นกเงือกกรามช้าง
วงศ์ : Bucerotidae
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aceros undulatus (Shaw) 1811.
ชื่อสามัญ : Wreathed Hornbill
ชื่อพื้นเมืองหรือชื่ออื่นๆ : นกกู๋กี๋
นกเงือกกรามช้างมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aceros undulatus บางตำราใช้ว่า Rhyticeros undulatus (Shaw) 1811. ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ undulat หรือ unda แปลว่าคลื่น และ -tus เป็นคำลงท้าย ความหมายคือ “ปากและโหนกแข็งมีลวดลายคล้ายรอยคลื่น” พบครั้งแรกที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ทั่วโลกมีนกเงือกกรามช้าง 2 ชนิดย่อย คือ Aceros undulatus undulatus (Shaw) ชื่อชนิดย่อยมีที่มาและความหมายเช่นเดียวกับชื่อชนิด และ Aceros undulatus ticehursti Deignan ชื่อชนิดย่อยดัดแปลงจากชื่อของบุคคล พบชนิดย่อยนี้ครั้งแรกที่จังหวัดน่าน ประเทศไทยพบทั้ง 2 ชนิดย่อย
กระจายพันธุ์
ในอินเดียด้านตะวันออก จีนด้านตะวันตกเฉียงใต้ หมู่เกาะอันดามัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหมู่เกาะซุนดาใหญ่
ลักษณะทั่วไป
เป็นนกขนาดใหญ่มาก (100 ซม.) หางสีขาว ถุงใต้คางมีแถบสีดำ ปากสีงาช้าง โคนปากมีรอยหยักเป็นบั้ง ๆ ชนิดย่อย ticehursti ตัวผู้บริเวณกระหม่อมสีขาว หงอนขนสีน้ำตาลเข้ม วงรอบเบ้าตาสีแดง หน้าผาก ใบหน้า และคอมีสีขาว ถุงใต้คางสีเหลือง โหนกแข็งมีรอยยั้งชัดเจนกว่าของตัวเมีย ตัวเมียมีวงรอบเบ้าตาสีทีมไม่ฉูดฉาด หน้าผาก กระหม่อม หงอนขน ใบหน้า และคอมีสีดำ โหนกแข็งเล็ก ถุงใต้คางสีฟ้า ตัวไม่เต็มวัยเห็นรอยบั้งที่โคน ปากไม่ชัดเจน โหนกแข็งเล็กกว่าตัวเต็มวัย ชนิดย่อย undulatus ทางด้านล่างถุงใต้คางมีสีฟ้า ตัวเมียไม่แตกต่างจากชนิดย่อย ticehursti
อุปนิสัยและอาหาร
อาศัยอยู่ตามป่าดงดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าดงดิบเขา และป่าชายเลน ตั้งแต่ระดับพื้นราบจนกระทั่งความสูง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล มักพบอยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ ในบริเวณที่มีอาหาร อุดมสมบูรณ์อาจพบเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะพบมันเกาะตามยอดไม้ นกเงือกกรามช้างกินผลไม้ โดยเฉพาะไทร หว้า ตาเสือ และยางโอน โดยใช้ปลายปากงับและปลิดผลออกจากขั้ว จากนั้นมันจะโยนผลขึ้นไปในอากาศ แล้วดินเพื่อไล่จิกกินกิ้งก่าและสัตว์ขนาดเล็ก
การผสมพันธุ์
นกเงือกกรามช้างผสมพันธุ์ใน ช่วงปลายฤดูหนาวต่อฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม มันทำรังตามโพรงต้นไม้ที่เกิดตามธรรมชาติหรือที่สัตว์อื่นทำไว้ โพรงอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ 25-30 เมตร ทั้งตัวผู้และตัวเมียช่วยกันเลือกโพรงไม้ มักใช้โพรงเดิมทำรังเป็นประจำทุกปี ยกเว้นโพรงเดิมถูกทำลาย หรือมีสัตว์อื่นแย่งเข้าไปทำรังก่อน ใช้เวลาฟักไข่ทั้งสิ้น 31 วัน ขณะที่ตัวเมียและลูกนกอยู่ในโพรง ตัวผู้จะหาอาหารมาป้อน หลังจากที่ไข่ฟักเป็นตัวแล้ว ลูกนกจะอยู่ในโพรงอีก 8-12 สัปดาห์ จากนั้นตัวผู้จะเจาะปากโพรงให้ตัวเมียและลูกนกออกมาจากโพรง ในช่วงนี้ตัวผู้จะยังคงหาอาหารมาป้อนตัวเมียและลูกนก จนกระทั่งลูกนกแข็งแรง บินได้ดี และหาอาหารเองได้ จากนั้นพวกมันจะทิ้งรังไปรวมฝูงกับนกครอบครัวอื่น
ไข่
รังมีไข่ 2 ฟอง หายากที่มี 3 ฟอง ไข่ของนกเงือกกรามช้างมีรูปร่างรี สีขาว ผิวค่อนข้างหยาบ มีขนาดเฉลี่ย 43.2x60 มม.
สถานภาพ
นกเงือกกรามช้างเป็นนกประจำถิ่น พบบ่อยและปริมาณปานกลางในบางท้องที่ ชนิดย่อย undulatus พบทางภาคใต้ตั้งแต่คอคอดกระลงไป ชนิดย่อย ticehursti พบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคตะวันตก
กฎหมาย
กฎหมายจัดนกเงือกกรามช้างทั้งสองชนิดย่อยเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
ลิงค์ข้อมูลเพิ่มเติม
นกเงือกกรามช้าง


แหล่งที่มาของภาพ
https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/a/a7/Rhyticeros_undulatus_-Diergaarde_Blijdorp_-male-8a.jpg
https://www.khaosok.com/wp-content/uploads/2017/08/Wreathed-Hornbill.jpg
https://encrypted-tbn0.gstatic.com/images?q=tbn%3AANd9GcSaUH7ut4Fhs5l-5Ss5YL6ivkwWd-FJu0H5-u_nex_3-AMLcbFH