ผลต่างระหว่างรุ่นของ "นกเงือกปากดำ"
ล (ล็อก "นกเงือกปากดำ" ([แก้ไข=อนุญาตเฉพาะผู้ดูแลระบบ] (ไม่มีกำหนด) [เปลี่ยนชื่อ=อนุญาตเฉพาะผู้...) |
|||
แถว 24: | แถว 24: | ||
'''กฎหมาย''' <br> | '''กฎหมาย''' <br> | ||
กฎหมายจัดนกเงือกปากดำเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง Humphrey and Bain (1990) จัดเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มจะสูญพันธุ์ | กฎหมายจัดนกเงือกปากดำเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง Humphrey and Bain (1990) จัดเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มจะสูญพันธุ์ | ||
+ | |||
+ | '''ลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติม''' <br> | ||
+ | [https://www.youtube.com/watch?v=-xeIqBH5d40 นกเงือกปากดำ] | ||
---- | ---- | ||
<center>[[ไฟล์:Anorrhinus galeritus02.jpg]] [[ไฟล์:Anorrhinus galeritus03.jpg]]</center> | <center>[[ไฟล์:Anorrhinus galeritus02.jpg]] [[ไฟล์:Anorrhinus galeritus03.jpg]]</center> |
รุ่นปัจจุบัน เมื่อ 21:51, 18 กุมภาพันธ์ 2563
วงศ์ : Bucerotidae
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anorrhinus galeritus (Temminck) 1831.
ชื่อสามัญ : Bushy-crested Hornbill
ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ : -
นกเงือกปากดำมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Anorrhinus galeritus ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ galer หรือ galerus แปลว่าหมวกหรือกระหม่อม และ -tus เป็นคำลงท้าย ความหมายคือ “นกที่มีขนปกคลุมกระ หม่อมเด่นชัด” พบครั้งแรกที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ทั่วโลกมีนกเงือกปากดำ 3 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบ 1 ชนิดย่อย คือ Anorrhinus galeritus carinatus (Blyth) ชื่อชนิดย่อยมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ carin, =a แปลว่ากระดูกงูของเรือ หรือร่อง และ -tus เป็นคำลงท้าย ความหมายคือ “ปากมีลายเป็นร่องหรือคล้ายกระดูกงูเรือ” พบชนิดย่อยนี้ครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซีย
กระจายพันธุ์
ในพม่า ไทย มาเลเซีย เกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียว
ลักษณะทั่วไป
เป็นนกขนาดใหญ่ (87-89 ซม.) ตัวเต็มวัยตัวผู้ลำตัวสีดำ หัวมีหงอนขนสีดำ ปากสีดำประมาณสองในสามของหางเป็นสีเทาแกมน้ำตาล ปลายหางสีดำ ตัวเมียต่างจากตัวผู้ตรงที่โหนกแข็งเล็กกว่า ของตัวผู้ผิวหนังบริเวณคอหอยสีน้ำเงิน วงรอบเบ้าตาสีน้ำเงินหรือขาว บางตัวปากเป็นสีงาช้าง ตัวไม่เต็มวัยลำตัวมีลายแต้มสีน้ำตาล ท้องสีขาว
อุปนิสัยและอาหาร
อาศัยอยู่ตามป่าดงดิบชื้น ตั้งแต่ระดับพื้นราบจนกระทั่งความสูง 1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์มักพบเป็นฝูงเล็ก ๆ แต่ช่วงฤดูผสมพันธุ์พบอยู่โดดเดี่ยวหรือเป็นคู่ นกเงือกปากดำร้องเสียงแหลมและดังไปไกลอาหาร ได้แก่ ผลไม้ โดยเฉพาะลูกไทร ลูกหว้า และลูกตาเสือ นอกจากนี้มันยังกินสัตว์ขนาดเล็กที่อยู่ตามพื้นดิน เช่น หนู กิ้งก่า ปู เป็นต้น
การผสมพันธุ์
นกเงือกปากดำผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม มันทำรังตามโพรงต้นไม้ ชีววิทยาการสืบพันธุ์อื่นไม่แตกต่างจากนกเงือกสีน้ำตาล ยกเว้นไข่ของนกเงือกปากดำมีขนาดใหญ่กว่า นกเงือกปากดำมีพฤติกรรมอย่างหนึ่งที่คล้ายคลึง กับนกเงือกสีน้ำตาล คือในช่วงที่ตัวเมียและลูกนกยังอยู่ในโพรง จะมีนกเงือกปากดำอย่างน้อย 3 ตัว และอาจมากถึง 5 ตัว ช่วยพ่อนกหาอาหารมาป้อนตัวเมียและลูกนก พวกมันจะสลับกันป้อนอาหารเกือบตลอดทั้งวัน แต่ที่แตกต่างจากนกเงือกสีน้ำตาลคือตัวที่มาช่วยมีทั้งตัวผู้และตัวเมีย ยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยว กับชีววิทยาการสืบพันธุ์แบบนี้ชัดเจนนัก ตัวที่มาช่วยอาจเป็นนกในครอบครัวเดียวกันที่เกิดเมื่อ 1-2 ปีก่อน หรืออาจเป็นตัวผู้หรือตัวเมียอื่นที่ยังไม่ได้ผสมพันธุ์ในฤดูผสมพันธุ์นั้น
สถานภาพ
นกเงือกปากดำเป็นนกประจำถิ่น พบไม่บ่อยและปริมาณไม่มากนัก พบเฉพาะทางภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชจนถึงใต้สุดของประเทศ
กฎหมาย
กฎหมายจัดนกเงือกปากดำเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง Humphrey and Bain (1990) จัดเป็นสัตว์ที่มีแนวโน้มจะสูญพันธุ์
ลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติม
นกเงือกปากดำ


แหล่งที่มาของภาพ
http://hornbill.or.th/wp-content/uploads/2018/01/Bushy-crested-Hornbill01.jpg
https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSVtZ-uMtK2Kr9sQkGSz2gP37TjBweXaUetjPUEznGfeeJKW3zgLA&s
https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRdi_oi0fuHcL2YY8NV6CSyUWYUeZlmTIuWKJo6LPyy94dgjH_b_Q&s