกคลุมด้วยขนคล้ายเส้นไหมสีทองแน่น ใบแก่คล้ายแผ่นหนังเกลี้ยงและเป็นมันด้านบน ด้านล่างเกลี้ยง พบน้อยที่มีขนละเอียด เมื่อแห้งมีสิวเม็ดเล็กๆทั้งสองด้าน &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ใบ''' รูปไข่กลับหรือพบบ้างรูปรี กว้าง 8-15 ซม. ยาว 12-25 ซม. ปลายทู่หรือแหลมสั้น ค่อยๆสอบไปยังโคนกลมหรือโคนกึ่งรูปหัวใจ เส้นกลางใบเป็นร่องด้านบน ใบแก่สีแดงสด เส้นใบ 6-9 คู่อยู่ห่างกันจมด้านบน โค้งและหายไปใกล้ขอบใบ เส้นใบย่อยเป็นร่างแห มักมีตุ่มที่ซอกเส้นใบ ก้านใบยาว 0.5-1.2 ซม. สั้นและใหญ่ มักมีขนละเอียด มีต่อมไม่ชัดที่ปลายก้านใบหรือที่โคน กิ่งใหญ่(หนาประมาณ 8 มม.ที่ปลาย) มีรอยแผลเป็นที่ใบหลุดไปขนาดใหญ่&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ดอก''' สีขาวหรือสีเขียวอมเหลืองอ่อน มีกลิ่น ออกเป็นช่อเชิงลดไม่แตกแขนง ยาว 8-16 ซม. ตามง่ามใบบนๆ ดอกส่วนมากเป็นดอกตัวผู้ ก้านดอกยาวแต่ดอกล่างๆในช่อเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ไม่มีก้านดอก กลีบเลี้ยงโคนรูปถ้วยตื้น ปลายเป็นพูสามเหลี่ยม ยาว 1-1.5 มม. มักเกลี้ยง เกสรตัวผู้ยาว 2.5 มม. ก้านชูอับเรณูเกลี้ยง ก้านเกสรตัวเมียยาวประมาณ 2 มม. เกลี้ยง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ผล''' รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 2-5 ซม. ยาว 3.5-7 ซม. ค่อนข้างแบน มีสันแคบที่ขอบทั้งสองด้าน สีเขียวสด เมื่อสุกสีเหลืองหรืออมแดง เกลี้ยงและเป็นมันด้านนอก ด้านในเนื้อคอร์ก* มีรูอากาศทั่วไป ผนังผลชั้นในใหญ่แข็ง&lt;br /&gt;
:พบตามชายหาดทรายหรือโขดหิน ชายฝั่งอันดามัน นิยมปลูกตามสองข้างถนนทั่วประเทศ&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:hoo2.jpg|300px]][[ไฟล์:hoo3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
http://book.baanlaesuan.com/wp-content/uploads/2016/05/bangal-almond2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/07/ใบหูกวาง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/07/ดอกหูกวาง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%99</id>
		<title>หวายกำพวน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%99"/>
				<updated>2018-03-04T08:36:13Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: สร้างหน้าด้วย &amp;quot;'''ชื่อไทย :''' หวายกำพวน &amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Calamus longisetus Griff.'' &amp;lt;br&amp;gt;'''...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;'''ชื่อไทย :''' หวายกำพวน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Calamus longisetus Griff.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' PALMAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;พืชกึ่งเลื้อย ลำต้นมีข้อปล้องชัดเจน ผิวเรียบ เป็นมัน สีเขียวออกเหลือง มีกาบใบหุ้มซ้อนกันและมีหนามคมสีนํ้าตาลดำ ขนาดและความยาวต่างคละกันไป เรียงตัวแน่นทั้งกาบใบ ลำต้นใหม่ มักตั้งตรง และล้มพาดไปกับดินหรือต้นไม้อื่นยาว 8-10 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใบประกอบแบบขนนก ก้านใบยาว 50-80 ซม. มีหนามโค้งทั่วไป ใบย่อยเป็นทางยาวคล้ายใบมะพร้าว ขอบใบขนาน แผ่นใบเรียงตาม ยาว 30-50 ซม&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' สีขาวนวล ดอกเป็นช่อตามซอกกาบใบบริเวณยอด มีก้านยาว ออก 1 เมตร โดยมีดอกขนาดเล็ก เรียงตัวแน่นบนก้านดอกในแนวตั้งฉาก กับก้านดอกหลัก&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ทรงกลมรี เปลือกผลมีรอยแยกคล้ายเกล็ดปลา เมื่อสุกมีสีเหลือง เนื้อในสีนํ้าตาลมีรสฝาด เมล็ด ทรงกลมแป้น ขั้วและปลายผลบุ๋มลึก ข้างผลมีร่องฟันเฟืองโดยรอบ เมล็ดสีน้ำตาลไหม้&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3</id>
		<title>หว้าน้ำ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3"/>
				<updated>2018-03-04T08:33:16Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;หว้าน้ำ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลร...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:warnam.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' หว้าน้ำ&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Syzygium thorelii (Gagnep.) Merr.&amp;amp; L.M.Perry''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' MYARTACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt; ไม้ต้น  สูง  5-20  (-35)  เมตร  เรือนยอดเป็นพุ่มทรงสูงถึงค่อนข้างกลม  โคนต้นมีรากค้ำยันสูง  1-2  เมตร  เปลือกสีน้ำตาลแกมเหลืองถึงสีน้ำตาลเทา  เรียบถึงแตกสะเก็ด  เปลือกชั้นในสีแดงเข้ม  ถึงแดงแกมม่วง&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' รูปหอกถึงรูปรีแกมรูปขอบขนาน  กว้าง  3-7  เซนติเมตร  ยาว  7-18  เซนติเมตร   ผิวใบเกลี้ยง  ปลายใบเรียวแหลม  โคนใบสอบถึงมน  เส้นแขนงใบ  20-25  คู่ ปลายเส้นโค้งจรดกันห่างจากขอบใบ 2-3  มิลลิเมตร  และมีเส้นบาง ๆ อีกเส้นหนึ่งชิดขอบใบ  ก้านใบยาวประมาณ  1  เซนติเมตร&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' สีขาว  เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ  1  เซนติเมตร  ออกเป็นช่อแยกแขนงสั้น ๆ ตามง่ามใบและปลายกิ่ง  ผล  ค่อนข้างกลม  เส้นผ่านศูนย์กลาง  2-3  เซนติเมตร  แก่สุกสีเขียว  บางครั้งแต้มด้วยสีม่วง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:warnam2.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/Pattani_botany/พันธุ์ไม้/ป่าพรุ/หว้าน้ำ/pหว้าน้ำ%20%20Eugenia%20%20oblata%20%20Roxb.-3.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/Pattani_botany/พันธุ์ไม้/ป่าพรุ/หว้าน้ำ/pหว้าน้ำ%20%20Eugenia%20%20oblata%20%20Roxb.-2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2</id>
		<title>หว้า</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%B2"/>
				<updated>2018-03-04T08:25:56Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;หว้า&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:war.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' หว้า&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Syzygium cumini (L.) Skeels''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชือวงศ์ :''' MYRTACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ยืนต้นที่มีความสูงมากประมาณ 10-35 เมตร ลักษณะของลำต้นตรง เปลือกลำต้นมีสีน้ำตาล ค่อนข้างเรียบ &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามลักษณะรูปไข่หรือรูปทรงรีมีความกว้างประมาณ 3-7 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 8-14 เซนติเมตร ใบมีจุดน้ำมันที่บริเวณขอบใบ&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ดอกออกเป็นช่อมีสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนหรือออกที่ซอกใบหรือปลายยอด ฐานรองดอกมีลักษณะเป็นรูปกรวย มีกลีบเลี้ยงจำนวน 4 กลีบและมีกลีบดอกจำนวน 4 กลีบ เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก ออกดอกและกลายเป็นผลประมาณเดือน ธันวาคมถึงมิถุนายน &lt;br /&gt;
*'''ผล''' ผลเป็นผลสดมีสีม่วงดำ ลักษณะรูปรีแกมรูปไข่ มีความฉ่ำน้ำ ผิวเรียบมัน ขนาด 1 เซนติเมตร ผลแก่ราวเดือนพฤษภาคม มีเมล็ดจำนวน 1 เมล็ด ลักษณะเป็นรูปไข่&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:war2.jpg|300px]][[ไฟล์:war3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.chiangmainews.co.th/page/wp-content/uploads/2017/04/p4-2-800x600.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.cheewajithome.com/wp-content/uploads/2017/10/สรรพคุณสมุนไพรหว้า.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.cheewajithome.com/wp-content/uploads/2017/10/หว้าสมุนไพร.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%AD</id>
		<title>หลุมพอ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%AD"/>
				<updated>2018-03-04T08:11:30Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;หลุมพอ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:lum.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' หลุมพอ มือบา เมอบา กะลุมพอ สะหลุมพอ&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Intsia palembanica Miq.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE&lt;br /&gt;
:ไม้ต้นใหญ่ ผลัดใบช่วงสั้น สูงได้ถึง 50 ม. เรือนยอดคล้ายโดม กิ่งใหญ่ พูพอนแผ่กว้าง สูงได้ถึง 7 ม.&lt;br /&gt;
'''เปลือก''' สีเทาอ่อนถึงน้ำตาลอมส้ม แตกเป็นแผ่นกลมบาง เปลือกในสีแดงอ่อน มีเส้นใย &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ใบ''' ประกอบแบบขนนกยอดคู่ มีใบ่ย่อย 4 คู่ ออกตรงข้าม กว้าง 4-6 ซม. ยาว 7-12 ซม. พบน้อยที่กว้างถึง 10 ซม. ยาวถึง 18 ซม. รูปไข่ถึงขอบขนาน ปลายทู่หรือเกือบแหลม โคนเกือบเบี้ยว ใบแก่เนื้อคล้ายหนังเป็นมันด้านบนเกลี้ยง มักมีต่อมคล้ายหลุม 1-2 คู่ใกล้โคนใบด้านล่าง เส้นกลางใบนูนทั้งสองด้าน ก้านใบย่อยยาว 2-5 มม. บิดแกนกลางใบยาว 10-18 ซม. มีขนกระจายเมื่อยังอ่อน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ดอก''' สมบูรณ์เพศเป็นช่อแตกแขนง ยาว 5-10 ซม. ที่ปลายกิ่งและซอกใบบนๆ ก้านดอกยาว 3-12 มม. ฐานดอกรูปถ้วยยาว 3-4 มม.สั้นกว่ากลีบเลี้ยงมาก กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กว้าง 3-4 ซม. ยาว 4-8 มม. สีเขียวอ่อนมีขนละเอียดสีเทาด้านนอก กลีบดอก 1 กลีบ กว้าง 3-6 ซม. ยาว 6-10 ซม. สีขาวถึงเหลืองอ่อนรูปช้อนกว้าง มีโคนเป็นก้านสีแดง เกสรตัวผู้สมบูรณ์ 3 อัน มีก้านชูอับเรณูเล็กเรียว สีม่วงเข้ม ยาว 2-4 ซม. อับเรณูสีแดงยาว 3 มม. มีเกสรตัวผู้เป็นหมันสั้นกว่า 4-7 อัน ยาว 0.4-1 ซม. ทั้งหมด เชื่อติดกันที่โคนเป็นวงแหวนตื้น รังไข่ยาว 6 มม. มีก้านสั้น สีเขียวออกเหลืองอ่อน มีขนสีอ่อน ก้านเกสรตัวเมียเรียวยาวเท่าเกสรตัวผู้&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ผล''' กว้าง 6-9 ซม. ยาว 15-40 ซม. เปลือกหนา สีเขียวตอนยังสดอยู่ แห้งสีน้ำตาลเข้มหรือดำ ติดอยู่บนต้นนานกว่าจะแตก มีได้ถึง 8 เมล็ด กลมแบนขนาด 3-4.5 ซม. ไม่มีเนื้อ &lt;br /&gt;
:พบทัั่วไปในป่าดิบที่ยังไม่ถูกบุกรุก ถูกตัดไปมมากจากการทำไม้ เป็นไม้ที่มีขนาดใหญ่ชิดหนึ่งในภาคใต้ มักจะมีเรือนยอดเด่นโผล่ขขึ้นจากป่ามองเห็นได้ไกลๆ&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:lum2.jpg|300px]][[ไฟล์:lum3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://board.trekkingthai.com/board/upload/photo/2007-02/1311270_45cIeWwACU2523.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://board.trekkingthai.com/board/upload/photo/2007-02/1311292_NTAlKkFtWP4544.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://board.trekkingthai.com/board/upload/photo/2007-02/1311297_mWl6W7GQKi5141.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99</id>
		<title>หญ้าหนูต้น</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99"/>
				<updated>2018-03-04T08:04:34Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;หญ้าหนูต้น&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:yar.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' หญ้าหนูต้น มะพร้าวป่า ศรีคันชัย ลำพัน หอมแดง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Dianella ensifolia (L.) DC.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' PHORMIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;เป็นไม้ล้มลุก มีความสูงจากพื้นดินประมาณ 30-60 เซนติเมตร นอกจากส่วนที่อยู่โผล่พ้นดินแล้ว หญ้าหนูต้นยังมีส่วนที่เป็นเหง้าใต้ดินที่ขึ้นในลักษณะเป็นกอขนาดเล็กด้วย&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' จะเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ แตกเป็นกระจุกที่โคนต้นอยู่ในระนาบเดียวกัน และห่อเรียงสลับกันขึ้นมาจากโคนต้นลักษณะใบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปหอก ขนาดกว้างประมาณ 1-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 20-60 เซนติเมตร ฐานใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ก้านใบแผ่เป็นแผ่นและหุ้มซ้อนกัน&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเป็นช่อ โดยออกดอกบริเวณซอกใบที่โคนต้นหรือออกที่ปลายกิ่ง มีใบประดับขนาดใหญ่รองรับ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีสีขาวแกมม่วงและมีลักษณะที่เหมือนกัน โดยมีลักษณะเป็นหลอดเล็กๆ ปลายแยกเป็นกลีบ 6 กลีบ ภายในดอกมีเกสรเพศผู้สีเหลือง  6 อัน&lt;br /&gt;
*'''ผล''' มีลักษณะเป็นทรงกลม ผลอ่อนมีสีเขียว  เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมน้ำเงินหรือสีม่วงเข้ม ผลมี 3 พู ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.8 เซนติเมตร ภายในผลมีเมล็ดเล็กๆ ลักษณะเมล็ดเป็นทรงรีและปลายค่อนข้างแหลม&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:yar2.jpg|300px]][[ไฟล์:yar3.jpg|300px]][[ไฟล์:yar4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://2.bp.blogspot.com/-lIcwoZteTFs/Vvt9AGOgTOI/AAAAAAAAV9A/_eq_irqqDa8FKpkVUtbtauadY8x6dU0TQ/s1600/หญ้าหนูต้น%2B1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/10/หญ้าหนูต้น1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/10/หญ้าหนูต้น2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/10/หญ้าหนูต้น3.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%B2</id>
		<title>แสลงพันเถา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%B2"/>
				<updated>2018-03-04T07:59:19Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;แสลงพันเถา&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:salang.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' แสลงพันเถา&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Bauhinia pulla Craib''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;เป็นไม้เถาเนื้อแข็ง&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือกลม กว้าง 3-12 เซนติเมตร ยาว 3-15 เซนติเมตร  ปลายเป็นแฉกลึก ประมาณ 1/3 ของความยาวใบ&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ช่อดอกแบบช่อแยกแขนงขนาดใหญ่ ออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกสีเขียวอ่อนอมเหลือง มีจานฐานดอกสีแดงสด&lt;br /&gt;
*'''ผล''' เป็นฝักแบน รูปขอบขนานแกมรูปใบหอก&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:salang2.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/แสลงพัน.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/แสลงพัน1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%B2</id>
		<title>สำเภา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%B2"/>
				<updated>2018-03-04T07:46:42Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;สำเภา&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:sampao.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' สำเภา ขี้หนอนขาว ดังข้าว หมักควาย&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Chaetocarpus castanocarpus (Roxb.) Thwaites ''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์''' : EUPHORBIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นไม่ผลัดใบหรือผลัดใบระยะสั้น สูงถึง 45 ม. เรือนยอดรูปไข่ ค่อนข้างทึบ ลำต้น เปลาตรง เปลือกนอกแตกเป็นร่องตื้น สีน้ำตาลเทา เปลือกในสีชมพู กระพี้สีเหลือง&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เดี่ยว เรียงสลับระนาบเดียว แผ่นใบ รูปไข่หรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ขนาด 1.5-8.0 x 3.5-18.5 ซม. ปลายแหลม โคนสอบ เล็กน้อยถึงมน ขอบเรียบ เนื้อหนาคล้ายหนัง ผิวเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นแขนงใบข้างละ 7-9 เส้น&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' แยกเพศอยู่ร่วมต้นหรืออยู่ต่างต้น ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่ง่ามใบและ ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง 4 กลีบ รูปไข่ ขอบโค้งเข้า ด้านใน สีน้ำตาล ไม่มีกลีบดอก ดอกเพศผู้ เกสรเพศผู้ 12 อัน อับเรณูรูปสามเหลี่ยมหรือ รูปรี สีเหลือง ดอกเพศเมีย รังไข่ทรงไข่กว้าง หรือทรงคนโฑ สีเขียว ก้านชูเกสรเพศเมีย 3 อัน แต่ละอันปลายแยก 2 แฉก ขอบเป็นริ้ว&lt;br /&gt;
*'''ผล'''  แห้งแตก ค่อนข้างกลมถึงรูปขอบขนาน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.8-1.8 ซม. เปลือกผล หนาแข็ง ผิวมีขนแข็งสีน้ำตาลเหลืองหนาแน่น ผลแตก 3 พู ภายในมี 3 เมล็ด ค่อนข้างกลม ผิวเกลี้ยง สีดำเป็นมัน มีเยื่อหุ้มสีแดงสด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:sampao2.jpg|300px]][[ไฟล์:Sampao3.JPG|300px]][[ไฟล์:sampao4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/794792718a8e01c2270ec85b913870f4.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/1420dfe2c62c23984ba19699ca6d52e4.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/cec454fa7c6d51e1502cecae39bbe4a1.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/9df51e5c819622125252e30a9bedfd97.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81</id>
		<title>ส้านใบเล็ก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81"/>
				<updated>2018-03-04T07:37:36Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;ส้านใบเล็ก&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:san.jpg|200px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ส้านใบเล็ก มะโตน &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Dillenia ovata Wall. ex Hook.f. &amp;amp; Thomson''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์''' : DILLENIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt; ไม้ต้นผลัดใบ สูงถึง 30 ม. เรือนยอดเป็น พุ่มกลม ทึบ ปลายกิ่งห้อยลง เปลือกนอก แตกเป็นสะเก็ด สีน้ำตาล เปลือกในสีน้ำตาลแดง&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เดี่ยว เรียงเวียนสลับ ออกเป็นกลุ่มที่ ปลายกิ่ง แผ่นใบรูปไข่กลับ ขนาด 7-12 x 10-20 ซม. ปลายมนหรือเว้าบุ๋มเล็กน้อย โคนมนหรือเบี้ยว ขอบเรียบหรือจักฟันเลื่อย ผิวใบด้านบนมีขนนุ่ม ผิวใบด้านล่างมีขนสาก เส้นแขนงใบข้างละ 15-25 คู่ เรียงขนานกัน ชัดเจน และนูนเด่นด้านล่างใบ &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเดี่ยวที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบนอก 2 กลีบ มีขนาดใหญ่กว่ากลีบใน 3 กลีบ รูปไข่กลับ สีเขียวอมเหลือง กลีบดอก 5 กลีบ ใหญ่เป็นสามเท่าของกลีบเลี้ยง รูปไข่กลับ สีเหลืองสด หลุดร่วงง่าย เกสรเพศผู้ จำนวนมาก เรียง 2 ชั้น ปลายเกสรชั้นนอก จะงุ้มเข้า ปลายเกสรชั้นในจะเบนออก ยอดเกสรเพศเมียแผ่กางออก ดอกบานเต็ม ที่กว้าง 15-20 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ผล''' สด แบบมีเนื้อหลายเมล็ด ลักษณะเป็น กาบอวบน้ำห่อกันเป็นทรงกลม ขนาดเส้น ผ่าศูนย์กลาง 5-6 ซม. เนื้อผลหนา ผลสุก สีเหลือง เมล็ดสีดำเป็นมันมีเยื่อหุ้ม&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:san2.jpg|300px]][[ไฟล์:san3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/e70fa558f5242c8f5a07b51ea26de08a.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/cdbe79fbf63d5c8864e7e26167570ff5.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/bbcce5a6e2c2815189dddc3112ee3a9e.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88</id>
		<title>สักขี้ไก่</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88"/>
				<updated>2018-03-04T07:26:53Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;สักขี้ไก่&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:sakkeekai3.jpg|200px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' สักขี้ไก่ กะเปียด ปอฟาน สามป้าง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : '' Premna tomentosa Willd.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์''' : LABIATAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt; สักขี้ไก่เป็นไม้ต้น ผลัดใบ สูง 15–20 ม. เรือนยอดเป็นพุ่มทรงสูง ถึงค่อนข้างกลม ลำต้นมักคดงอ เปลือกสีเหลืองแกมเทา ค่อนข้างเรียบ กิ่งเป็นเหลี่ยมสี่มุม กิ่งอ่อนมีขนรูปดาวสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่นใบรูปไข่ หรือรูปรีแกมรูปไข่ กว้าง 8–9 ซม. ยาว 21–30 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเว้า หรือมนกลม ขอบใบเรียบ หรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ผิวใบด้านบนมีขนตามเส้นกลางใบ ด้านล่างมีขนรูปดาวหนาแน่น เส้นแขนงใบ 6–10 คู่ ระหว่างเส้นใบมีเส้นขั้นบันไดชัดเจน ก้านใบยาว 1.5–11 ซม. &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' เล็ก สีขาว ออกเป็นช่อแยกแขนงตามปลายกิ่งและตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ค่อนข้างกลม เปลือกแข็งมีขนปกคลุมหนาแน่น เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7–0.8 ซม. หุ้มด้วยกลีบเลี้ยงรูปคล้ายถุง ผลแก่สีดำ&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:sakkeekai.jpg|300px]][[ไฟล์:sakkeekai2.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/Pattani_botany/พันธฺุ์ไม้/ป่าบก/สักขี้ไก่/pสักขี้ไก่.1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/Pattani_botany/พันธฺุ์ไม้/ป่าบก/สักขี้ไก่/pสักขี้ไก่.2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/Pattani_botany/พันธฺุ์ไม้/ป่าบก/สักขี้ไก่/pสักขี้ไก่.3.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81</id>
		<title>สัก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81"/>
				<updated>2018-03-04T07:07:57Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;สัก&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:sak.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' สัก ปายี้ ปีฮี ปีฮือ เส่บายี้&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์''' : ''Tectona grandis L.f.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์''' : LABIATAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นใหญ่ ผลัดใบ สูงได้ถึง 30 ม. เรือนยอดแคบไม่เป็นระเบียบ มีกิ่งใหญ่ๆ ชูชัน ลำต้น เส้นผ่าศูนย์กลางยาวได้ถึง 180 ซม. แล้วเริ่มเป็นร่องและมีพูพอนเล็กน้อยที่โคน เมื่ออายุมากขึ้น เปลือกสีน้ำตาลอ่อนหรือออกเทา ลอกออกเป็นแถบแคบตามยาว เปลือกในสีข่วถึงเหลืองอ่อน มียางเหนียว เมื่อถูกอากาศเป็นสีดำ &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' กว้าง 12-35 ซม. ยาว 15-60 ซม. ยาวมากกว่าเมื่อแตกบนหน่อ มักมีขนาดเล็กกว่าใต้ช่อดอก รูปไข่กลับกว้างถึงรูปไข่ ปลายทู่หรือแหลมสั้น โคนเรียวแหลม ขอบเรียบ กิ่งอ่อนมีขนรูปดาวสีออกเหลืองแน่น ใบแก่เนื้อหยาบด้านบน มีขนขุยนุ่มสีออกเหลืองกระจายถึงแน่นด้านล่าง ก้านใบยาว 1.5-5 ซม. ใหญ่ล่ำ มีปีกแคบ มีขนขุย กิ่งเป็นเหลี่ยมเมื่อตัดขวาง มีขนขุยเมื่อยังอ่อน&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ยาวประมาณ 0.7 ซม. เล็กสีขาว บางทีมีแต้มสีออกชมพูหรือจุดสีม่วงแดงด้านนอก สมมาตร ออกเป็นช่อแตกแขนงกว้าง ทรงปีระมิด กว้างได้ถึง 40 ซม. ยาวได้ถึง 50 ซม. ตั้งตรงที่ปลายกิ่งและตามซอกใบบนๆ ที่ลดรูปลงคล้ายใบประดับช่อดอก ยื่นเหนือใบและปกคลุมทั้งเรือนยอดเวลาออกดอก กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 2 มม. รูประฆัง มีซี่ฟัน 6 ซี่เท่ากัน ยาวน้อยกว่า 1 มม. มีขนสีน้ำตาลด้านนอก กลีบดอกโคนรูปกรวยปลายมีพู 6 พู เท่ากัน ยาวประมาณ 3 มม. รูปไข่ปลายทู่หรือกลม บางงทีเป็นแอ่งหรือจักลึก กางหรือพับกลับ มีขนด้านนอกและที่คอหลอดด้านใน เกสรตัวผู้มี 6 อัน ค่อนข้างเท่ากัน ติดใกล้โคนหลอดและยื่นยาวพ้นคอหลอดกลีบดอก อับเรณูสีส้มอมเหลือง รังไข่มีขนแน่น ก้านเกสรตัวเมียมี 1 อัน เล็กเรียวยาวเกือบเท่าเกสรตัวผู้&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ยาว 1.8-2.5 ซม. แห้ง ประกอบด้วยกลีบเลี้ยงพองบางคล้ายกระดาษล้อมรอบผนังผลชั้นในแข็งที่มีขนยาวประมาณ 1 ซม. ภายในมีช่องว่าง 4 ช่อง แต่ละช่องมีเมล็ด 1 เมล็ด&lt;br /&gt;
พืชพื้นเมืองของอินเดีย เมียนมาร์ และภาคเหนือของไทย ปลูกตามถนนและหมู่บ้านในภาคใต้ ออกดอกดกมากช่วงหน้าฝน&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:sak2.jpg|300px]][[ไฟล์:sak3.jpg|300px]][[ไฟล์:sak4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://sites.google.com/site/nadanatlada/_/rsrc/1467128062700/tnmi-thi-chxb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%811.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/06/ผลสัก.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/06/เมล็ดสักทอง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/06/ใบสัก.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%AD</id>
		<title>สะตอ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%AD"/>
				<updated>2018-03-04T06:53:51Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;สะตอ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:sator.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' สะตอ ตอตาน กะตอ ตอข้าว&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Parkia speciosa Hassk.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูงได้ถึง 40 ม. เรือนยอดกว้าง มักมีพูพอนชัด สูงได้ถึง 1.5 ม. &lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแดง เรียบหรือลอกเป็นแผ่นเล็ก เปลือกในสีแดง มีรอบขีดขาว&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ประกอบขนนก 2 ชั้น ช่อใบ 11-20 คู่ มีใบย่อยเล็ก ออกตรงข้าม 20-40 คู่ กว้าง 1.5-2.5 มม. 5-10 มม. รูปขอบขนานแคบเกือบตรง ปลายทู่หรือกลม โคนเบี้ยว มีซี่ฟันเล็กๆ ด้านหนึ่ง เส้นกลางใบอยู่ตรงกลางถึงกลางใบ เส้นใบจาง ก้านใบยาว 3-8 ซม. มีต่อมรีตรงกึ่งกลางแกนกลางใบยาว 15-30 ซม. มีต่อมกลมเล็กกว่าไปทางปลาย ช่อใบป่องที่โคน มีต่อมเล็กๆไปยังปลาย&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเป็นช่อ กระจุกรูปกระบอง กว้างประมาณ 4 ซม. ยาวประมาณ 6 ซม. ห้อยลงมาจากปลายกิ่ง มีก้านช่อห้อยยาวได้ถึง 50 ซม. ช่อกระจุกมี 4-10 ช่อ แต่ช่อกระจุกมีดอกปุกปุยสีขาว เป็นหมัน ที่โคนช่อ มีแถบของดอกตัวผู้อยู่ตรงกลาง ซึ่งมีต่อมน้ำหวานและมีดอกสมบูรณ์เพศสีเหลืองกลุ่มใหญ๋ไปถึงทางปลายช่อ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกยาว 6-10 มม. รูปกรวยถึงเป็นหลอด ปลายมีพู 5 พู ยาว 1-1.5 มม. เกสรตัวผู้มี 10 อัน ยาวพ้นกลีบดอก 2.5 มม. โคนเชื่อมกันเป็นหลอดยาว 5-8 มม.&lt;br /&gt;
*'''ฝัก''' กว้าง 3-5 ซม. ยาว 36-45 ซม. หลายฝักห้อยลง ปลายก้านช่อฝักพอง (ฐานดอก) แต่ละฝักรูปคล้ายสายเข็มขัด เนื้อคล้ายหนัง มักบิดเป็นเกลียว พองตรงเมล็ดและคอดระหว่างเมล็ดประมาณ 18 เมล็ด กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 2-2.5 ซม. กลมหรือรูปไข่ เรียงขวางฝัก สีเขียวสด มีกลิ่นแรง&lt;br /&gt;
พบทั่วไป ในป่าดิบที่ต่ำ มีปลูกกันมากตามหมู่บ้าน เพื่อกินเมล็ดและฝักอ่อน&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:sator2.jpg|300px]][[ไฟล์:sator3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
https://i2.wp.com/kasettumkin.com/wp-content/uploads/2017/06/897896-img.rcps2j.0p.jpg?resize=550%2C358&amp;amp;ssl=1&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://puechkaset.com/wp-content/uploads/2016/08/สะตอ.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://puechkaset.com/wp-content/uploads/2016/08/ดอกสะตอสะตอ.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1</id>
		<title>สะเดาเทียม</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1"/>
				<updated>2018-03-01T11:18:35Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;สะเดาเทียม&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:Sadao.JPEG|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' สะเดาเทียม เทียม&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Azadirachta excelsa (Jack) Jacobs''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' MELIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้น ผลัดใบช่วงสั้น สูงได้ถึง 30 ม. ลำต้นกลมใหญ่ เรือนยอดค่อนข้างเปิดไม่สม่ำเสมอ บางทีมีพูพอนกว้างสั้น เปลือกสีน้ำตาลอมเทาถึงสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นชิ้นหรือลอกออกเป็นแถบยาว เปลือกชั้นในสีแดงอมส้มถึงน้ำตาลแดง&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ยาว 35-70 ซม. ออกแน่นเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง ใบประกอบแบบขนนกยอดคู่หรือพบบ้างยอดเดี่ยว ใบย่อย  7-10 คู่ ออกตรงข้าม กว้าง 2-4 ซม. ยาว 5-12 ซม. ใบกลางขนาดใหญ่สุด รูปรีแคบถึงรูปใบหอก ปลายแหลมหรือเรียวแหลมสั้น โคนเบี้ยวขอบค่อนข้างตรงหรือโค้งเล็กน้อย  เรียบ ใบอ่อนสีชมพูถึงน้ำตาลอมส้ม ขนละเอียด ใบแก่เนื้อบาง เกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นใบ 6-11 คู่ โค้ง เส้นใบย่อยเป็นร่างแหเปิด ก้านใบย่อยยาวประมาณ 2 มม. ก้านช่อใบยาว 5-8 ซม โคนป่อง มีต่อมกลม 1 คู่และต่อมแคบยาว 1 คู่ ตาใบมียางชันฉาบอยู่ &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ยาวประมาณ 1.6 สีขาวอมเขียวอ่อน กลิ่นหอมอ่อน ดอกตัวผู้และดอกสมบูรณ์เพศอยู่ต้นเดียวกัน ออกเป็นช่อตั้งตรงแตกแขนง ยาว 20-45 ซม. ที่ซอกใบ ก้านดอกยาว 2-5 มม. ขนละเอียด มีข้อต่อตรงกึ่งกลาง กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 1 มม. ปลายจัก 5 แฉก มีขนด้านนอกหรือตามขอบ กลีบดอก 5 กลีบ คล้ายสายเข็มขัด กว้างประมาณ 2.5 มม. ยาวประมาณ 8 มม. กางออกคล้ายดาว เกสรตัวผู้รูปทรงมีสันตื้น 10 สัน แต่ละสันตรงปลายสุดเป็นพูแตกเป็นง่าใ ด้านนอกเกลี้ยง มีขนละเอียดในส่วนบน มีอับเรณู 10 อัน อยู่ตรงข้ามพู โผล่พ้นปากหลอดเล็กน้อย รังไข่มี 3 ช่อง โคนล้อมรอบด้วยจานฐานดอกเล็กรูปวงแหวน ก้านเกสรตัวเมียเป็นแท่ง ปลายพอง ยอดเกสรตัวเมียมี 3 พู&lt;br /&gt;
*'''ผล''' กว้างประมาณ 1.5 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. รูปไข่หรือขอบขนาน หนามัน เกลี้ยง มียางขาวบางๆ เมื่อสุกสีเขียวหรือเหลือง ไม่แตก เมล็ดใหญ่ รูปไข่อยู่ในผนังบางแข็งสีอ่อน เมื่อตัดผลมีกลิ่นคล้ายกระเทียม &lt;br /&gt;
บางทีปลูกเพื่อเอาเนื้อไม้หรือให้ร่มเงา ในจังหวัดสตูล สงขลา อาจจะเป็นไม้ป่าในภาคใต้&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:sadao2.jpg|300px]][[ไฟล์:sadao3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://mpics.manager.co.th/pics/Images/558000002317204.JPEG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://tree.aru.ac.th/img/37/1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://tree.aru.ac.th/img/37/2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%81</id>
		<title>สมอพิเภก</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%81"/>
				<updated>2018-03-01T11:15:20Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;สมอพิเภก&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแล...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:samor.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' สมอพิเภก แหน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' COMBRETACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นผลัดใบช่วงสั้น สูงถึง 35 ม. เรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นตรง เมื่อแก่จะมีพูพอน&lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีครีมถึงสีน้ำตาลอมเทา แตกละเอียด ค่อนข้างเปราะหักง่าย เปลือกในสีเหลือง &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ออกสลับหรือเรียงเป็นวงรอบข้อ มักออกเป็นกระจุกที่ปลาย รูปรีกว้างถึงรูปไข่กลับ กว้าง 3-14 ซม. ยาว 7-23 ซม. ปลายทู่หรือแหลม โคนแหลม ยอดอ่อนมีขนคล้ายไหมสีสนิม ใบแก่เนื้อคล้ายแผ่นหนัง เกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยง บางทีมีจุดโปร่งแสงจางๆ ใบแก่สีเหลือง เส้นใบด้านข้างมี 6-9 คู่บาง อยู่ห่างกัน เชื่อมกันห่างจากขอบใบ นูนทั้งสองด้าน เห็นร่างแหชัด ก้านใบยาว 2.5-6 ซม. เรียวยาว ด้านบนเป็นร่อง มักมีต่อม 2 ต่อม ไม่ค่อยชัดที่กึ่งกลางก้านหรือเหนือขึ้นไป ออกดอกเมื่อผลัดใบหรือพร้อมกับใบอ่อน &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ขนาดประมาณ 0.5 ซม. สีเขียวอ่อนหรือสีเหลือง ออกเป็นช่อ คล้ายหางกระรอกเรียวยาว 5-18 ซม. ไม่แตกแขนง ห้อยลงตามซอกใบ กลีบเลี้ยงโคนรูปถ้วย ปลายแยกเป็นพูกว้างรูปสามเหลี่ยมยาวประมาณ 1.5 มม. ปลายโค้งกลับ ด้านหลังมีขนคล้ายไหม แน่น เกสรตัวผู้ยาว 4 มม. ก้านชูอับเรณูเกลี้ยง รังไข่ขนาด 2 มม. ขนคล้ายไหมแน่น ก้านเกสรตัวเมียยาว 4 มม. เกลี้ยง&lt;br /&gt;
*'''ผล''' กลมถึงรูปไข่หรือรูปลูกแพร์ขนาด 2-3.5 ซม. โคนสอบแคบ สีน้ำตาลดำออกเงาสีเงินหรือสีทองแดง มีขนกำมะหยี่แน่น ไม่มีปีก เมื่อแห้งมักมี 5 สัน ชั้นในเป็นหนังเหนียวหรือแข็ง เมล็ดใหญ่แข็ง&lt;br /&gt;
พบบ่อยทั่วไปในภาคใต้ ไม้ป่าผลัดใบที่ค่ำหรือป่าดิบ มีปลูกในวัดบ้าง แต่กลิ่นเหม็นเขียวของดอกตัวผู้และใบขนาดใหญ่ที่ร่วง ทำให้ไม่เหมาะปลูกตามถนน&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:samor2.jpg|300px]][[ไฟล์:samor3.jpg|300px]][[ไฟล์:samor4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.technologychaoban.com/wp-content/uploads/2017/03/3-27.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/09/ใบสมอพิเภก.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/09/รูปดอกสมอพิเภก.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/09/สมอพิเภก.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99</id>
		<title>ส้มไฟดิน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99"/>
				<updated>2018-03-01T11:10:30Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;ส้มไฟดิน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแล...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:somfai.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ส้มไฟดิน มะไฟกา&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Baccaurea ptychopyxis Airy ''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' EUPHORBIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ยืนต้นสูงประมาณ 6-10 เมตร เปลือกลำต้นสีเทาอ่อนปนน้ำตาล แตกเป็นสะเก็ดเล็กๆ บางๆ&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใบเดี่ยวเรียงตัวตรงกันข้าม ออกรวมกันเป็นกลุ่มตามปลายกิ่งข้อต่อระหว่างโคนใบกับก้านใบจะบวมพอง ใบรูปไข่กลับปนขอบขนาน (obovate-oblong) ปลายใบแหลม (acute) ฐานใบสอบเว้า (cuneate) ขอบใบเรียบ (entire) ใบเกลี้ยงทั้งสองด้านใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ขนาดใบกว้างประมาณ 5-7 ซม. ยาวประมาณ 10-16 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ดอกไม่สมบูรณ์เพศมีดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่คนละต้นกัน (dioecious plant) ออกเป็นช่อแบบ raceme โดยจะออกบริเวณลำต้นและกิ่ง ช่อดอกเพศผู้ยาวประมาณ 10-12 ซม. กลีบเลี้ยงมี 4-5 กลีบ ไม่มีกลีบดอก มีขน (tomentose) สีขาวปกคลุมดอกเพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงมี 4-5 กลีบ ไม่มีกลีบดอก รังไข่อยู่เหนือฐานรองดอก (superior ovary) มีขนอ่อนนุ่ม (silkly) ปกคลุม ก้านชูยอดเกสรตัวเมีย (style) มี 3 อัน ยอดเกสรตัวเมีย (stigma) แยกออกเป็น 2 แฉก รังไข่มี 3 ห้อง (locule)&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ผลสดเป็นแบน (berry) มี 3 ห้อง แต่ละห้องมี 1 เมล็ด ผลรูปร่างกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 ซม. ผลแก่มีสีแดงอมม่วง เปลือกหุ้มมีลักษณะเหนียวและหนา เนื้อหุ้มเมล็ดมีสีเหลืองอ่อนรสเปรี้ยว เมล็ดรูปร่างกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 ซม&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:somfai2.jpg|300px]][[ไฟล์:somfai3.jpg|300px]][[ไฟล์:somfai4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะไฟกา1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะไฟกา2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะไฟกา3.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%87</id>
		<title>สมพง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-01T11:04:37Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;สมพง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:som.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชือ่ไทย :''' สมพง สมพุง กะพง ก้านไม้ขีด ขี้พร้า สะพุง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' Tetrameles nudiflora R.Br.&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' DATISCACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่มาก สูงประมาณ 20-40  เมตร เป็นไม้ผลัดใบ ลำต้นเปลาตรง โคนเป็นพูพอนขนาดใหญ่ อาจสูงถึงประมาณ 2 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มโปร่ง เปลือกสีเทาอมชมพู เรียบเป็นมัน หนามาก เปลือกในสีน้ำตาลอมชมพูไม่มีแก่น กิ่งอ่อนมีรอยแผลใบปรากฎชัด     &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ลักษณะป้อม รูปหัวใจ หรือรูปข้อเหลี่ยมกลายๆ ขนาด 9 –10 x 9-12 ซม. โคนใบกว้างและหยักเว้า 3 แฉก ขอบหยักถี่ๆ เนื้อค่อนข้างบาง หลังใบมีขนสาก หลังใบแก่เกลี้ยงหรือเกือบเกลี้ยง ท้องใบมีขนนุ่ม&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' สีเขียวอ่อน หรือเหลืองอ่อน ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อใหญ่ตามปลายกิ่ง ช่อดอกมีแขนงมาก กลีบรองกลีบดอกเชื่อมติกกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 4 แฉก เกสรผู้มี 4 อัน อยู่ตรงข้ามกับแฉก ดอกเพศเมียออกเป็นช่อยาวๆ ตามปลายกิ่ง ห้อยย้อยลงไม่แตกแขนง ช่อดอกยาว 15-30 ซม. กลีบรองกลีบดอกมี 4 กลีบ ไม่มีกลีบดอก รังไข่มี 1 ช่อง และมีไข่อ่อนมาก ออกดอกระหว่าง เดือนธันวาคม ถึงมกราคม และเป็นผลระหว่างเดือนกุมภาพันธุ์-มีนาคม&lt;br /&gt;
*'''ผล''' มีขนาดเล็ก ผิวแข็ง ปลายผลยังคงมีกลีบรองกลีบดอกปรากฎอยู่ เมื่อแก่จัดตอนปลายจะแตกออกจากกัน&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:som2.jpg|300px]][[ไฟล์:som3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.kepu.net.cn/english/banna/tropic/images/tro415_01b_pic.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.biotik.org/india/species/t/tetrnudi/tetrnudi_05.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.biotik.org/india/species/t/tetrnudi/tetrnudi_06.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87</id>
		<title>ศรีตรัง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-01T10:58:39Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:sritrang.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ศรีตรัง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Jacaranda mimosifolia D.Don.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' BIGNONIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;เป็นไม้ยืนต้น วงศ์เดียวกับชมพูพันธุ์ทิพย์ สูงประมาณ 4-10 เมตร จากวิกีพีเดียบอกว่า เจ้าต้นศรีตรังนี้มี 2 ชนิดด้วยกัน คือ ชนิดที่มีช่อดอกที่ปลายยอด กับชนิดที่มีช่อดอกออกตามซอกใบตามกิ่งก้านและปลายยอด ซึ่งเป็นชนิดที่นิยมปลูกกันในบ้านเรา ทรงพุ่มค่อนข้างโปร่ง ถ้าจะปลูกไว้เป็นร่มเงาอาจจะพึ่งพาอะไรไม่ได้มากค่ะ เพราะเวลาที่เขาออกดอก เขาจะทิ้งใบทั้งต้นเหลือแต่ดอกไว้อย่างเดียว&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เป็นใบเรียวคล้ายขนนก ปลายใบแหลม โคนใบเบี้ยว ใบเล็กละเอียดคล้ายใบต้นนนทรีย์&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''  ดอกสีม่วงอ่อน รูปร่างคล้ายปากแตร มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วยแต่ก็ไม่เคยได้กลิ่นเหมือนกัน มักจะออกดอกเป็นช่อ มองไกลๆ เหมือนกระจุกสีม่วงกระจายอยู่ตามกิ่งและซอกใบโดยเฉพาะส่วนยอด ดอกมีลักษณะเป็นหลอดสีม่วงเข้ม ปลายแยกเป็น 5 แฉก จะได้เห็นดอกสีม่วงอ่อนๆ ประมาณเดือนมกราคม-มีนาคมแต่ต้นจะผลัดใบเหลือไว้แต่ดอกสีม่วงอ่อนบนต้นเป็นภาพที่สวยหวานมากๆ แต่พอล่วงเข้าเดือนเมษายน-พฤษภาคม ดอกก็จะร่วงเหลือเป็นผลแก่&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:sritrang3.jpg|330px]][[ไฟล์:sritrang4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://community.akanek.com/sites/default/files/25/snowfirsterblogcom.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://community.akanek.com/sites/default/files/25/purpleflowerguidecom.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://community.akanek.com/sites/default/files/25/jacaranda-seeds.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A7%E0%B8%B2</id>
		<title>วา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A7%E0%B8%B2"/>
				<updated>2018-03-01T10:33:10Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:pawar.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' วา&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Garcinia hombroniana Pierre''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' GUTTIFERAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นเล็กถึงกลาง สูงถึง 20 ม. &lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีน้ำตาลอมเทาถึงน้ำตาลเข้ม แตกเป็นแผ่นหรือเป็นร่องตื้น เปลือกในสีส้มถึงแดง มียางขาวหรือครีัมบางๆ &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' รูปไข่ถึงขอบขนานแกมรี ส่วนมากกว้าง 4-6 ซม. ยาว 8-14 ซม. ปลายแหลมถึงเรียวแหลมสั้น โคนรูปลื่มกว้างถึงทู่ ค่อนข้างเบี้ยว เนื้อคล้ายหนัง สีเขียวเข้มเป็นมันด้านบน ด้านล่างขุ่น แห้งสีน้ำตาลอมแดง เส้นใบเล็กประมาณ 30 คู่ มีเส้นเล็กแซมชิดกัน ตรงและขนานกันเป็นมุมแคบ โค้งไปเชื่อมกันใกล้ขอบใบ ค่อนข้างนูน ก้านใบยาว 1-1.6 ซม. กิ่งอ่อนเป็นปีก&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ดอกตัวผู้ยาว 1.8-2.5 ซม. สีขาวอมครีมถึงเหลืองอ่อน สีส้มหรือชมพูแต้ม ออกเป็นช่อกระจุกมี 3-6 ดอกที่ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 0.5-1 มม. กลีบเลี้ยง 4 กลีบ ยาว 0.6-1 มม. สีครีมถึงแดงเข้ม ขนาดอาจไม่เท่ากัน ทรงกลมโค้ง เนื้อคล้ายหนัง กลีบดอก 4 กลีบ ยาว 0.8-1.2 มม. เท่ากัน กลมถึงรูปไข่กลับ ปลายทู่หรือกลม โคนแคบสั้น นุ่มขอบบาง เกสรตัวผู้จำนวนมากอยู่เป็นวงนุ่มมี 4 แฉกล้อมรอบเกสรตัวเมียใหญ่เป็นหมัน ดอกตัวเมียยาว 2.5 ซม. ออกเดี่ยวที่ปลายกิ่ง ก้านดอกสั้นแข็ง กลีบเลี้ยงและกลีบดอกคล้ายดอกตัวผู้ ไม่มีเกสรตัวผู้เป็นหมัน รังไข่ 8 ช่อง ทรงขวดแก้วก้นโป่ง ยอดเกสรตัวเมียใหญ่นูน&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ยาว 3.5-5 ซม. ก้านผลใหญ่ยาวถึง 0.8 ซม. กลม ปลายทู่ ยอดเกสรตัวเมียแบนจัก 8 แฉกนูน โคนมีกลีบเลี้ยงหนาชัด เกลี้ยง เปลือกบาง สุกสีชมพูถึงแดง แห้งสีน้ำตาลเป็นมัน มี 6-8 เมล็ด เนื้อสีขาว ชุ่มน้ำ&lt;br /&gt;
พบในป่าดิบท่ี่ต่ำใกล้ชชายฝั่ง ผลมีเนื้อกินได้ รสเปรี้ยว กินเป็นผัก&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Pawar2.JPG|300px]][[ไฟล์:Pawar3.JPG|300px]][[ไฟล์:Pawar4.JPG|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/Pattani_botany/พันธุ์ไม้/ป่าบก/พะวา/pพะวา.2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/fda096deddb576f35842975967ca6a9a.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/77e44835ce21a2214bb39acaa3f3ebab.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/bb3e44dd549e5cb8c6dbb348a090871a.JPG&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2</id>
		<title>ลาย</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2"/>
				<updated>2018-03-01T10:30:41Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;ลาย&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:lai.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ลาย พลับพลา ขนาน ตาปลา ปอกุ่ม&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Microcos paniculata L.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' TILIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้พุ่มหรือไม้ต้นเล็ก ไม่ผลัดใบ สูงได้ถึง 20 ม. เรือนยอดแน่นเกะกะ ลำต้นเป็นร่องเล็กน้อย คดหรือบิดตรงบริเวณโคนต้น &lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลอมเทา หรือออกดำบาง แตกเล็กน้อยเปลือกในสีครีมถึงออกส้ม มีขีดตามขวางสีอ่อน สีจะเข้มขึ้นเมื่อถูกอากาศ &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' กว้าง 4-8 ซม. ยาว 8-20 ซม. ออกแบนระนาบเดียวกัน ห้อยลง รูปขอบขนานแกมรีถึงกึ่งรูปไข่กลับ ปลายเรียวแหลม โคนทู่หรือกลม ค่อนข้างพอสมมาตร ขอบจักซี่ฟันตื้นห่างๆ ไปทางปลาย พบน้อยขอบเรียบ ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบแก่สีเขียวเข้ม ค่อนข้างเป็นมันด้านบน เนื้อบาง ด้านล่างเกลี้ยงหรือมีขนกระจายบนเส้นใบ เส้นใบ 3 เส้นออกจากโคนใบ คู่ข้างทำมุมสูงชัน ยาวขึ้นไป 1/2 ของความยาวใบ เส้นใบข้าง 4-8 คู่ ห่างกัน ส่วนมากอยู่ในครึ่งใบบน เส้นใบย่อยเป็นขั้นบันได เห็นชัดด้านล่าง มีเส้นใบเล็กลงไปอีก (บางกว่าเส้นใบย่อย) เป็นขั้นบันได ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. เกลี้ยงหรือมีขนยาวสีขาว หูใบรูปสามเหลี่ยมขาว ปลายแหลม ค่อนข้างติดทน&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ยาว 1-1.5 ซม. สีเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อแตกแขนงกว้างหรือกึ่งห้อยลง ยาว 3-10 ซม. ที่ปลายกิ่งและตามซอกใบบนๆ กลีบเลี้ยงยาว 5-8 ซม. รูปไข่กลับแคบหรือรูปช้อน มีขนสีอ่อนทั้งสองด้าน กลีบดอกกว้าง 1 มม. ยาวประมาณ 2 มม. (ยาว 1/3 เท่าของกลีบเลี้ยง) รูปขอบขนานแกมรี ปลายโค้งกลับ มีต่อมใหญ่มีขนที่โคนด้านใน เกสรตัวผู้เกลี้ยง รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรตัวเมียมียอดเกสรตัวเมียเล็กแหลม &lt;br /&gt;
*'''ผล''' ยาว 0.8-1.5 ซม. กลมถึงไข่กลับ ปลายกลมทั้งสองด้าน ไม่มีโคนแคบเป็นก้าน ไม่เป็นพู สีเขียวออกเหลืองสด สุกสีเขียวเข้มถึงสีดำผมม่วง เกลี้ยง หนาเหนียว ผนังผลชั้นในใหญ่แข็ง 1 อัน&lt;br /&gt;
พบทั่วไปในที่ต่ำทั่วไป ทั้งในป่าผลัดใบและป่าดิบ ตลอดจนป่ารุ่น&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:lai2.jpg|300px]][[ไฟล์:lai3.jpg|300px]][[ไฟล์:lai4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/12/ดอกไม้ลาย.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/12/ใบพลับพลา.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/12/ลักษณะพลับลา.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2013/12/ดอกพลับพลา.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7</id>
		<title>ระย้าแก้ว</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7"/>
				<updated>2018-03-01T10:23:59Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;ระย้าแก้ว&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:raya.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ระย้าแก้ว ดังควาย แป้งพวง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Clerodendrum wallichii Merr.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LABIATAE&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบรูปไข่ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบดอกออกเป็นช่อตามยอด หรือที่ปลายกิ่ง&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ก้านดอกยาวประมาณ 25 ซม.ก้านดอกเล็กเรียวคล้ายเส้นด้าย กลีบรองดอกรูประฆัง สีแดง กลีบดอกมีสีขาวปลายแยก 5 กลีบ ออกดอกช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงหน้าหนาว ประมาณเดือน ธันวาคม - มกราคม ระยะการบานของดอกนานเป็นเดือน ช่อดอกจะบานและยาวออกมาเรื่อยๆ จนยาวเป็นเมตรจนกว่าจะบานหมด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Raya2.JPG|300px]][[ไฟล์:raya3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://scontent-fbkk5-7.us-fbcdn.net/v1/t.1-48/1426l78O9684I4108ZPH0J4S8_842023153_K1DlXQOI5DHP/dskvvc.qpjhg.xmwo/w/data/886/886665-img.rapcvx.3.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/2/23/Clerodendrum_wallichii01.JPG/450px-Clerodendrum_wallichii01.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2008/02/J6369073/J6369073-0.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C</id>
		<title>รสสุคนธ์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C"/>
				<updated>2018-03-01T08:33:26Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:ros.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' รสสุคนธ์&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Tetracera loureiri (Finet &amp;amp; Gagnep) Pierr ex Craib''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' DILLENIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีเนื้อไม้แข็ง ไม่ผลัดใบ เป็นไม้เถามีเนื้อแข็ง เลื้อยได้ไกล 5-8 เมตร กิ่งอ่อนมีขนขุยสีน้ำตาลแก่ปกคลุมอยู่ แตกกิ่งเลื้อยทอดยาว เปลือกเถามีสีเขียวเมื่อยังอ่อน เมื่อเถาแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเทา เปลือกบางเรียบ เป็นต้นไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีในที่ร่ม มีแสงรำไร และที่โล่งแจ้ง ทนความแห้งแล้งได้ดี พบขึ้นได้ทั่วไปตามป่าธรรมชาติ ป่าดิบแล้ง ป่าผลัดใบ ป่าละเมาะ ป่าชื้นทางภาคใต้ หรือป่าเบญจพรรณและป่าชายหาดหรือชายฝั่งทะเล&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' มีใบเป็นใบเดี่ยว ใบออกเรียงแบบสลับกัน ถึงรูปขอบขนาน ใบกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร ที่โคนใบและปลายใบมนถึงแหลม ปลายใบโต โคนใบเรียว ขอบใบเป็นจักห่าง ๆ เนื้อใบค่อนข้างหนา มีสีเขียวเข้ม เส้นใบชัด ลักษณะคล้ายลิ้นวัว ผิวใบด้านบนเห็นเป็นเส้นแขนงใบเป็นร่อง ส่วนผิวใต้ท้องใบสากคาย หลังใบมีสีเขียวเข้ม และมีก้านใบยาวประมาณ 0.6-1 เซนติเมตร&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกดอกเป็นช่อแบบแยกแขนง ออกดอกตามซอกใบหรือปลายยอด ช่อดอกมีความยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางของดอกเมื่อบานประมาณ 0.8 เซนติเมตร มีดอกย่อยจำนวนมาก มีลักษณะทรงกลม สีขาว มีอยู่ 5 กลีบ มักหลุดร่วงได้ง่าย ดอกมีกลิ่นหอม และมักบานไม่พร้อมกัน เมื่อดอกบานจะมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้สีขาวจำนวนมากคล้ายเส้นด้ายกระจายออกเป็นพุ่มกลมคล้ายดอกกระถิน และมีกลีบเลี้ยงอยู่ 5 กลีบ ดอกรสสุคนธ์จะส่งกลิ่นหอมแรงในตอนกลางคืน สามารถออกดอกได้ปีละหลายครั้งขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และจะออกดอกมากเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว หรือในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ลักษณะของผลเป็นรูปไข่เบี้ยว ผลมีสีเขียว มีขนาดประมาณ 0.7 เซนติเมตร และมีจะงอยที่ส่วนปลาย เมื่อผลแก่จะแตกออกเป็นแนวเดียว ภายในผลจะมีเมล็ดสีดำอยู่ 1-2 เมล็ด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:ros2.jpg|300px]][[ไฟล์:ros3.jpg|300px]][[ไฟล์:ros4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.pstip.com/images/article-pstip/Health/herb/herb-210458-1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/รสสุคนธ์1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/รสสุคนธ์2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/รสสุคนธ์3.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2</id>
		<title>ยางนา</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2"/>
				<updated>2018-03-01T08:30:02Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;ยางนา&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:yangna.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ยางนา ยาง ยางขาว ชันนา ยางตัง ยางหยวก&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Dipterocarpus alatus Roxb. ex G.Don''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' DIPTEROCARPACEAE&lt;br /&gt;
:ไม้ต้นใหญ่กึ่งไม่ผลัดใบหรือผลัดใบช่วงสั้น สูงถึง 45 ม. ลำต้นเปลาตรง เส้นผ่าศูนย์กลางถึง 180 ซม.&lt;br /&gt;
'''เปลือก''' สีเทาอ่อนถึงสีน้ำตาลครีม เมื่ออ่อนค่อนข้างเรียบ เมื่อแก่เริ่มแตกเป็นแผ่นกลมบาง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ใบ''' รูปไข่แคบหรือรูปรี กว้าง 6-12 ซม. ยาว 15-25 ซม. ปลายแหลม โคนทู่ถึงกลมหรือกึ่งรูปหัวใจ มักจะเป็นคลื่นระหว่างเส้นใบ ใบอ่อนมีขนสีออกเหลืองแน่นโดยเฉพาะตามขอบใบ ใบแก่มีขนสั้นสีอ่อนอย่างน้อยบนเส้นกลางใบด้านบน ด้านล่างมีขนมากกว่า เส้นใบ 14-18 คู่ ก้านใบยาว 2.5-4 ซม. บวมที่ปลายขนนุ่ม&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ดอก''' สีครีมหรือชมพูอ่อน  มีแถบสีม่วงแดงเข้มจากตอนกลางด้านล่างของกลีบดอกขนาดประมาณ 4 ซม. เป็นช่อหลวมๆ มี 4-5 ดอกที่ซอกใบอ่อน ขนละเอียด กลีบเลี้ยงมีสันกว้าง 5 สั้น  เกสรตัวผู้มีประมาณ 30 อัน รังไข่มีขนแน่น มีก้านเกสรตัวเมียแข็งมีสัน &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ผล''' มี 2 ปีกใหญ่ กว้าง 2-2.7 ซม. ยาว 10-14 ซม.  ส่วนอีก 3 ปีกสั้น 1-1.4 ซม. พับตัวผลกลมหรือรูปไข่ สันคล้ายปีก กว้าง 5-10 มม. ออกจากปลายไปยังโคน&lt;br /&gt;
:พบทั่วไปในป่าดิบแล้ง สูงถึง 500 ม. มักปลูกในวัดหรือสองข้างทาง จ.ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:yangna2.jpg|300px]][[ไฟล์:yangna3.jpg|300px]][[ไฟล์:yangna4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2015/09/รูปต้นยางนา.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2015/09/ต้นยางนา.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2015/09/ใบยางนา.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2015/09/ผลยางนา.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%99</id>
		<title>ยางขน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%99"/>
				<updated>2018-03-01T07:25:59Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;ยางขน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:yangkon.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ยางขน ยางกล้อง ยูงแดง ยูงใบใหญ่ ยางมดคัน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Dipterocarpus baudii Korth.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' DIPTEROCARPACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ ไม่ผลัดใบ สูงถึง 30 ม. ลำต้นเปลาตรง เส้นผ่าศูนย์กลางถึง 70 ซม. &lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีเทาอ่อนถึงสีน้ำตาล มีช่องอากาศสีอ่อนกระจายทั่วไป ต้นแก่แตกเป็นรอยเล็กๆและเป็นแผ่นใหญ่ &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใหญ่ รูปรี กว้าง 9-17 ซม. ยาว 18-30 ซม. ปลายแหลมกว้าง โคนทู่หรือกึ่งรูปหัวใจ ขอบเป็นคลื่นตื้นๆ ยอดอ่อนมีขนหยาบสีทองหรือกลุ่มขนสีน้ำตาลแดง ใบแก่คล้ายหนัง บาง มีขนบนเส้นกลางใบด้านบน มีขนติดแน่นโดยเฉพาะบนเส้นใบด้านล่าง เส้นกลางใบค่อนข้างแบนด้านบน เส้นใบมี 14-22 คู่ ก้านใบยาว 3-5 ซม. มีขนหยาบ หูใบยาวถึง 15 ซม. ด้านนอกขนหยาบ ด้านในเกลี้ยง กิ่งก้านแข็ง มีขนหยิกสีน้ำตาลอมส้ม &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' สีชมพูอ่อนหรือสีม่วงแดงเข้ม ออกเป็นช่อหลวมๆ ไม่แตกแขนง มีดอกถึง 6 ดอกที่ซอกใบ มีขนแน่น ขนาดประมาณ 5 ซม. กลีบเลี้ยงไม่มีสัน เกสรตัวผู้ประมาณ 30 อัน อับเรณูเรียวแหลม มีรยางค์ยาวประมาณ 1/2-2/3 ของอับเรณู รังไข่และก้านเกสรตัวเมีย 1/3 ตอนล่างมีขน&lt;br /&gt;
*'''ผล''' มีปีกใหญ่ 2 ปีก กว้าง 2-3.5 ซม. ยาวประมาณ 10-20 ซม. เป้นแถบ ส่วนอีก 3 ปีก สั้นกลม โคนไม่พับ กว้างถึง 1 ซม. ยาวถึง 2.5 ซม. พับตัวผลกลม ไม่มีสัน ขนาด 1.5-2.5 ซม. เมื่ออ่อนมีขน&lt;br /&gt;
พบทั่วไปในป่าดิบที่ถูกทำลาย สูงถึง 500 ม. หรือตามแหล่งน้ำในป่าดิบที่มีไม้ไผ่ จังหวัดชุมพรถึงสตูล&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:yangkon2.jpg|300px]][[ไฟล์:yangkon3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/Pattani_botany/พันธุ์ไม้/ป่าบก/ยางขน/pยางขน.1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/botany/image/Web_dict/Dipterocarpus_baudii2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/botany/image/Web_dict/Dipterocarpus_baudii1.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99</id>
		<title>ยมหิน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99"/>
				<updated>2018-03-01T07:13:40Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;ยมหิน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:yomhin.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ยมหิน ฝักดาบ สะเดาช้าง เสียดค่าง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Chukrasia tabularis A.Juss.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' MELIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงได้ถึง 40 ม. ลำต้นกลม โคนเป็นร่องและมีพูพอน &lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องลึกหรือเป็นแผ่นต่อๆกัน เปลือกในสีน้ำตาลแดงหรือสีชมพู&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ยาวได้ถึง 35-60 ซม. หรือใบประกอบขนนกยอดคู่หรือยอดเดี่ยว ใบย่อย 6-10 คู่ ออกสลับหรือกึ่งตรงข้าม รูปไข่เบี้ยวถึงรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-5 ซม. ยาวา 6-14 ซม. ใบล่างมีขนาดเล็กที่สุด ปลายเรียวแหลม โคนเบี้ยว ขอบค่อนข้างโค้ง ไม่เป็นพูและซี่ฟัน (ยกเว้นในต้นกล้า) ใบอ่อนมีขขนละเอียด ใบแก่คล้ายกระดาษหนัง เกลี้ยงหรือด้านล่างมีขนละเอียดบนเส้นใบ เส้นใบ 7-10 คู่ โค้งชันและแตกเป็นง่ามเล็กน้อยใกล้ขอบ ก้านใบย่อยยาว 2-6 มม. เล็กเรียวหรือไม่มี &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ยาว 2.5-3 ซม. สีขาวอมเขียวอ่อนถึงสีเหลืองอ่อน มักมีแต้มสีแดงขุ่นด้านนอก กลิ่นหอม ดอกแยกเพศ ดอกตัวผู้และตัวเมียอยู่ต้นเดียว เป็นช่อแตกแขนงกว้าง ยาว 10-30 ซม. ที่ซอกใบหรือเหนือซอกใบเล็กน้อย บางทีดอกออกเป็นกลุ่มแน่นใกล้ปลายช่อ มองเห็นเป็นดอกออกที่ปลาย ก้านดอกยาวประมาณ 5 มม. เป็นข้อต่อที่ประมาณ 2/3 ของก้าน กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 3 มม. เป็นรูปถ้วยตื้น ขอบจักประมาณ 1/3 ของกลีบ เป็นพูทู่ 4-5 พู มีขนด้านนอก กลีบดอก4-5 กลีบ แยกกัน ยาว 12-16 มม. รูปขอบขนานแคบหรือเป็นสายเข็มขัด บิดในตาดอก โค้งไปด้านหลังเมื่อดอกแก่ มีขนกำมะหยี่ด้านนอก หลอดเกสรตัวผู้รูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 10 มม. ค่อยๆแคบไปยังปลาย อับเรณู 10 อัน ติดบนขอบแบนหรือจักเป็นฟันตื้น รังไข่ 3-5 ช่อง ทงขวดแก้วก้นโป่ง ยาวกว่าก้านเกสรตัวเมีย มีขนกระจาย ล้อมรอบด้วยฐานดอกรูปหมอน (มักไม่ชัด)&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ยาว 2.5-4.5 ซม. ออกเป็นช่อห้อย มีได้ถึง 6 ผล รูปไข่หรือรี ปลายสั้น สีเทาอมเหลือง มีขนละเอียดเมื่ออ่อน สีน้ำตาลเข้ม มีช่องอากาศจำนวนมากแก่ บางแข็ง แตก 3-5 เสี่ยงจากยอด เหลือแกนกลางผลเป็นมุม 5 มุม เมล็ดมีปีกอัดแน่นมากกว่า 50 เมล็ด ติดเป็นชั้นๆด้านข้าง&lt;br /&gt;
พบทั่วไปในป่าดิบที่ต่ำหรือป่ากึ่งผลัดใบ สูงถึงประมาณ 900 ม. มักเป็นป่าที่รบกวนหรือตามชายป่า พบบนเขาหินปูน ต้นกล้าและไม้อ่อนมีใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น มีพูไม่เท่ากัน หรือขอบจักซี่ฟัน พืชที่ขึ้นในที่แล้ง จะมีขนมากกว่า กิ่งใหญ่ล่ำ ดอกเล็กกว่า ออกเป็นช่อแน่นกว่า แกนกลางช่อมีขนกำมะหยี่ ผลเล็กกว่า มียอดชัด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:yomhin2.jpg|300px]][[ไฟล์:yomhin3.jpg|300px]][[ไฟล์:yomhin4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
https://www.technologychaoban.com/viewcrop3to2_newsimage.php?filename=technoAdm/images_techno/2014/05/1401173052.JPG&amp;amp;width=480&amp;amp;height=320&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/05/ดอกยมหิน.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/05/รูปดอกยมหิน.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/05/เมล็ดยมหิน.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87</id>
		<title>โมกแดง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-01T07:01:30Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;โมกแดง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:mok.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' โมกแดง โมกป่า มูกมัน มูก&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Wrightia dubia (Sims) Spreng.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' APOCYNACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้พุ่มหรือไม้ต้นเล็กเรียว ไม่ผลัดใบ สูง 3 ม. &lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีน้ำตาลอมเทา เกลี้ยง เปลือกในมียางขาวมาก &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' กว้าง 2-8 ซม. ยาว 4-26 ซม. รูปรีแกมขอบขนานหรือไข่กลับ ปลายเรียวแหลม โคนสอบหรือกลม ขอบใบไม่จัก มีขนกระจายอย่างน้อยบนเส้นใบด้านล่าง เส้นใบ 6-14 คู่ ก้านใบยาว 0.2-1 ซม. &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ยาว 3-4 ซม. สีชมพูสด บางทีพบสีส้มหรือสีแดงออกเป็นกระจุกยาว 2.5-4 ซม. ตามง่ามใบ ก้านดอกย่อยแข็ง ยาวประมาณ 0.5 ซม. กลีบเลี้ยงยาว 1.5-3 มม. รูปไข่ กลีบดอกรูปกรวย พูกลีบดอกยาว 1-2.3 ซม. หลอดยาวมากกว่า 2 เท่าของพูกลีบ มีขนละเอียดอย่างน้อยที่่ด้านนอก มีเกล็ดเป็นวงที่คอหลอดดอก เกสรตัวผู้ติดทีครึ่งล่างของหลอดดอกและไม่โผล่พ้นดอกรังไข่ขนาดประมาณ 2 มม. ขนเกลี้ยง ก้านเกสรตัวเมียยาว 3.5 มม.&lt;br /&gt;
*'''ผล''' กว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาว 13-30 ซม.ยาวและแคบ โค้งเล็กน้อย ออกเป็นคู่ห้อยลง เกลี้ยง ไม่มีช่องอากาศ เมล็ดกว้างประมาณ 0.2 ซม. ยาว 1.6-2.5 ซม. มีกระจุกขนที่ปลายด้านหนึ่ง ยาวเป็น 2 เท่าของเมล็ด&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:mok2.jpg|300px]][[ไฟล์:mok3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/botany/image/Web_dict/Wrightia_dubia2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.nanagarden.com/Picture/Product/400/241624.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.nanagarden.com/Picture/Product/400/182904.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88</id>
		<title>มะฮอกกานีใบใหญ่</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88"/>
				<updated>2018-03-01T06:47:44Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;มะฮอกกานีใบใหญ่&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:mahok.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' มะฮอกกานีใบใหญ่&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Swietenia macrophylla King''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' MELIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้น ไม่ผลัดใบหรือผลัดใบช่วงสั้น สูงได้ถึง 30 ม. เรือนยอดแน่น ลำต้นตรง มีกิ่งใหญ่&lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีเทาเข้ม แตกเป็นแผ่นเมื่ออ่อน แตกเป็นร่องลึกเมื่อแก่ เปลือกในสีชมพูถึงน้ำตาลแดงเข้ม&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ยาว 20-50 ซม. ใบประกอบแบบขนนกยอดคู่ ใบย่อย 3-6 คู่ออกตรงข้าม กว้าง 3.5-5 ซม. ยาว 9-15 ซม. (ใบบนใหญ่สุด) รูปใบหอกแกมรี ปลายเรียวแหลมโค้ง โคนเบี้ยว ขอบไม่จัก ใบแก่สีเขียวเข้มเป็นมันด้านบน เกลี้ยงทั้งสองด้าน ก้านช่อใบค่อนข้างป่องแต่ไม่มีรูหรือเป็นร่องที่โคน มีตายอดใหญ่ปกคลุมด้วยเกล็ดเป็นน้ำยาง&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ยาว 0.8-1 ซม. สีเหลืองอ่อนหรือออกเขียว ดอกแยกเพศ (แต่มักเห็นเป็นดอกสมบูรณ์เพศ) ออกเป็นช่อกระจุกแตกแขนงแคบ ยาว 10-18 ซม. ตามซอกใบ แต่ละกลุ่มจะพบมีดอกตัวผู้ได้ถึง 10 ดอกล้อมรอบดอกตัวเมียอยู่ 1 ดอกเสมอ กลีบเลี้ยงยาว จัก 5 พู มีขนตามขอบ กลีบดอกแยก 5 กลีบ ยาวประมาณ 5 มม. รูปขอบขนาน ปลายทู่ บิดในตาดอก ดอกโตเต็มที่บานหรือโค้ง มีขนตามขอบ หลอดเกสรตัวผู้รูปคนโท อับเรณูมี 8-10 อัน ติดใต้ขอบหลอดสลับกับซี่ฟันรูปสามเหลี่ยม มักมีแต้มสีแดงขุ่น รังไข่ 5 ช่อง มียอดเกสรตัวเมียใหญ่คล้ายจาน &lt;br /&gt;
*'''ผล''' กว้าง 5-7 ซม. ยาว 10-16 ซม. (ยาวประมาณ 2 เท่าของกว้าง) รูปไข่ถึงขอบนานหรือค่อนข่างรูปไข่กลับ ตั้งตรงบนก้านใหญ่แข็ง ยาวได้ถึง 5 ซม. หนาแข็ง แก่แตกออกจากทั้งสองด้านเป็น 5 ส่วน ทิ้งแกนกลางผลที่มี 5 มุม มีหลายเมล็ดซ้อนกัน ปลายด้านหนึ่งมีปีกใหญ่แบนบาง ยาว 6-9 ซม. (รวมปีก)&lt;br /&gt;
พืชพื้นเมืองของอเมริกาใต้ นำเข้ามาปลูกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี ค.ศ. 1885 ปลูกทั่วไปในภาคใต้&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:mahok2.jpg|300px]][[ไฟล์:mahok3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
http://www.biogang.net/upload_img/biodiversity/biodiversity-186912-1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะฮอกกานี1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะฮอกกานี2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%94</id>
		<title>มะหาด</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%94"/>
				<updated>2018-03-01T06:38:55Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:mahad.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' มะหาด หาด กาแย ตาแป ตาแปง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Artocarpus lacucha Roxb.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' MORACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ไม่ผลัดใบ ที่มีความสูงของต้นประมาณ 15-20 เมตร และอาจสูงได้ถึง 30 เมตร ลำต้นมีลักษณะเปลาตรง ทรงพุ่มกลมหรือแผ่กว้าง เปลือกลำต้นเป็นสีดำ สีเทาแกมน้ำตาล หรือสีน้ำตาลอมแดงถึงน้ำตาลเข้ม ต้นแก่ผิวเปลือกจะค่อนข้างหยาบ ขรุขระและแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ บริเวณเปลือกของลำต้นมักมีรอยแตกและมียางไหลซึมออกมา แห้งติด ตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนปกคลุม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดหรือวิธีการตอนกิ่ง เจริญเติบโตได้ดีในดินเกือบทุกประเภท (แม้ในช่วงที่มีฝนตกน้อย) ต้องการน้ำและความชื้นปานกลาง พรรณไม้ชนิดนี้มักพบขึ้นทั่วไปในที่กึ่งโล่งแจ้งตามป่าดงดิบ ปาเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าคืนสภาพ ป่าหินปูน ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100-1,800 เมตร ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และทางภาคใต้ของประเทศไทย&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับในระนาบเดียวกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรี รูปไข่ หรือรูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลมเป็นติ่งแหลม โคนใบมนหรือเว้ามนหรือแหลมกว้าง และอาจเบี้ยวไม่สมมาตรกัน ส่วนขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อยหรือมีซี่ฟันเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 5-20 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-30 เซนติเมตร ผิวใบด้านบนมีขนหยาบเล็กน้อย ส่วนด้านล่างเป็นสีเขียวอมเทา มีขนหยาบสีเหลืองเล็กน้อย ใบอ่อนมีขนแต่พอแก่ขึ้น ขนเหล่านั้นจะหลุดไปทำให้ใบเรียบเกลี้ยง ใบแก่เป็นสีเขียวเข้ม เหนียวคล้ายหนัง มีเส้นใบข้างประมาณ 8-20 คู่ จรดกันที่ขอบใบ เส้นใบย่อยเห็นชัดเจนที่ด้านท้องของใบ ก้านใบยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร มีขนแข็งสีเหลืองอยู่หนาแน่น และมีหูใบขนาดเล็กบาง รูปหอกหลุดร่วงง่ายและมีขนปกคลุมหนาแน่น ขนาดประมาณ 4-5 เซนติเมตร ส่วนกิ่งก้านค่อนข้างอ่อน อ้วน และหนาประมาณ 3-6 มิลลิเมตร&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกดอกเป็นช่อกระจุกแน่นกลมสีเหลืองหม่นถึงสีชมพูอ่อน โดยจะออกตามซอกใบ ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่ในต้นเดียวกัน แต่อยู่คนละช่อ ช่อดอกเพศผู้กลม ช่อยาวประมาณ 0.8-2 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อเดี่ยวตามซอกหรือช่วงล่างของกิ่งก้าน โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบเลี้ยงมี 2 พู ลึก มีเกสรเพศผู้จำนวนมาก ส่วนช่อดอกเพศเมียเป็นรูปไข่หรือเป็นรูปขอบขนานสีเหลืองอ่อน ออกตามกลีบช่วงบน มีขนาดกว้างประมาณ 0.8-1.2 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.2-2.3 เซนติเมตร ปลายกลีบดอกหยัก ก้านช่อยาวประมาณ 2.5-3.5 เซนติเมตร มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ โดยจะออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ผลเป็นสดและมีเนื้อ เป็นผลรวมสีเหลือง ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมค่อนข้างบิดเบี้ยวเป็นตะปุ่มตะป่ำ ผลมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-8 เซนติเมตร ก้านผลยาวประมาณ 1.2-3.8 เซนติเมตร ผิวผลขรุขระและมีขนนุ่มคล้ายกำมะหยี่ ผลอ่อนเป็นสีเขียว พอสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนถึงส้ม เมื่อแก่เป็นสีเหลืองปนน้ำตาล เนื้อผลนุ่มเป็นสีเหลืองถึงสีชมพู ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมาก ลักษณะของเมล็ดมะหาดเป็นรูปขอบขนานหรือเกือบกลม เมล็ดเป็นสีน้ำตาลทา ขนาดประมาณ 1.2 เซนติเมตร โดยจะติผลในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:mahad2.jpg|300px]][[ไฟล์:mahad3.jpg|275px]][[ไฟล์:mahad4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://fb1-m.lnwfile.com/_/m/_raw/m1/0i/s8.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/07/ใบมะหาด.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/07/ดอกมะหาด.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/07/ผลมะหาด.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99</id>
		<title>มะลิดิน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99"/>
				<updated>2018-03-01T06:29:12Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;มะลิดิน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลร...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:mali.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' มะลิดิน อุตพิดน้ำ&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Geophila repens (L.) I.M.Johnst.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' RUBIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ล้มลุกทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ยาวได้มากกว่า 30 ซม. กิ่งที่มีดอกและผลสูงประมาณ 15 ซม. ลำต้นมีขน หูใบร่วมรูปสามเหลี่ยมแกมรูปไข่ ยาว 1-2 มม.&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใบรูปไข่เกือบกลม เส้นผ่านศูนย์กลาว 1-3 ซม. ปลายใบมนหรือกลม โคนใบรูปหัวใจ ขอบเป็นคลื่น แผ่นใบเกลี้ยง เป็นมันวาวด้านบน เส้นโคนใบ 2-3 คู่ เส้นแขนงใบข้างละ 2-3 เส้น เรียงจรดกัน ก้านใบยาว 1-5 ซม. มีขน&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ช่อดอกมี 1-3 ดอก เรียงเป็นช่อกระจุกแน่นคล้ายช่อซี่ร่ม ก้านช่อยาว 1-4 ซม. ใบประดับรูปเส้นด้าย ยาว 1.5-3 มม. กลีบเลี้ยง 4 กลีบ หลอดกลีบยาว 1.5-3 มม. กลีบรูปใบหอกหรือรูปแถบ ยาว 2-3 มม. ขอบมีขนครุย กลีบดอก 4 กลีบ สีขาว หลอดกลีบดอกยาว ประมาณ 8 มม. ด้านในมีขน กลีบรูปใบหอกแกมรูปไข่ ยาวประมาณ 3 มม. ปลายแหลม&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ผลสด สุกสีแดงอมส้ม รูปไข่กว้างเกือบกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 มม. ไพรีนผิวย่นด้านล่าง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:mali2.jpg|300px]][[ไฟล์:mali3.jpg|300px]][[ไฟล์:mali4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/11/ดอกมะลิดิน.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/11/ใบมะลิดิน.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/11/ผลมะลิดิน.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/11/เมล็ดมะลิดิน.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%94</id>
		<title>มะมุด</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%94"/>
				<updated>2018-03-01T06:19:22Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;มะมุด&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:mamud.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' มะมุด มะแจ มาแจ &lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Mangifera foetida Lour.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' ANACARDIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูง 15-20 ม. ขนาดทรงพุ่ม 10-12 ม. ไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มค่อนข้างกลมหรือรูปไข่ ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นสีนํ้าตาลปนดำ แตกเป็นร่องตามแนวยาว มียางสีเหลือง&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปรีแกมรูปใบหอก กว้าง 5-8 ซม. ยาว 15-25 ซม. ปลายใบและโคนเรียวแหลมใบขอบใบเรียบ เป็นคลื่นเล็กน้อย แผ่นใบค่อนข้างหนาและแข็ง ย่นเป็นลอน สีเขียวเข้ม เป็นมัน ใบอ่อนสีม่วงแดงหรือสีม่วงอมฟ้า ก้านใบยาว 2-4 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' สีชมพู ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนงที่ปลายกิ่ง ช่อดอกตั้งยาว 20-35 ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปไข่ สีเขียวอ่อน เชื่อมติดกับฐานรองดอก กลีบดอก 5 กลีบ รูปขอบขนานหรือรูปไข่กลับ เกสรเพศผู้ 10 อัน เส้นผ่านศูนย์กลางดอก 0.7-1 ซม. ก้านดอกมีสีแดงเข้ม ออกดอกเดือน ม.ค.-มี.ค.&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ผลสดแบบมีเนื้อเมล็ดเดียว ทรงกลม หรือรูปไข่ กว้าง 5-8 ซม. ยาว 8-15 ซม. เปลือกผลหนาเรียบเกลี้ยง สีเขียวอมเหลือง เมื่อสุก สีเขียวอมนํ้าตาลเมล็ดมีเนื้อนุ่มสีเหลืองติดกับเปลือกหุ้มเมล็ดหนาแข็ง ผิวมีเส้นใย รสเปรี้ยวอมหวาน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวรุนแรง เมล็ดคล้าย รูปไต สีน้ำตาลอมเหลือง ขนาดใหญ่ ติดผลเดือน ก.พ.-พ.ค. ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด&lt;br /&gt;
พบปลูกเลี้ยงทั่วไปในสภาพร้อนชื้นทางภาคใต้&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:mamud2.jpg|325px]][[ไฟล์:mamud3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
https://sites.google.com/site/mangiferafoetidalour123/_/rsrc/1461854333525/home/มะมุด4.jpg?height=239&amp;amp;width=320&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.thaikasetsart.com/wp-content/uploads/2013/12/มะมุด1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.thaikasetsart.com/wp-content/uploads/2013/12/ต้นมะมุด.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9F</id>
		<title>มะไฟ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9F"/>
				<updated>2018-03-01T06:13:29Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;มะไฟ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:mafai.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' มะไฟ ส้มไฟ หัมกัง ผะยิ้ว&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Baccaurea ramiflora Lour.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' EUPHORBIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;มะไฟ เป็นผลไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นมีทรงพุ่ม ลำต้นเนื้อไม้แข็ง มีเปลือกแข็ง ใบมีลักษณะทรงรี ดอกมีสีขาวอมเหลือง มีกลิ่นหอม ผลมีลักษณะทรงกลมเล็ก ผิวเปลือกบาง ผลอ่อนมีขนคล้ายกำมะหยี่ เมื่อผลสุกจะผิวเกลี้ยงไม่มีขน มีสีเหลืองอมครีม ภายในผลจะมีเนื้อเป็นพูเล็ก เนื้อฟูนุ่มฉ่ำน้ำ มีสีขาวขุ่นหรือสีชมพู ตามสายพันธ์ุ มีเมล็ดแบนรูปไข่อยู่ข้างใน มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีกลิ่นหอม มะไฟที่ปลูกในประเทศไทย จะปลูกกันมากในภาคใต้และภาคตะวันออก มีการปลูกสายพันธุ์ ได้แก่ มะไฟไทย และมะไฟจีน&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เป็นใบเดี่ยว ออกใบสลับตรงข้าม มีลักษณะทรงรูปหอก โคนมนปลายเรียวรีแหลม ใบด้านบนมีสีเขียว พื้นผิวเป็นมัน ใบด้านล่างมีสีอ่อนกว่า&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเป็นช่อ จะมีดอกออกเป็นกระจุก ดอกมีสีชมพูอ่อน หรืออมเหลือง เล็กฝอยๆ กลีบเลี้ยงมีสีเขียวปนเหลือง มีกลิ่นหอม มีก้านช่อดอกยาว ดอกออกตามลำต้น ซอกใบหรือตามปลายกิ่ง&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ออกเป็นพวง มีลักษณะทรงกลมเล็ก ผิวเปลือกบาง ผลอ่อนมีขนคล้ายกำมะหยี่ เมื่อผลสุกจะผิวเกลี้ยงไม่มีขน มีสีเหลืองอมครีม ภายในผลจะมีเนื้อเป็นพูเล็ก เนื้อฟูนุ่มฉ่ำน้ำ มีสีขาวขุ่นหรือขาวใสอมชมพู ตามสายพันธุ์ มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีกลิ่นหอม มีเมล็ดสีน้ำตาล แบนรูปไข่อยู่ข้างในเนื้อ&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:mafai2.jpg|300px]][[ไฟล์:mafai3.jpg|300px]][[ไฟล์:mafai4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://2.bp.blogspot.com/-iyas1P-ei3I/T5qNGhDzBBI/AAAAAAAAAUQ/66FPvxp-A2M/s1600/P1110749+(Small).jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะไฟ1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะไฟ2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะไฟ3.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87</id>
		<title>มะปริง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-01T06:06:36Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;มะปริง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:mapring.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' มะปริง มะยง มะผาง โค้ง  สะตา&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Bouea Oppositifolia (Roxb.) Meisn.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' ANACARDIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt; ไม้ต้น สูงถึง 6-30 ม. ไม่ผลัดใบหรือผลัดใบช่วงสั้น เรือนยอดแน่น กิ่งต่ำๆ ห้อยลง &lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีน้ำตาลอมส้มถึงสีน้ำตาลออกม่วงเข้ม เรียบหรือแตกเป็นร่องตื้นหรือเป็นแผ่น เปลือกในสีชมพูอมส้มถึงสีน้ำตาลอมแดง มีเส้นใยเล็กน้อย มีน้ำเลี้ยงเป็นยางใสหรือสีออกแดง &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เดี่ยว ออกตรงข้าม แผ่แบน รูปรีแคบถึงรูปใบหอกแกมขอบขนาน กว้าง 1.2-4 ซม. ยาว 4-12 ซม. ปลายเรียวแหลม พบน้อยที่ปลายทู่ โคนแหลม ขอบเรียบ ใบอ่อนสีม่วง ห้อยเป็นพู่ไหสอ่อน ใบแก่หนาคล้ายแผ่นหนัง สีเขียวเข้มขุ่นด้านบน ด้านล่างสีอ่อนกว่าหรือสีออกเทาเกลี้ยงทั้งสองด้าน มีกลิ่นชันเมื่อขยี้ใบ เส้นกลางใบนูนด้านบน เส้นใบ 8-16 คู่เล็กเรียว จมด้านบน นูนด้านล่าง เส้นใบย่อยเป็นร่างแหละเอียด จางทั้งสองด้าน ก้านใบเล็กเรียว ยาว 0.7-1.5 ซม. กิ่งเล็กเรียว ตามข้อมักแบน สีน้ำตาลเข้ม เกลี้ยง ตารูปกรวยแคบ ยาว 5-10 มม. &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ยาวประมาณ 3 มม. เล็ก สีขาวถึงสีเหลืองอมเขียวอ่อน ดอกตัวผู้และดอกสมบูรณ์เพศอยู่บนต้นเดียวกัน ออกเป็นช่อแตกแขนงยาวถึง 25 ซม. ที่ซอกมบหรือปลายกิ่ง ก้านดอกยาวประมาณ 2 มม. กลีบเลี้ยงปลายมีแฉก รูปไข่กว้าง 3-5 ซม. พูยาวประมาณ 1 มม. กลีบดอกรูปขอบขนาน 3-5 กลีบ ยาวประมาณ 2 มม. ไม่เท่ากัน มีสันตรงกลาง เกสรตัวผู้ที่สมบูรณ์ 3-5 อันยาวประมาณ 1.5 มม. ติดรอบจานฐานดอกเล็กแบน รังไข่เหนือวงกลีบยาวประมาณ 1 มม. มี 1 ช่อง มีก้านเกสรตัวเมียสั้นติดตรงกลาง&lt;br /&gt;
*'''ผล''' รูปไข่หรือรูปไข่กลับ ยาว 2.5-3.5 ซม. สุกสีเหลืองถึงส้ม เกลี้ยง เปลือกบาง มีเนื้อ ผนังผลชั้นในแข็ง ภายในมี 1 เมล็ด เนื้อนุ่ม กินได้ พันธุ์ป่ามักมีรสเปรี้ยว &lt;br /&gt;
พบทั่วไปในป่าดิบที่ต่ำถึงสูง 600 ม. ปลูกตามบ้าน&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:mapring2.jpg|300px]][[ไฟล์:mapring3.jpg|300px]][[ไฟล์:mapring4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
http://baodansinh.vn/Images/2015/09/15/dansinh/1_ThanhTra_zps6911dc5e.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะปริง1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะปริง2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.samunpri.com/wp-content/uploads/2017/03/มะปริง3.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87</id>
		<title>มะเดื่อกวาง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-01T04:45:24Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;มะเดื่อกวาง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ด...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:madue.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' มะเดื่อกวาง ลิ้นควาย ฆ้อง ตองหนัง ลิ้นกระบือ&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Ficus callosa Willd.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' MORACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นผลัดใบหรือกึ่งผลัดใบขนาดใหญ่สูงถึง 30 ม. เรือนยอดกลม ลำต้นเปลาตรงเมื่ออายุมากโคนต้นจะเป็นพูพอน เปลือกต้นเรียบ สีเทา&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เดี่ยว ขนาด 6-18 x 14-40 ซม. เรียงเวียนสลับใกล้ปลายกิ่ง มองเห็นเป็นกลุ่มๆใบรูปรีหรือรูปขอบขนานแกมรูปไข่ปลายใบมน โคนใบมนหรือเว้าตื้นๆ ขอบใบเรียบ ยอดอ่อนมีขนคล้ายไหม ด้านบนของใบสีเขียวอมเหลือง เป็นมัน ด้านล่างสีเขียวอ่อนหรือออกขาว มักจะมีขนหยาบประปราย เส้นใบย่อย มี 7-10 คู่ โค้งงอจรดกันที่ขอบใบ หูใบมีขนละเอียด &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ไม่ค่อยพบมากนัก แต่มีการติดดอกและผลได้ตลอดทั้งปี&lt;br /&gt;
*'''ผล''' สด รูปร่างกลม ออกเดี่ยวๆหรือเป็นคู่สีเขียวอมเหลือง รูปมนรีแคบ ก้านผลยาว 1-2 ซม.มีกาบรูปสามเหลี่ยมโค้งงอรองรับผลจะพบว่าออกได้ตลอดทั้งปี&lt;br /&gt;
พบกระจายทั่วไป ในป่าเบญจพรรณและป่าดิบใกล้ห้วยหรือลำธารที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล ไม่เกิน 800 ม.&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:Madue2.JPG|300px]][[ไฟล์:Madue3.JPG|300px]][[ไฟล์:madue5.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/bb8d7b1f929c87990bf26dd5ae244a16.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/004df72e468e86d049585f37c500420d.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/4785c91c96c21eed9ac8891903b23c18.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/362159852ed734f3dc2aa48485fd4503.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87</id>
		<title>มะจ้ำก้อง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-01T04:32:42Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: สร้างหน้าด้วย &amp;quot;'''ชื่อไทย :''' มะจ้ำก้อง กระดูกไก่ กาลังกาสาตัวผู้ เหมือด &amp;lt;b...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;'''ชื่อไทย :''' มะจ้ำก้อง กระดูกไก่ กาลังกาสาตัวผู้ เหมือด&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Ardisia colorata Roxb.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' MYRSINACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 1.5-4 ม. กิ่งอ่อนคล้ายทรงกระบอก หรือเป็นเหลี่ยม เล็กน้อย เรือนยอดรูปไข่ โปร่ง แตกกิ่ง ตั้งฉากกับลำต้น เปลือกของลำต้นชั้นนอก เรียบ สีน้ำตาล เปลือกในสีน้ำตาลอ่อน&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมรูป ขอบขนาน ขนาด 4-7 x 12-20 ซม. ปลายแหลม ถึงเรียวแหลม โคนสอบ ขอบเรียบ เนื้อบาง ถึงค่อนข้างหนา ผิวด้านบนเกลี้ยง สีเขียว เข้มเป็นมัน ผิวด้านล่างมีเกล็ดสีน้ำตาล สีเขียวนวล มีต่อม เป็นจุดสีดำกระจายทั่ว ทั้งสองด้านของแผ่นใบ ปลายยอดมีหูใบ รูปดาบโค้งสีน้ำตาล ผิวมีเกล็ดสีน้ำตาล ปกคลุมหนาแน่น เส้นแขนงใบข้างละ 10-14 เส้น&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเป็นช่อแบบช่อแยกแขนง ที่ ปลายกิ่ง ยาว 6-12 ซม. กลีบเลี้ยงและ กลีบดอก ชั้นละ 5 กลีบ แต่ละกลีบแยกอิสระ กลีบดอกรูปไข่ ปลายแหลม สีชมพู เกสรเพศผู้มีอับเรณูรวมเป็นกระจุก ทรงไข่ ปลายแหลม ที่กลางวงกลีบดอก&lt;br /&gt;
*'''ผล''' สด เมล็ดเดียวแข็ง ค่อนข้างกลม ขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3.5 มม. ผิวเกลี้ยง สีม่วงชมพู มีจุดโปร่งแสงกระจายทั่วไป&lt;br /&gt;
พบในป่าดิบ ทางภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออก และภาคใต้ ที่ความสูง จากระดับน้ำทะเลปานกลาง 200-800 ม.&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%87</id>
		<title>มะค่าโมง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-01T04:19:01Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;มะค่าโมง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแล...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:maka5.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' มะค่าโมง ปิ้น มะค่าหลวง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้นผลัดใบขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15-30 ม. เรือนยอดแผ่กว้าง แตกกิ่งก้านต่ำ เปลือกต้นสีเทาอมเหลือง แตกเป็นสะเก็ด เล็กๆ อายุมากมักจะมีปุ่มปมขรุขระกระจายรอบลำต้น&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ประกอบแบบขนนกปลายใบคู่ เรียงสลับ รูปไข่แกมรูปขอบขนาน ใบย่อย มี 3-5 คู่ เรียงตรงข้าม ขนาด 2-5 x 4-10 ซม. ปลายใบมนหรือเป็นติ่งแหลม โคนใบมน ยอดอ่อนมีขนเล็กน้อย หูใบเล็กร่วงง่าย&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' เป็นช่อแบบช่อกระจะตามปลายกิ่ง สีแดงหรือแดงอมชมพู ช่อยาว 5-15 ซม. ทุกส่วนมีขนคลุมบางๆ กลีบเลี้ยง มี 4 กลีบ สีเขียวสด รูปขอบขนาน กลีบดอก มี 1 กลีบ สีแดง แผ่ออกเกือบกลม ส่วนโคนคอดเป็นก้าน เกสรตัวผู้ มี 7 อัน&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ฝักแห้ง ผิวหนาแข็ง สีน้ำตาลเข้ม-ดำ แตกเป็น 2 ซีก มี 2-4 เมล็ด ขนาด 2.5-3.5 ซม. ผิวมัน สีดำ เนื้อสีส้มหุ้มที่ปลายด้านหนึ่ง แข็งและหนา&lt;br /&gt;
พบในป่าเบญจพรรณชื้นใกล้ลำธารและป่าดิบแล้ง ยกเว้นภาคใต้ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 500 ม.&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:maka2.jpg|300px]][[ไฟล์:Maka3.JPG|300px]][[ไฟล์:Maka4.JPG|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/3b52146719d765dea576b7fe96dcee71.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/f644d9eddd10abda0f22be856f571835.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/9792b359cd07b4097b52449eb3d7142e.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/f0153113d4e5414ec260bd19eafe70e4.JPG&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9E</id>
		<title>โพศรีมหาโพ</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9E"/>
				<updated>2018-03-01T04:05:40Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;โพศรีมหาโพ&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:po.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' โพศรีมหาโพ ปู โพ&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Ficus religiosa L.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' MORACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;เป็นไม้ผลัดใบหรือไม่ผลัดใบ กึ่งอิงอาศัย (hemi-ephiphyte) ต้นที่ขึ้นเดี่ยวๆ มักจะเกิดจากการปลูก สูงได้ประมาณ 35 เมตร&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' หูใบยาว 0.5-1 ซม. หลุดร่วงง่าย ใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ ใบรูปไข่กว้างหรือรูปหัวใจ ยาว 5-25 ซม. ปลายใบยาวคล้ายหาง โคนใบตัดหรือรูปหัวใจ แผ่นใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านล่างมีซิสโทลิท (cystolith) คล้าย ๆ กับผลึกของแคลเซี่ยมคาร์โบเนทที่ผิวใบ ก้านใบยาว 2.5-12 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเดี่ยวหรือเป็นคู่ตามซอกใบ ไร้ก้าน มีใบประดับเล็กที่โคน ฐานดอกทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-1.5 ซม. สุกเปลี่ยนเป็นสีชมพู ม่วงหรือดำ มีช่องเปิดเล็กๆ ด้านปลาย เกสรเพศผู้เรียงตัวใกล้ช่องเปิด กลีบรวมสีแดง รังไข่สีน้ำตาลแดง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:po2.jpg|300px]][[ไฟล์:po4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/08/โพศรีมหาโพ.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/08/ใบโพธิ์.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/08/โพ.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87</id>
		<title>พะยูง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-03-01T03:08:09Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;พะยูง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:payung.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' พะยูง กระยง ประดู่ตม ประดู่น้ำ&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Dalbergia cochichinensis Pierre''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้น ไม่ผลัดใบ สูง 15-30 ม. เรือนยอดแตกแขนงมาก &lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีน้ำตาลอ่อน ลอกถึงแตกเป็นแผ่นไม่เป็นระเบียบและเป็นร่อง&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ยาว 13-25 ซม. ใบประกอบแบบขนนกยอดเดี่ยว มีใบย่อย 3-4 คู่ ออกสลับ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. รูปไข่กว้างถึงรูปไข่แคบ ปลายทู่หรือเรียวแหลมสั้น โคนทู่หรือกลม ยอดอ่อนมีขนละเอียด ใบแก่สีเขียวเข้มขุ่นด้านบน สีออกเทาด้านล่าง เกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นใบ 7-9 คู่เห็นชัดทั้งสองด้าน เส้นใบเล็กๆ ค่อนข้างจางด้านบน ชัดด้านล่าง ก้านใบย่อยยาว 2.5 มม. หูใบเล็ก ร่วงเร็ว&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ยาวประมาณ 0.6 ซม.สีขาวมีสีเหลืองอ่อนแซมด้านใน กลิ่นหอม เป็นช่อแตกแขนง ที่ปลายกิ่งและตามซอกใบบนๆ ยาว 10-20 ซม. ก้านดอกยาวประมาณ 1 มม. กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 5 มม. สีเขียวอ่อน เกลี้ยง กลีบดอกทุกกลีบยาว 5-6 มม. ก้านกลีบยาวประมาณ 1.5 มม. กลีบกลางกลม ปลายเป็นแอ่ง เกสรตัวผู้มี 10 อัน เชื่อมติดกันเป็น 1 มัด รังไข่ยาวประมาณ 3 มม. เกลี้ยง มีก้านยาวเท่ากับรังไข่ มีขนก้านเกสรตัวเมียยาว 1.5 มม. &lt;br /&gt;
*'''ผล''' กว้าง 1 ซม. ยาว 4-8 ซม. รูปขอบขนานขอบตรงขนานกัน ปลายทั้งสองด้านแคบ แบนมาก (พองเล็กน้อยตรงส่วนที่เป็นเมล็ด) สีเขียวอ่อน แก่เมื่อสีน้ำตาลอ่อนและเปราะ ผนังบาง เกลี้ยง มี 1-3 เมล็ด กว้าง 4 มม. ยาวประมาณ 6 มม. สีน้ำตาลแดง รูปไต&lt;br /&gt;
พืชพื้นเมืองของภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไทย ปลูกน้อยในภาคใต้&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:payung2.jpg|300px]][[ไฟล์:payung4.jpg|300px]][[ไฟล์:Payung3.JPG|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/08/ต้นพะยูง.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.phargarden.com/userfiles/image/images/ph253_Payoong/ph253_003.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.phargarden.com/userfiles/image/images/ph253_Payoong/ph253_010.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.phargarden.com/userfiles/image/images/ph253_Payoong/ph253_008.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1</id>
		<title>พร้าวนกคุ้ม</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1"/>
				<updated>2018-03-01T03:01:55Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:prao.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' พร้าวนกคุ้ม&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Curculigo megacarpa Ridi.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' HYPOXIDACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt; ไม้ล้มลุก ลักษณะคล้ายพืชพวกปาล์ม ลำต้นสั้น&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' เรียงสลับชิดกันที่โคนต้น แผ่นใบรูปขอบขนานแกมรูปหอก พับเป็นร่องตามยาว คล้ายใบปาล์ม ยาว 30-40 ซม. กว้าง 4-6 ซม. ปลายใบเรียวแหลม โคนใบสอบแคบ ก้านใบยาว 25-30 ซม. โคนแผ่กว้าง หุ้มลำต้น&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' กลีบดอกมี 6 กลีบ สีเหลือง โคนเชื่อมติดกัน เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-2.5 ซม. ออกรวมกันแน่นเป็นช่อรูปทรงกระบอกปลายแหลม ยาว 5-7 ซม. กว้าง 4-5 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ผล''' แก่สีขาวถึงแดง รูปขอบขนานทรงรีลง ยาว 4-5 ซม.&lt;br /&gt;
พบตามป่าพรุ ชอบที่ที่มีความชื้นสูง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:prao2.jpg|300px]][[ไฟล์:prao3.jpg|300px]][[ไฟล์:prao4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
https://www.bansuanporpeang.com/files/images/user752/Picture%20053.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.bansuanporpeang.com/files/images/user752/100_1578.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.bansuanporpeang.com/files/images/user752/100_0868.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.bansuanporpeang.com/files/images/user752/Picture%20070_0.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C</id>
		<title>พระเจ้าห้าพระองค์</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C"/>
				<updated>2018-03-01T02:22:09Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: &lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:prajao.jpg|250px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' พระเจ้าห้าพระองค์ ตะโก สะกวน แสนตาล้อม&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Dracontomelon dao (Blanco) Merr. &amp;amp; Rolfe''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' ANACARDIACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้น ขนาดใหญ่ สูงถึง 40 ม. ผลัดใบช่วงสั้น เรือนยอดแน่นกลม ลำต้นสูงตรง มักเป็นร่องที่โคน เกิดพูพอนใหญ่ตามอายุ สูงถึง 5 ม. &lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีน้ำตาลอมส้มอ่อน ถึงสีออกเทา เรียบหรือลอดออกเป็นแผ่นบาง เปลือกในสีชมพูถึงสีน้ำตาลอมแดงอ่อน มีจุดน้ำเลี้ยงเป็นยางใสกระจาย &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ประกอบแบบขนนกปลายคี่ ยาว 35-60 ซม. ออกสลับ ดกใกล้ปลายกิ่ง มีใบย่อย 4-9 คู่ ออกสลับหรือตรงข้าม รูปไข่ถึงรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 6-16 ซม. ปลายเรียวแหลม โคนกลมเบี้ยว ขอบเรียบ (ยกเว้นตอนเป็นต้นกล้า) ใบอ่อนสีอมชมพู มีขนสั้นสีน้ำตาล ใบแก่หนาคล้ายแผ่นหนังบาง เกลี้ยงหรือมีขนละเอียดโดยเฉพาะบนเส้นใบด้านล่าง มักมีกระจุกขนตามซอกเส้นใบ เส้นกลางใบนูนด้านบน เส้นใบ 6-12 คู่ โค้งชัน ชัดทั้งสองด้าน ก้านใบย่อยยาวน้อยกว่า 0.5 ซม. (ใบย่อยที่ปลายยาวถึง 1.7 ซม) มีขนละเอียดหรือค่อนข้างเกลี้ยง ก้านช่อใบยาว 8-10 ซม. แบนและเป็นร่องด้านบน โคนก้านบวม กิ่งใหญ่แข็ง มีรอยแผลเป็นที่ใบร่วงชัด เมื่ออ่อนมีขนละเอียด&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' สีขาวออกเขียวถึงสีครีมหรือสีเหลืองอ่อน รูประฆัง กลิ่นหอมอ่อน ดอกสมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อแตกแขนงเรียวยางถึง 60 ซม. ที่ซอกใบบนๆ มักออกพร้อมกับใบอ่อนหรือก่อนใบอ่อนเล็กน้อย ก้านดอกยาวถึง 4 มม. กลีบเลี้ยงปลายมีพูรูปสามเหลี่ยมหรือรูปไข่ 5 พู ยาวประมาณ 4 มม. มีขนละเอียดนุ่มด้านนอก ด้านในเกลี้ยง กลีบดอกรูปใบหอก 5 กลีบ ยาว 7-10 มม. ยากว่าเกสรตัวผู้และก้านเกสรตัวเมียเล็กน้อย ตั้งตรงและแนบกัน ยกเว้นที่ปลายซ้อนทับกันในตาดอก เกลี้ยงทั้งสองด้าน เกสรตัวผู้ 10 อัน ก้านชูอับเรณูเล็กเรียว ยาวประมาณ 7 มม. สมบูรณ์ทุกอัน อันที่ติดตรงกับกลีบดอกสั้นกว่าอันอื่น ฐานดอกคล้ายวงแหวน มีขนนุ่ม รังไข่รูปไข่ มี 5 ช่อง ยาวประมาณ 3 มม. เกลี้ยง มีก้านเกสรตัวเมีย 5 อันเชื่อมติดกันอยู่ที่ปลาย &lt;br /&gt;
*'''ผล''' กลม ยาว 2.5-4 ซม. มีจุดคล้ายเป็นเกล็ดเล็กรอบตรงกลางผลยาวเป็นสายสุกสีเหลืองถึงสีส้มอ่อน แล้วเป็นสีน้ำตาลขุ่น หนา เหนียว แข็ง ถึงมีเนื้อเป็นเส้นใย ด้านในผนังผลชั้นในใหญ่แข็งเป็นสามเหลี่ยม ปลายมีรู 5 รู&lt;br /&gt;
พบทั่วไปในป่าดิบที่ต่ำในภาคใต้ ชอบขึ้นริมน้ำ โดยเฉพาะในที่ๆ มีหน้าแล้งชัด ที่วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ เป็นตัวอย่างที่ดี ที่โคนต้นมีพูพอนใหญ่&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:prajao2.jpg|250px]][[ไฟล์:prajao4.jpg|250px]][[ไฟล์:prajao5.jpg|250px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/72c06b29a0d746e9ff43c2d5f3ee3dcc.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/aa20141d91ce6ffc51d6e04c30bbe7c4.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/0c44e0581a260483e5f45fecbf807d3b.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/68490b88c69a3cb63a13614a915a0c15.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95</id>
		<title>พรมคต</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%95"/>
				<updated>2018-02-25T12:30:46Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;พรมคต&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:prom.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' พรมคต เหมือดคน คด ไต้ควานช้าง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Heliciopsis terminalis (Kurz) Sleumer''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' PROTEACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ จัดเป็นพืชในวงศ์เดียวกันกับส้ม มีเขตการกระจายพันธุ์อยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 400-1,600 เมตร ในแถบป่าดงดิบ และป่าดิบเขา สามารถพบเห็นได้เกือบทั่วทุกภาคในประเทศไทย มีขนาดความสูงของลำต้นประมาณ 10-20 เมตร เปลือกลำต้นเรียบเป็นสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านสาขามากมาย&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' มีลักษณะเป็นรูปไข่กลับหรือรูปหอก โคนใบมน ปลายใบแหลม แผ่นใบมีสีเขียวเข้ม ขอบใบเรียบ มีความกว้างของใบประมาณ 4-8 ซม. ยาวประมาณ 12-24 ซม. ก้านใบยาวประมาณ 1.5-3 ซม. ออกเป็นใบเดี่ยวๆ บริเวณปลายกิ่ง&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเป็นช่อยาวประมาณ 15-30 ซม. ที่บริเวณซอกใบ เรียงสลับกันเป็นคู่ มีกลีบดอกสีขาวปกคลุมไปด้วยขนอ่อนสีน้ำตาลค่อนข้างหนาแน่น มีตุ่มรูปไข่ขนาดเล็ก 4 ตุ่ม ที่บริเวณฐานรองดอก มีขนละเอียดสีแดงติดอยู่ครึ่งหนึ่งของก้านดอก ดอกมีกลิ่นหอม มักออกดอกในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์&lt;br /&gt;
*'''ผล''' มีลักษณะเป็นรูปไข่ ผิวผลเรียบเกลี้ยง สีเขียว ผลที่โตเต็มที่มีขนาดความกว้างประมาณ 2-2.5 ซม. ยาวประมาณ 3-4 ซม. เปลือกผลแข็ง ออกรวมกันเป็นกลุ่มจำนวนหลายผล มีเมล็ดภายในผลเพียง 1 เมล็ด ติดผลประมาณเดือน มีนาคม-มิถุนายน&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:prom2.jpg|300px]][[ไฟล์:prom3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.vichakaset.com/wp-content/uploads/เหมือดตัวผู้-282x300.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.npic-surat.com/web/images/stories/panmaipadipcheun/promkot/IMG_6542-2.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.npic-surat.com/web/images/stories/panmaipadipcheun/promkot/IMG_6543-2.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%87</id>
		<title>โปง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-02-25T12:18:29Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;โปง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:pong.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' โปง เข็ง นานเกรง หมากอ่อน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Brownlowia peltata Benth.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' Malvaceae&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้น สูงได้ถึง 30 ม. ใบรูปรีกว้างหรือเกือบกลม กว้าง 12-30 ซม. ยาว 18-50 ซม&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' โคนใบแบบก้นปิด เส้นโคนใบ 7-9 เส้น เส้นแขนงใบย่อยแบบขั้นบันได ก้านใบยาว 4-20 ซม.&lt;br /&gt;
*'''ดอก'''  มีขนประปราย ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ยาว 10-40 ซม. ตาดอกกลม กลีบเลี้ยงรูปสามเหลี่ยม ยาวได้ถึง 4 มม. กลีบดอกรูปใบพาย ยาว 5-7 มม. เกสรเพศผู้เกลี้ยง รังไข่มีขนสั้นนุ่ม&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ผลแห้งไม่แตก จักเป็นพูตื้น ๆ 2 พู รูปรีกว้าง ยาว 2-3 ซม. สีน้ำตาล &lt;br /&gt;
พบที่พม่า บอร์เนียว ในไทยส่วนใหญ่พบทางภาคใต้ ขึ้นตามป่าดิบชื้น ความสูงถึงประมาณ 600 เมตร&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:pong2.jpg|300px]][[ไฟล์:pong3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/botany/image/Web_dict/Brownlowia_helferiana1.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/botany/image/Web_dict/Browlowia_peltata.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/botany/image/Web_dict/Brownlowia_helferiana2.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99</id>
		<title>เปราะหิน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99"/>
				<updated>2018-02-25T12:11:48Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;เปราะหิน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแล...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:pro.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' เปราะหิน&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Caulokaempferia saxicola K.Larsen''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' ZINGIBERACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ล้มลุกเกาะตามโขดหิน สูงได้ประมาณ 30 ซม. ลำต้นเทียมเป็นกาบซ้อนกัน เกลี้ยง&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' มี 5-7 ใบ เรียงเวียนสลับ รูปใบหอก ยาว 6-13 ซม. ใบด้านล่างขนาดเล็ก ไร้ก้าน ขอบใบบาง ลิ้นใบบาง&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ปลายกลม ช่อดอกออกที่ปลายลำต้น ดอกสีเหลือง ส่วนมากมีดอกเดียวในแต่ละใบประดับ ใบประดับมี 5-10 ใบ เรียงตรงข้าม 2 แถว ยาวประมาณ 3 ซม. กลีบเลี้ยงมีขนสั้นนุ่มด้านนอก ติดกันเป็นหลอด ยาว 7-9 มม. ปลายแยกเป็น 3 กลีบรูปสามเหลี่ยม ยาว 2-3 มม. กลีบดอกติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 2-2.5 ซม. กลีบข้างขนาดเท่าๆ กัน รูปสามเหลี่ยม ยาว 0.7-1 ซม. เกสรเพศผู้ที่เป็นหมันคล้ายกลีบดอก รูปไข่ กลีบปากคล้ายรูปลิ้น ยาวได้ประมาณ 1.7 ซม. &lt;br /&gt;
*'''ผล''' ผลแห้งแตก ยาวประมาณ 2.2 ซม. &lt;br /&gt;
พบเฉพาะทางภาคตะวันออกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครนายกและปราจีนบุรี โดยเฉพาะบริเวณเขาเขียว ขึ้นเป็นกลุ่มตามโขดหินที่มีมอสหนาแน่นใต้ร่มเงาในป่าดิบเขา ระดับความสูง 900-1,100 เมตร&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:pro2.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.siamensis.org/sites/default/files/caulokaempferia_sexicola.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.forumkhonbaakpae.com/board/image_upload/6474PICT0224.JPG&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B9</id>
		<title>ปอหู</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B9"/>
				<updated>2018-02-25T11:16:23Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;ปอหู&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:por.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ปอหู ปอจง ขี้เถ้า&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Hibiscus macrophyllus Roxb. ex Hornem.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' MALVACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้น ไม่ผลัดใบหรือผลัดใบบางส่วน สูงถึง 28 ม. เรือนยอดแตกกิ่งกว้าง&lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีครีมถึงเทาอ่อน เรียบหรือแตกเป็นแผ่นตื้น มีช่องอากาศใหญ่ เปลือกในสีน้ำตาลอมชมพู มีเส้นใยแข็ง &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ยาว 15-35 ซม. ใหญ่ กลมหรือรูปไข่กว้าง ปลายแหลมสั้น โคนรูปหัวใจ ไม่จักเป็นพู ขอบเรียบหรือมีซี่ฟันเล็กตื้น ยอดอ่อนมีหนาม มีขนแข็งสีน้ำตาลอมเหลือง ยาวได้ถึง 7 มม. ใบแก่สีเขียวขุ่นด้านบน มีขนนุ่มทั้งสองด้าน โดยเฉพาะบนเส้นใบด้านล่าง ใบแก่สีเหลือง เส้นใบ 7-9 เส้นออกจากโคนใบ มีต่อมยาว (3-20 มม.) อยู่ที่ครึ่งบน ก้านใบยาว 10-26 ซม. มีหนามและขนละเอียด หูใบยาว 6-12 ซม. ใหญ่และเห็นชัด คล้ายแถบหนัง มีขนยาวสีเหลืองเหนียวหนาแน่น ร่วงเร็ว กิ้งใหญ่ล่ำ ขนหยาบ มีรอยแผลเป็นของหูใบเป็นวงชัด&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ขนาด 7-8.5 ซม. บานเด่น สีเหลืองสดตรงกลางดอกสีม่วงเข้ม เปลี่ยนเป็นสีแดงขึ่นเมื่อแก่ ออกเดี่ยวที่ซอกใบหรือเป็นช่อหลวมๆ ยาวถึง 25 ซม. และมีใบลดรูปที่ปลายกิ่ง ก้านดอกมีหนามและขนละเอียด ริ้วประดับยาว 1.5-2.5 ซม. แยกเป็นแฉกแคบ 0-14 แฉก มีหนามแน่น กลีบเลี้ยงยาว 1.5-2.5 ซม. รูประฆัง  ปลายจักประมาณ 1/2 เป็นแฉกสามเหลี่ยม 5 แฉก มีหนามด้านนอกไม่มีต่อมและเกล็ด มีขนเส้นไหมด้านในกลีบดอกยาว 6-8 ซม. รูปไข่กลับ ปลายกลม บิดเข้าด้วยกันเป็นกรวยเปิด เส้าเกสรตัวผู้ยาวประมาณ 4 ซม. สั้นกว่ากลับดอกมาก โดยมีอับเรณู ติดตลอดเส้า ก้านเกสรตัวเมียแยกเป็นแฉกกาง 5 แฉก ยาวประมาณ 5 มม. รูปไข่หรือไข่กลับ ปลายเป็นจะงอยสั้น โคนมีกลีบเลี้ยงและเป็นริ้วประดับติดทน มีหนามยาวสีทองแน่นด้านนอก ด้านในเกลี้ยงและเป็นมัน แตกออกเป็น 5 เสี่ยง เมล็ดจำนวนมากมีขน&lt;br /&gt;
พบทั่วไปในภาคใต้ ตามป่ารุ่น สองข้างทางตั้งแต่ที่ต่ำถึงสูง 600 ม. ไม่พบตามชายฝั่งทะเล&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/botany/image/Web_dict/Talipariti_macrophyllum2.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99</id>
		<title>ประดู่บ้าน</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99"/>
				<updated>2018-02-25T11:09:45Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;ประดู่บ้าน&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดู...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:pradu.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' ประดู่บ้าน ดู่บ้าน สะโน ประดู่กิ่งอ่อน ประดู่ลาย&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Pterocarpus indicus Willd.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้ต้น ผลัดใบ สูงได้ถึง 40 ม. เรือนยอดรูปโดมแผ่กว้าง กิ่งเล็กเรียว กิ่งล่างๆห้อย ลำต้นมักแตกออกหลายลำใกล้โคนต้น ต้นแก่จะมีปุ่มและสั้นล่ำ&lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' สีครีมถึงน้ำตาลอมเทา แตกเป็นร่องเล็กและเป็นเกล็ด เปลือกในเป็นเส้นใยสีน้ำตาลแดง มีน้ำเลี้ยงสีแดงกระจายทั่วไป &lt;br /&gt;
*'''ใบ''' ยาว 12-30 ซม. แผ่แบน ใบประกอบแบบขนนกยอดเดี่ยว มีใบย่อย 2-4 คู่ ออกสลับ กว้าง 4-7 ซม. ยาว 5-10 ซม. รูปไข่ถึงรีกว้างปลายแหลม โคนกลม ยอดอ่อนมีขนกระจาย ใบแก่เนื้อบาง สีเขียวสด ค่อนข้างเป็นมันด้านบน ด้านล่างสีเขียวขุ่น เกลี้ยง เส้นใบ 8-10 คู่ ก้านใบย่อยยาว 3-5 ซม. ก้านใบยาว 2-4 ซม. หูใบ 7-15 มม. รูปแถบ ร่วงเร็ว&lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ยาวประมาณ 1.5 ซม. สีเหลืองสด กลิ่นหอม เป็นช่อแตกแขนงกว้างยาว 10-20 ซม. ตามซอกใบบนๆและปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 6-11 มม. มีขน กลีบเลี้ยงเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 มม. รูประฆังโคนแคบ เกลี้ยงหรือมีขน ปลายจักซี่ฟัน 5 ซี่ ซี่บน 2 ซี่ใหญ่กว่าและเชื่อมกัน กลีบดอก 5 กลีบ ก้านกลีบยาวประมาณ 5 มม. บางยับย่น กลีบกลางกว้าง 10-15 มม. กลีบรูปไข่กลัับหรือรูปช้อน กลีบปีกข้างกว้างประมาณ 6 มม. ยาวประมาณ 12 มม. กลีบคู่ล่างโคนเชื่อมกัน สั้นกว่ากลีบปีก เกสรตัวผู้มี 10 อัน เชื่อมกันเป็นแผ่นรอบรังไข่ อันบน 1 อันแยก รังไข่มีก้าน ขนแน่น ก้านเกสรตัวเมียยาวประมาณ 5 มม. เกลี้ยงที่ครึ่งบน มียอดเกสรตัวเมียเล็ก&lt;br /&gt;
*'''ผล''' ยาว 4-6.5 ซม. รูปกลม ปลายคล้ายจะงอยแหลมสั้น (ส่วนของเกสรตัวเมียที่เหลือค้างอยู่) อยู่ที่ด้านหนึ่งค่อนไปทางครึ่งบน โคนแคบ แบนมาก ปีกกว้างเป็นคลื่น ล้อมรอบส่วนกลางที่หนากว่าสีเขียวอ่อน เมื่ออ่อนมีขนสีทอง แล้วเป็นสีน้ำตาลอ่อนและเกลี้ยง แก่ไม่แตก มี 1-2 เมล็ด ขนาด 8-10 มม. สีน้ำตาลเข้ม เกลี้ยง&lt;br /&gt;
พืชพื้นเมืองของภาคใต้ พบในป่าดิบ คลองน้ำกร่อย โขดหินตามชายฝั่ง อาจไม่พบในป่าธรรมชาติแล้ว นิยมปลูกสองข้างทาง&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:pradu2.jpg|300px]][[ไฟล์:pradu3.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://c2.staticflickr.com/4/3196/2666845525_f73235ffe7_b.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/09/ผลประดู่บ้าน.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://medthai.com/wp-content/uploads/2014/09/ต้นประดู่บ้าน.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%87</id>
		<title>บุหรง</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%87"/>
				<updated>2018-02-25T11:02:41Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;บุหรง&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:burong.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' บุหรง&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Dasymaschalon blumei Finet &amp;amp; Gagnep.''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' ANNONACEAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้พุ่มหรือไม้ต้นไม่ผลัดใบ สูง 3-5 ม. เรือนยอดทรงกระบอก ทึบ ลำต้นเปลาตรง แตกกิ่งก้านต่ำ เปลือกนอกเรียบ สีเทาดำ เปลือกในสีน้ำตาล&lt;br /&gt;
*'''ใบ'''เดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปไข่กลับ แกมรูปขอบขนานหรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน ขนาด 4-8 x 8-22 ซม. ปลายแหลม โคนมนและ เว้าเล็กน้อย ขอบเรียบ ผิวเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างมีนวลขาว ยอดอ่อนสีแดง เส้นแขนงใบข้างละ 10-12 เส้น &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' ออกเดี่ยว ที่ง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปสามเหลี่ยม เชื่อมติดกัน ขนาดเล็ก สีเขียว กลีบดอก 3 กลีบ ขอบเชื่อมติดกันตลอดความยาวกลีบ บิดเวียน สีเหลืองหรือสีเหลืองแกมแดง เกสรเพศผู้ ขนาดเล็ก อัดเป็นวงกลมล้อมรอบเกสรเพศเมีย&lt;br /&gt;
*'''ผล'''  แบบผลกลุ่ม จำนวน 10-15 ผลย่อย ออกจากจุดเดียวกัน แต่ละผลคอดเว้า 1-6 ข้อ เนื้อฉ่ำน้ำ ผลแก่สีแดง เมื่อสุกเต็มที่สีดำ เมล็ดรูปขอบขนาน มีเส้นตามยาว 2 เส้น &lt;br /&gt;
พบในป่าดิบชื้นทางภาคใต้ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 400-1,000 ม.&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
[[ไฟล์:burong2.jpg|300px]][[ไฟล์:burong3.jpg|300px]][[ไฟล์:burong4.jpg|300px]]&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
https://www.bloggang.com/data/f/fasaiwonmai/picture/1327147347.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/5eb7bd006ddf98e2fc07807c531b5e84.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/6d7a414a23dd4d4d02f9a961d5d4989e.JPG&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.dnp.go.th/flora/images/eb7d1e53c9356c26738d9b444e5e587c.jpg&amp;lt;br&amp;gt;&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	<entry>
		<id>http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%94</id>
		<title>นากบุด</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="http://rspg.svc.ac.th/plant/index.php/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%94"/>
				<updated>2018-02-25T10:59:27Z</updated>
		
		<summary type="html">&lt;p&gt;Kwanchaya: ล็อก &amp;quot;นากบุด&amp;quot; ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระ...&lt;/p&gt;
&lt;hr /&gt;
&lt;div&gt;[[ไฟล์:nakbud.jpg|300px]]&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
'''ชื่อไทย :''' นากบุด&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวิทยาศาสตร์ :''' ''Mesua nervosa Planch. &amp;amp; Triana''&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;'''ชื่อวงศ์ :''' GUTTIFERAE&lt;br /&gt;
&amp;lt;br&amp;gt;ไม้พุ่มใหญ่หรือไม้ต้นเล็ก สูงถึง 11 ม. กิ่งพาดเลื้อย&lt;br /&gt;
*'''เปลือก''' น้ำตาลอมแดงแตกเป็นแผ่นเล็ก&lt;br /&gt;
*'''ใบ''' รูปรีแคบถึงใบหอก กว้าง 2-3.5 ซม. ยาว 5-9 ซม. ออกห่างๆ ปลายเรียวแหลม โคนรูปลิ่ม เนื้อคล้ายหนังบาง ด้านบนสีเขียวสดหรือเขียวเข้มขุ่น ด้านล่างสีเขียวอ่อนกว่าถึงสีอมเหลือง เส้นใบ 10-14 คู่เห็นชัด มีเส้นใบสั้นแซมนูนชัดด้านล่าง เชื่อมเป็นวงใกล้ขอบ เส้นใบนูนด้านล่าง ก้านใบยาวประมาณ 0.5 ซม. ใหญ่แข็ง มีใบลดรูปคล้ายใบประดับ 2-4 ใบ รูปใบหอกหรือรูปเข็ม อยู่ระหว่างโคนก้านใบ กิ่งสีน้ำตาลเข้ม เมื่ออ่อนมีสะเก็ดเล็กน้อย &lt;br /&gt;
*'''ดอก''' สีขาว ขนาด 3-4 ซม. ออกเดี่ยวที่ปลายกิ่งหรือ 1-3 ที่ง่ามใบ ก้านดอกยาวน้อยกว่า 0.3 ซม. ใหญ่แข็ง มีใบประดับย่อยเล็กรูปใบหอกหลายใบที่โคน กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน รูปไข่กว้างถึงค่อนข้างกลม ยาว 8-10 ซม. ไม่เท่ากัน กลีบดอก 4 กลีบ รูปไข่กว้าง ปลายทู่ มักโค้งเข้าใน กว้าง 5-8 มม. ยาว 10-15 ซม. บางทีแยกไปเกือบถึงโคน (ทำให้เห็นเป็นกลีบ 6 กลีบแคบ) เกสรตัวผู้ยาว 8-15 มม. เล็กเรียว ปลายเกสรตัวเมียมี 4 ง่าม&lt;br /&gt;
*'''ผล''' รูปลูกแพร์มีจะงอยสั้นหรือรูปไข่ถึงกลม กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 2.5-3.5 ซม. ปลายมีก้านเกสรตัวเมียเล็กติดอยู่ ก้านผลแข็งยาวประมาณ 1 ซม. มีกลีบเลี้ยงหนาสีเขียวอมน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลอมเหลืองติดอยู่ที่โคน&lt;br /&gt;
พบทั่วไปตามป่าดิบที่ต่ำ สูง 200 ม. ตามสันเขาหรือที่เปิด จ.สุราษฎร์ธานี พังงา สงขลา&lt;br /&gt;
----&lt;br /&gt;
'''แหล่งที่มาของภาพ'''&amp;lt;br&amp;gt;&lt;br /&gt;
http://www.vichakaset.com/wp-content/uploads/ต้นนากบุด-300x225.jpg&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Kwanchaya</name></author>	</entry>

	</feed>